มงคลชีวิต...

ปภังกร
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ

ความมงคลของคนอยู่ที่ไหน ความมงคลของคนก็อยู่ที่จิตใจที่ประเสริฐ จิตใจที่มีคุณธรรม มีความเมตตา กรุณา มีความยิ้มแย้มแจ่มใส

เวลาเช้ามงคลอยู่ที่ใบหน้า ตื่นขึ้นมาก็ให้มีความเบิกบานใจยิ้มแย้มแจ่มใส ระลึกถึงแต่สิ่งที่ดี นึกถึงบุญกุศลความดี เมื่อพบหน้ากัน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือให้รอยยิ้มแก่กัน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น มีเมตตากัน เมืองไทยถึงได้ชื่อว่าสยามเมืองยิ้ม

Large_tt455

เวลากลางวันมงคลอยู่ที่หน้าอก หมายถึงอยู่ที่ใจ คนเราทุกอย่างอยู่ที่จิตใจ ต้องเข้ามาแก้ไขที่จิตใจเหมือนกับคลื่นวิทยุที่ต้องปรับเข้าหากัน เราต้องปรับใจเข้าหากัน ทำใจให้เย็นไว้ก่อน อย่าไปทำตามอารมณ์ ตามสิ่งแวดล้อมที่มันดึงไป ตั้งมั่นไว้ในคุณธรรม จะพูดจะทำสิ่งใดก็คิดพิจารณาด้วยสติปัญญาก่อน ถ้าไม่มีการคิดพิจารณาให้รอบคอบ เมื่อทำไปแล้ว ตอนแรกอาจสบาย แต่ในภายหลังจะได้รับความลำบาก เพราะบาปกรรมมีจริง นรกสวรรค์มีจริง ให้เรายับยั้งรั้งจิตใจ เหมือนรถที่ดีก็ต้องมีเบรกดี ระบบการควบคุมก็ดี เราอย่าไปทำตามโลก ตามอารมณ์ ทำตามใจได้ก็ว่าดี ไม่ได้ตามใจก็ว่าไม่ดี แต่มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

พระพุทธเจ้าท่านให้เรารู้จักทุกข์ เหตุให้เกิดทุกข์ ข้อปฏิบัติให้ถึงความดับทุกข์ กลางวันจิตใจของเราเร่าร้อน สิ่งแวดล้อมมันกดดันให้ร้อน ภายนอกทำไปเท่าไรก็ไม่จบสักทีถ้าไม่รู้จักพอ เราจะไปแก้สิ่งภายนอกก็ไม่ได้ ห้ามไม่ให้แก่ให้เจ็บให้ตายก็ห้ามไม่ได้ ถ้าเราไม่รู้จักความจริงและยอมรับหรือพอใจได้ เราก็ทุกข์

มงคลตอนเย็นอยู่ที่เท้า ทำไมว่าอยู่ที่เท้า เพราะเท้านี้จะนำทางเราเดินไปไหนมาไหน จะเหยียบย่ำทั้งของปฏิกูลและของสะอาด

เราต้องชำระล้างเท้าของเราก่อนหลับนอนจึงจะเป็นมงคล หมายความว่าท่านให้เราชำระบาปอกุศลออกจากกายวาจาใจของเรา ดังโอวาทของพระพุทธเจ้าว่า ส จิตฺต ปริ โย ท ป นํ การชำระจิตของตนให้ขาวรอบ การชำระจิตของตนเองก็ดูว่าใจของเราเป็นอย่างไร มันโลภ มันโกรธ หรือมันหลง เราจะได้ละได้ปล่อยได้วาง เพราะว่าสิ่งเหล่านี้มันพึงมีมาภายหลัง ทรัพย์สินเงินทอง บุตร ธิดา ภรรยา สามีเหล่านี้มีมาทีหลัง ชื่อของเราก็มาสมมติขึ้นทีหลัง ให้ระลึกนึกถึงพระพุทธเจ้าให้สบาย หายใจเข้าให้สบาย หายใจออกให้สบาย พระพุทธเจ้าท่านก็เคยหลงเหมือนเรา แต่ท่านก็ไม่หลง แล้วก็มาสอนเราให้ทำตาม เราก็ทำตามท่าน เราทำใจให้ว่างได้ ๑-๒ นาทีก็เป็นบุญหาประมาณมิได้ ให้เราฝึกทำใจให้เป็นนิพพานไว้ เมื่อเราใกล้ตา ยเราจะได้รู้วิธีทำใจให้ปล่อยวาง

การให้ทานเป็นสิ่งที่จำเป็นในขณะที่เรากำลังท่องเที่ยวอยู่ในวัฏฏะสงสาร จะช่วยยกระดับจิตใจของเราให้สูงขึ้น ทำให้เรามีความสุข มีโภคทรัพย์มีสมบัติในขณะที่เรายังท่องเที่ยวในวัฏฏะสงสาร

การรักษาศีลก็เหมือนกัน จะช่วยยกจิตใจเราให้สูงขึ้นเป็นการชำระล้างบาปอกุศลตั้งแต่หยาบ ปานกลาง ละเอียดออกจากจิตใจของเรา เราทั้งหลายก็ให้มาชำระล้างบาปอกุศลออกจากกาย วาจา ใจให้บริสุทธิ์ อย่าไปเอามันไว้ ชีวิตของคนเราต้องพัฒนาให้ดีขึ้น ไม่ใช่เหมือนเดิมหรือจมหนักไปกว่าเก่า ให้ดูตัวอย่างองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา ท่านทำความดีตลอดเวลา

การทำบุญสุนทานตามพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าเป็นการสร้างเหตุปัจจัยเข้าสู่คุณงามความดี เพราะธรรมทั้งหลายเกิดแต่เหตุ เย ธมฺมา เหตุ ปพฺพวา ความดีเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำเหมือนกับลมหายใจเข้าออกที่จำเป็นต้องหายใจ เช่น กราบพระทุกวัน ทำวัตรสวดมนต์ทุกวัน สิ่งนี้เป็นเรื่องจำเป็นเหมือนกับลมหายใจ ถ้าเราไม่หายใจก็ตาย ถ้าเราไม่ทำความดีเราก็ตายจากความดี หากทำความดีทุกวันเป็นปฏิปทา จะทำให้ตนเองมีหลักการมีจุดยืน

 

Large_tt465

ความดีนี้เราต้องทำ จะขี้เกียจขี้คร้านไม่ได้ ไม่ว่าเป็นการงานหรือการปฏิบัติธรรม เราต้องทำเราถึงจะสบายในบั้นปลาย เพราะความขี้เกียจขี้คร้านนี้ไม่ดี ความดีนี้ขยันก็ต้องทำ ไม่ขยันก็ต้องทำ ต้องทำตลอดทั้งกาย วาจา ใจ

เหตุที่เราไม่เข้าถึงคุณธรรมก็เพราะความขี้เกียจขี้คร้าน ขยันถึงทำไม่ขยันก็ไม่ทำ ให้เห็นโทษเห็นภัยในวัฏฏะสงสาร เห็นภัยในการเวียนว่ายตายเกิด เหมือนคนจนเห็นภัยของความยากจน

เรื่องบุญเก่ากรรมเก่าของแต่ละคนแต่ละท่านไม่เหมือนกัน บางคนอายุยืน บางคนอายุสั้น บางคนสุขภาพดี บางคนสุขภาพไม่ดี บางคนพิการทางกาย ทางระบบสมอง อันนี้ก็เนื่องจากกรรมเก่า ความขยันอดทนใกล้เคียงกัน แต่ความร่ำรวยแตกต่างกัน แม้แต่ชื่อเสียงเกียรติยศ ตำแหน่งก็ต่างกัน ซึ่งล้วนมาจากกรรมเก่าทั้งนั้น

ตัวอย่างนางวิสาขามหาอุบาสิกา ท่านเป็นผู้มีบุญมาก ได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันตั้งแต่ ๗ ขวบ ทุกคนเคารพรักนับถือ ถึงแม้ว่าจะมีความสะดวกสบายท่านก็ไม่ลืมพระรัตนตรัย ปรารภทำแต่ความดีอยู่เสมอ นางวิสาขานั้นมีความงาม ๕ ประการ เรียกว่า “เบญจกัลยาณี” คือมีผมงาม มีฟันงาม มีผิวงาม มีเล็บงาม และมีวัยงาม คืองามทุกวัย เมื่อมีอายุมากแล้วก็มีความงามอยู่มาก จนดูไม่ออกว่านางวิสาขาคือคนไหน เมื่อนั่งอยู่ท่ามกลางลูกหลานบริวารทั้งหลายจนเมื่อนางลุกขึ้นด้วยวัยอันชรา ต้องใช้มือค้ำยันพื้นยืนขึ้น จึงรู้ว่าเป็นนางวิสาขา ทุกคนรักนางวิสาขา แม้แต่โคก็ยังกระโดดออกจากคอกตามนางวิสาขาไป ข้าทาสบริวารมากมายก็อยากตามนางไปอยู่ด้วย

เมื่อนางไปสู่ตระกูลของสามีซึ่งไม่มีศรัทธาในพระรัตนตรัย นางจึงพูดเตือนสติให้พ่อสามีซึ่งเป็นเศรษฐีผู้มีความตระหนี่ว่า บริโภคของเก่า คือกินบุญเก่าอยู่ ไม่สะสมบุญใหม่ จนพ่อสามีกลับใจมานับถือพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่งอันสูงสุดของชีวิต

พวกเราทุกคนก็มาสว่าง มีความสุข มีความร่ำรวย มีรถ มีบ้านเราก็มาเพิ่มบารมีของเราด้วยการให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา

การให้ทานจะทำให้จิตใจของเรามีคุณธรรม มีจิตใจสูงขึ้น อาหารทางจิตใจของเราก็จะได้รับมากขึ้น มีจิตใจสูงขึ้น อาหารทางกายทำให้ร่างกายอยู่สบาย อาหารทางใจก็ทำให้จิตใจสงบสบายใจสูงขึ้น มหาชนส่วนใหญ่นั้นยังไม่เห็นคุณค่าในการเสียสละ ในการทำก็ทำสักแต่ว่าทำตามประเพณี ทำตามปู่ย่าตายาย ยังไม่เข้าถึงจิตถึงใจไม่เหมือนกับพระอริยเจ้าที่ท่านเต็มเปี่ยมด้วยการให้ทานในการรักษาศีล เจริญ ภาวนา

พระอริยเจ้าครั้งพุทธกาล ตั้งแต่พระพุทธองค์ยังทรงพระชนม์อยู่ ที่ท่านยังไม่ได้บวช ท่านก็ยังเป็นพระโสดาบันบ้าง พระสกิทาคามีบ้าง พระอนาคามีบ้าง บางท่านมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ยากจน เพราะท่านให้ทานในอดีตไว้น้อย แต่ทางจิตใจท่านก็เป็นผู้ที่รู้จักพอ ท่านจึงเป็นผู้ที่ร่ำรวยทางจิตใจ เวลาพระไปภิกขาจารบิณฑบาต ท่านมีข้าวจานเดียว ท่านก็ตักบาตรให้พระไปหมด จนพระพุทธองค์ท่านได้บัญญัติพระวินัยห้ามภิกษุไปบิณฑบาตในตระกูลที่ได้รับสมมติว่าเป็นเสขะ ถ้าพระรูปใดไปรับบิณฑบาตก็ต้องอาบัติ แสดงให้เห็นว่าพระอริยเจ้าท่านมีจิตใจยินดีในการให้ทานอย่างเต็มเปี่ยม

Large_tt464

การรักษาศีลก็เหมือนกัน ท่านก็รักษาศีลให้บริสุทธิ์เต็มเปี่ยม เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ ให้ดูที่เจตนาของเรา เจตนาที่จะละที่จะงดเว้น ไม่ลังเลสงสัย ไม่ลูบคลำศีล การรักษาศีลเป็นของง่าย ถ้าเราดูที่เจตนาของเรา บางทีก็กลัวที่จะรักษาศีล กลัวจะอยู่กับเพื่อนกับสังคมลำบาก ยากในการเข้าสังคม นี้ยังเป็นการเข้าใจผิด การทำความดีตอนแรกยากบ้างเป็นธรรมดา แต่ที่เราสบายได้ก็เพราะเรามีศีล ถ้าเรารักษาศีลได้เราก็ไม่ไปตกนรก เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ รูปสวย รูปงาม มีโภคทรัพย์

 

องค์พ่อแม่ครูอาจารย์

"พ่อ" ผู้ซึ่งให้อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ...

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ตามรอยธรรม ย้ำรอยครู



ความเห็น (0)