การสอบเข้ารับราชการกรุงเทพมหานคร
บันทึกนี้เขียนขึ้นมาเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการสอบเข้ารับราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นวิทยาทานให้กับผู้ที่มีความสนใจ อาจจะยาวหน่อยนะครับแต่รับรองครับว่าจะตอบข้อสงสัยต่างๆของทุกคนได้ ซึ่งผมได้เขียนจากประสบการณ์จริงและอยากถ่ายทอดให้ผู้สนใจได้รับรู้ข้อมูลเกี่ยวกับการสอบเข้ารับราชการในส่วนของ กทม.ตั้งแต่ขั้นตอนแรกจนถึงขั้นตอนสุดท้าย เพราะตอนผมสมัครสอบก็อยากได้ข้อมูล เพราะมีข้อสงสัยมากมายแต่ก็หาคนตอบได้น้อย ซึ่งผมได้รวบรวมข้อสงสัยและปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละขั้นตอนจากกระทู้ต่างๆในอินเตอร์เน็ต รวมไปถึงจากประสบการณ์ตรง เพื่อไขข้อข้องใจบางประการและอัพเดทข้อมูลปีล่าสุดให้แก่ผู้ที่สนใจที่จะสอบเข้า กทม.
ปัจจุบัน กทม. เป็นทางเลือกหนึ่งของผู้ที่สนใจอยากสอบเข้ารับราชการ เนื่องจากปีหนึ่งเปิดรับถึง 2 รอบ และผู้สมัคร สามารถสอบได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองผ่านภาค ก. ของ ก.พ. และสามรถเข้าบรรจุได้โดยไม่ต้องใช้เวลานานมาก(รวมทุกขั้นตอนประมาณ 4 เดือน กว่าๆ ) ไม่เหมือน ก.พ. ที่ต้องสอบภาค ก. ให้ได้ + ต้องรอส่วนราชการเปิดสอบที่คุณวุฒิตรงกับวุฒิเรา + รอขึ้นบัญชี และเนื่องจากมีผู้สอบผ่านเป็นจำนวนมาก บางทีก็รอเรียกจนบัญชีหมดอายุก็มี ซึ่งต่างจาก กทม. ที่มีผู้สอบผ่านน้อย ดังนั้นโอกาสในการบรรจุค่อนข้างสูง รวมไปถึงค่าตอบแทนและโบนัสที่มากกว่าส่วนราชการอื่นอีกด้วย จึงไม่แปลกเลยครับที่จะมีผู้สมัครเป็นจำนวนมาก ผมจึงขอแนะนำและให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจเกี่ยวกับการสอบดังนี้
1.การตรวจสอบคุณสมบัติ
เมื่อ กทม. มีประกาศเปิดสอบ อย่างแรกที่ผู้สมัครต้องสนใจมากเป็นพิเศษคือเรื่องของวุฒิที่เปิดรับสมัครเพราะหากวุฒิไม่ตรงแล้ว ต่อให้คุณสอบได้คะแนนเต็มก็จะถูกตัดสิทธิ์อย่างน่าเสียดายที่สุดครับ เพราะฉะนั้นการตรวจสอบคุณวุฒิของตัวเองนั้นเป็นเรื่องสำคัญมากอย่างหนึ่งในการสมัครสอบ คุณสามารถตรวจสอบคุณวุฒิของตัวเองได้ตามลิงค์นี้ครับ http://www.ocsc.go.th/ocsccms/... โดยเข้าไปที่มหาวิทยาลัยที่คุณจบมา แล้วดูที่ช่องคุณวุฒิว่าตรงกับที่เค้าเปิดรับสมัครหรือเปล่า เพราะกทม.ใช้อิงตาม ก.พ.ครับ ถ้าจะให้แน่ใจโทรไปถามที่กทม.อีกทีก็ได้ครับเพื่อความชัวร์
2. ข้อสอบภาค ก. และภาค ข.
ทุกคนต่างรู้ดีครับว่าข้อสอบ กทม. ภาค ก. นั้นค่อนข้างที่จะยาก หรือ อาจง่ายไปเลยสำหรับบางคน ซึ่งเรื่องรายละเอียดของข้อสอบผมไม่ฟันธงนะครับว่าออกอะไรบ้าง เนื่องจากแต่ละปีข้อสอบอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปตามผู้ออกข้อสอบครับ อย่างปีล่าสุด (1/2553 ) กทม.จ้างให้ มสธ. ดำเนินการสอบ รวมไปถึงการตรวจและประเมินผลด้วย จึงไม่สามารถบอกได้ว่าจะออกอย่างไร บอกได้แต่เพียงว่า เนื้อหาไม่หนีกับ ข้อสอบภาค ก.ของ ก.พ.ครับ แต่อาจลึกกว่าบ้าง ยกตัวอย่างข้อสอบปีล่าสุดนะครับ ในส่วนของคณิตศาสตร์ ถ้าใครทำได้ก็จะทำได้แทบทุกข้อ ถ้าทำไม่ได้ก็ได้อาจคะแนนน้อยไปเลย เช่น ข้อสอบเรื่องเงื่อนไขทางภาษาออกเยอะมากครับแล้วก็ไม่ยากด้วย เพียงแต่ว่าใครรู้หลักในการทำและสามารถทำได้เร็ว ก็จะได้คะแนนเยอะ ( อันนี้ต้องบริหารเวลาดีดีนะครับ เพราะเค้าแจกข้อสอบคณิตศาสตร์ให้ทำแค่ 1 ชม. ครึ่งเท่านั้น และจะเก็บข้อสอบครับซึ่งหากใครทำได้ก็น่าจะผ่านภาค ก.ได้ไม่ยากครับ แต่ในทางตรงกันข้ามหากทำเรื่องเงื่อนไขทางภาษาไม่ได้ก็เท่ากับว่าหายไปหลายคะแนนหรืออาจทำให้ตกภาค ก.เลยก็ว่าได้ครับ ) ซึ่งต่างจาก ก.พ.ตรงที่ ก.พ.จะออกข้อสอบในอัตราส่วนที่เท่าๆ กัน ในแต่ละเรื่อง หมายถึง ถ้าเราทำเรื่องนี้ไม่ได้ ข้ามไปทำอันอื่น เกิน 60% ก็ผ่านแล้ว เป็นต้น ส่วนวิชาภาษาไทย ออกเหมือนภาค ก.ของ ก.พ. ครับแต่จะเน้นในเรื่องของการอ่านบทความยาว ๆ ให้ตีความหมาย สรุปความ เป็นต้นครับ ( ในเรื่องของการสรุปความเทคนิคก็คืออะไรที่ไม่มีในโจทย์ห้ามนำมาตอบเด็ดขาดเพราะเค้าให้สรุป ไม่ใช่ให้วิเคราะห์ )
ในส่วนของภาค ข. นั้นขอแนะนำว่าควรอ่านเนื้อหาให้ครบตามที่ กทม.ประกาศเนื้อหาในการออกข้อสอบ และ หาแบบฝึกหัดมาทำให้มากครับ สามารถหาซื้อตามท้องตลาด หรือ โหลดจากอินเตอร์เน็ตก็ได้นะครับ อันนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถของแต่ละบุคคล ยิ่งทำมากยิ่งได้เปรียบ ยิ่งเป็นตำแหน่งที่ส่วนราชการอื่น ๆ มีเปิดด้วยยิ่งหาข้อมูลง่ายครับเพราะข้อสอบไม่หนีกัน เพียงแต่ พรบ. ส่วนใหญ่ของ กทม. อาจต่างกันบ้างในบางเรื่องจึงอยากให้ทุกคนทำแบบฝึกหัดที่หามาได้ โดยเปิด พรบ.ของ กทม.เป็นหลักในการเฉลยข้อถูกนะครับ (มีคนจำนวนไม่น้อยที่คิดว่าตัวเองทำถูก ซึ่งความเป็นจริงอาจทำผิดก็ได้ครับ เพราะมัวแต่ไปเชื่อเฉลยในหนังสือติว)
**** ส่วนใหญ่แล้วคนมักจะไปตกที่ภาค ก.ครับ (ได้ไม่ถึง 60 %) ดั้งนั้นจึงควรเตรียมตัวในการอ่านหนังสือแต่เนิ่นๆครับ *ถ้าอ่านวันสุดท้ายของวันที่ปิดรับสมัครสอบจะอ่านจบทันวันสอบพอดีครับ อันนี้เทคนิคส่วนตัวครับ++ลองเอาไปใช้ดู
3.หลักเกณฑ์ในการวัดผลของ กทม.
คือต้องทำคะแนนภาค ก.ให้เกิน 60 % จึงจะตรวจข้อสอบภาค ข. ครับ และภาค ข. เกิน 60 % จึงจะมีชื่อผู้สอบได้ครับ ****อันนี้ ขอออกตัวและยืนยันข้อเท็จจริงเลยนะครับ เพราะเห็นจากหลายกระทู้ครับว่า กทม. มีเด็กเส้น ผมขอยืนยันนะครับในส่วนของ ภาค ก.+ ข. นั้น เส้นไม่ได้แน่นอน ร้อยเปอร์เซนต์ครับ ขอให้ผู้สมัครทุกคนสบายใจได้เลยครับ ทุกคนเท่าเทียมกันหมด แต่ในส่วนของสัมภาษณ์อาจมีบ้าง เน้นนะครับแค่อาจมีบ้างนะครับ แต่ก็ช่วยได้ไม่มากครับเพราะอัตราส่วนของคะแนนมันบังคับอยู่ หมายถึง ภาค ก. เต็ม 200 คะแนน ภาค ข. เต็ม 200 คะแนน ส่วนสัมภาษณ์ แบ่งเป็น 2 ตอน คือ สอบจิตวิทยา (ข้อเขียน) 30 คะแนน และสัมภาษณ์ 70 คะแนนครับ ซึ่งในส่วนของการสัมภาษณ์ (70 คะแนน) กรรมการจะให้คะแนนแตกต่างกันไม่มากครับ ดังนั้นลำดับที่ในการเรียกบรรจุจะถูกตัดสินในภาค ก. และ ข. ไปแล้ว
4.การยื่นเอกสาร
การยื่นเอกสารใช้เวลาไม่มากครับ หากท่านได้ตรวจสอบคุณวุฒิของตัวเองดีแล้วในขั้นตอนที่ 1 ที่ผมแนะนำไปนั้น ก็สบายใจได้เลยครับว่าจะมีชื่อท่านตอนประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์สอบก่อนสัมภาษณ์แน่นอนครับ ที่สำคัญก็คือเตรียมเอกสารให้ครบตามที่ประกาศนะครับ ทุกครั้งที่มีประกาศของ กทม. ออกมาให้อ่านประกาศอย่างละเอียดครับ เพื่อป้องกันการผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งปวง เรื่องวุฒิให้ยื่นทั้งใบปริญญา และ ทรานสคริป นะครับ
5.การทดสอบจิตวิทยา (ทดสอบก่อนสัมภาษณ์)
เมื่อมาถึงขั้นตอนนี้ก็ไม่ต้องวิตกอะไรมากมายแล้วนะครับ เพียงแต่อย่าลืมเอาบัตรประชาชนมาให้พร้อม ทำใจสบายๆแล้วเตรียมพบกับข้อสอบเชิงจิตวิทยาที่จะถามเกี่ยวกับการทำงานทั่วๆไปครับ ไม่มีถูกไม่มีผิด แค่คิดแต่ในสิ่งที่ดีๆและเป็นประโยชน์ต่อองค์กร รวมไปถึงข้อสอบที่วัดการทำงานร่วมกับผู้อื่นได้มั๊ย พยายามตอบแล้วจำให้ได้นะครับว่าตอบอะไรไป เพราะข้อสอบจะมีคำถามใกล้เคียงกันคอยรีเช็คคำตอบในข้อท้ายๆครับ ให้เวลาทำ 30 นาที ข้อสอบมี 60 ข้อ อ่านแล้วฝนเลยนะเพราะอาจทำไม่ทันได้ครับ ย้ำ!!! อ่านแล้วฝนเลยนะครับ เวลาผ่านไปเร็วมากกกก++++
6.การสอบสัมภาษณ์
สำหรับการสอบสัมภาษณ์เป็นอีกขั้นตอนหนึ่งที่มีความสำคัญยิ่งต่อผลการพิจารณาคัดเลือกเข้ารับราชการในส่วนของ กทม. สิ่งที่อยากแนะนำนะครับ เป็นเรื่องของการแต่งกายขอให้สุภาพครับ บัตรประชาชนยังคงสำคัญเหมือนเดิมอย่าลืมเตรียมไปด้วย อยากให้ไปตามเวลาที่ทาง กทม.กำหนดนะครับ ถึงแม้ว่ากว่าจะได้สัมภาษณ์ก็ใช้เวลาค่อนข้างนานครับ รอจนหิว แนะนำว่าควรทานอะไรไปให้เรียบร้อยก่อนนะครับ ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ เพราะกรรมการเป็นกันเองมากครับ ไปถึงแนะนำตัวก่อนเลย ซึ่งกรรมการที่จัดสอบเค้าจะแนะนำเบื้องต้นให้แล้ว ประเด็นคืออย่างนี้นะครับ เมื่อเจอกรรมการไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ คิดเร็ว แต่ตอบให้ช้า จะดีมากครับ ยิ่งเราเป็นคนเก่ง สามรถตอบคำถามได้ดีตรงประเด็นกรรมการจะใช้เวลากับเรานานในการพิจารณามุมมองหลายๆด้าน ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องดีนะครับ
สำหรับคำถามนั้น ประกอบด้วย 2 ส่วน
1.เป็นซองคำถามที่คณะกรรมการจัดเตรียมมาให้ คือให้เราเลือกเอง 2 ซองครับ ( เป็นเรื่องของการทำงาน และ ปัญหาต่างๆที่เคยเจอมา วิธีการแก้ปัญหานั้นๆ ตั้งสติแล้วตอบให้ดีนะครับอันนี้สำคัญเค้าจะดูไหวพริบของเรา )
2.เป็นคำถามที่กรรมการถามในเรื่องของทั่วๆไปครับ ตอบได้เลยนะ เพราะเค้าต้องการรู้จักตัวตนของเราอย่างแท้จริง หากเตรียมความพร้อมมาดี ไม่ต้องกลัวครับ++
** ควรซ้อมพูดกับกระจกหรือให้เพื่อนซ้อมในการยิงคำถามจะได้มีเมนไอเดียในการตอบคำถามครับเวลาจริงจะได้ไม่พลาดครับ **
7.การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
จะขึ้นบัญชีไว้ 2 ปีนับตั้งแต่วันเรียกไปสัมภาษณ์ สามารถดูอัพเดทบัญชี ได้ที่ www.bangkok.go.th/pdd ครับ
8.การบรรจุแต่งตั้ง
ทาง ก.ก. เค้าจะส่งจดหมายมาเรียก แล้วดำเนินการตามที่ ก.ก. กำหนด ตามขั้นตอน ถ่ายรูป ส่งเอกสาร รับจดหมายรายงานตัวตามที่ตำแหน่งว่าง
สุดท้ายนี้ผมหวังว่าบันทึกนี้คงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อย เพื่อให้ความกระจ่างแก่ผู้สมัครสอบรับราชการในส่วนของ ข้าราชการกรุงเทพมหานคร หากการเขียนบันทึกนี้ขึ้นมามีประโยชน์จริง ผมขอถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทยตลอดไป และ ขอให้ทุกคนโชคดีในการสอบนะครับ ได้บรรจุเป็นข้าราชการรับใช้ใต้เบื้องพระยุคคลบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและประชาชนนะครับ ไม่มีอะไรยากเกินความตั้งใจครับ ผมขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนจริงๆ เพราะเข้าใจทุกคนครับ ยังงัยก็สวดมนต์เยอะๆ เข้าวัดทำสมาธิบ้างก็จะดีมากครับ
ขอบคุณครับ ผมกำลังจะสอบกทม. 1/54 เป็นแนวทางที่ดีมากครับ
ขอบคุณมากสอบบรรจุได้แล้วคะ
ขอบคุณมากค่ะ สำหรับคำแนะนำดีดี ขอให้คุณและครอบครัวจงมีแต่ความสุข ความเจริญ ประสบความสำเร็จในทุกๆด้านทุกประการด้วยค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ
สุโค่ยย!!
ขอบพระคุณค่ะ
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
ขอบคุณครับสำหรับคำแนะนำเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง
อยากสอบถามว่า แรกรับที่เปิดรับสมัคร กับรับจริง จำนวนเท่ากันไหมค่ะ คือ ตำแหน่งที่รับ แรกรับรับ 2 คน แต่สอบติด 3 คน จะรับหมดเลยไหมค่ะ
ขอบคุณครับ