การพัฒนากับกระบวนการคิด

ความยากจน สิ่งแวดล้อม และการพัฒนา   โดย  ดร.ปรีชา  เปี่ยมพงศ์สานต์

แนวคิดกระแสหลัก – ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ

                ทฤษฎีกระแสหลัก เน้นในเรื่องการพัฒนา การแก้ไขปัญหาความล้าหลังทางเศรษฐกิจ เป้าหมายหลักของการพัฒนาคือ  การเพิ่มรายได้ประชาชาติ  การยกระดับกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การลงทุน การออมทรัพย์  ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ ทฤษฎีกระแสหลัก ไม่ให้ความสนใจโดยตรงแก่เรื่อง ความยากจน เพราะทฤษฎีนี้เชื่อว่า ความเจริญทางเศรษฐกิจและการเพิ่มประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจจะสามารถช่วยลดปัญหาความยากจนได้

                ยุทธศาสตร์นี้จะเน้นในเรื่องการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ไม่อาจแก้ไขปัญหาความยากจนได้ ในทศวรรษที่ 1970  จะเน้นในเรื่องการพัฒนาสังคม   ส่วนในทศวรรษที่ 1980  ก็จะมีการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์เกี่ยวกับความยากจน   ใน  World  Development  Report  1990 ธนาคารโลกสรุปว่า จะแก้ไขปัญหาความยากจนได้ จะต้องดำเนินยุทธศาสตร์ 2 แนวด้วยกัน  คือ

  1. มีการส่งเสริมใช้แรงงานของผู้ยากไร้ ให้เป็นประโยชน์
  2. มีการจัดสรรบริการสังคมให้แก่ผู้ยากไร้ เช่น การบริการด้านสาธารณสุข การวางแผนครอบครัว การศึกษา เป็นต้น

ธนาคารโลก ย้ำว่าการที่จะขยายตัวทางเศรษฐกิจ จะสร้างโอกาสมากขึ้นให้แก่คนยากจน และคนยากจนก็จะสามารถเข้าถึงทรัพยากร และปัจจัยการผลิตต่าง ๆ เพื่อที่จะเพิ่มรายได้ของตนเองอีกด้วย

แนวคิดของการอนุรักษ์ธรรมชาติ

                ในทศวรรษที่ 1960 วิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมโลกเริ่มปรากฏเห็นชัดมากขึ้น การเคลื่อนไหวทางสิ่งแวดล้อมในโลกอุตสาหกรรมนับเป็นครั้งแรก ที่ผู้คนเริ่มมีการตื่นตัวอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับ   ขีดจำกัดทางนิเวศ

ในทศวรรษที่ 1980  ยุทธศาสตร์การอนุรักษ์โลก ยุทธศาสตร์นี้  เรามองเห็นแนวคิดแบบอนุรักษ์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งมุ่งในการบรรลุเป้าหมาย 3  ข้อคือ

  1. การพิทักษ์รักษาระบบนิเวศ
  2. การรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
  3. การใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติแบบยืนยาวนาน

แต่แนวคิดนี้  ไม่ได้มองเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเศรษฐกิจการเมือง และพัฒนาสังคมแต่อย่างไร  และนอกจากนั้นยังไม่สนใจปัญหาความยากจนอีกด้วย

การพัฒนาแนวนิเวศ

                แนวคิดเรื่อง การพัฒนาระบบนิเวศ ต้องนำเอาหลักการมาพัฒนา กับ การอนุรักษ์ธรรมชาติมาผสมผสานกันในการพัฒนา   การพัฒนาแนวนิเวศ คือ ความพยายามในการปรับเปลี่ยนระบบนิเวศให้ดำเนินไปทิศทางที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และมีความหมายต่อการสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น แนวคิดนี้มีเป้าหมายในการปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ทางเศรษฐกิจของประชาชน โดยไม่ต้องทำลายระบบนิเวศ และ ฐานทรัพยากรธรรมชาติ

                การพัฒนาแนวระบบนิเวศ  เป็นการผสมผสานเป้าหมายทางเศรษฐกิจสังคม กับเป้าหมายการจัดการทางสิ่งแวดล้อม โดยคำนึงถึงการรักษาธรรมชาติเพื่อชนรุ่นหลังในอนาคต

เราอาจจะสรุปหลักการที่สำคัญ ๆ ของการพัฒนาแนวนิเวศ ได้ดังนี้

  1. การพัฒนาแนวนิเวศคือ กระบวนการที่มุ่งสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์
  2. การพัฒนาแนวนิเวศคือ เรียกร้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม นั่นก็คือ มีการวางแผนพัฒนาที่ประชาชนเข้ามาร่วม ผสมผสานกับความเคลื่อนไหวของประชาชนในระดับพื้นบ้าน
  3. การพัฒนาแนวนิเวศคือ ให้ความสำคัญสูงสุด แก่เรื่องการพึงตนเองในส่วนที่เกี่ยวกับแรงงานท้องถิ่น ทรัพยากรธรรมชาติท้องถิ่น และเทคโนโลยีระดับกลาง

ท่ามกลางความยากจนปัญหาหลักของโลกที่สาม  จะเน้นแต่เรื่องการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวไม่ได้ การสนองความต้องการของผู้ยากไร้จะต้องเป็นจุดเริ่มต้นของยุทธศาสตร์การพัฒนาโดยต้องคำนึงถึงการพิทักษ์รักษาฐานทรัพยากรธรรมชาติในระยะยาว

การดำรงแบบยั่งยืน

                แนวคิดเกี่ยวกับ การดำรงแบบยั่งยืนและมั่นคง เป็นการให้ความสำคัญสูงแก่ เรื่องสิ่งแวดล้อม ยังเป็นสิ่งที่ไม่เพียงพอ ทางเลือกสีเขียวของการพัฒนาจะต้องตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับอุดมการณ์และยุทธศาสตร์การพัฒนาที่ดำรงอยู่

                การดำรงชีพแบบยั่งยืน และมั่นคง  มีแนวคิดว่า ประชาชนจะต้องมีอาหารและรายได้เพียงพอ  เพื่อสนองความต้องการพื้นฐานของตน 

การพัฒนาที่เน้นเรื่องการดำรงชีพแบบยั่งยืนและมั่นคง ให้ความสำคัญสูงแก่ เรื่องสิทธิของผู้ยากไร้ แนวคิดการดำรงชีพแบบยั่งยืนและมั่นคงย้ำว่า ตำตอบอยู่ที่ผู้ยากไร้ ไม่มีเสียงสวรรค์ ไม่มีอำนาจรัฐที่ไหน จะมาแก้ไขปัญหาความยากจนได้ 

ในภาคปฏิบัติแนวคิดนี้ เสนอ นโยบายพื้นฐาน 3 ข้อ ด้วยกัน คือ

  1. มีการดำรงชีพที่เหมาะสม
  2. มีความมั่นคง
  3. มีความยั่งยืนทางนิเวศ

หลักการนี้ เน้นการปกป้องผู้ยากไร้ในยามวิกฤตการณ์ทางนิเวศ เช่น ฝนแล้ง น้ำท้วม หรือในยามเกิดความทุกข์ยากทางเศรษฐกิจ เช่น ราคาพืชผลตกต่ำ ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง เป็นต้น

เศรษฐศาสตร์การเมืองเรื่องสิ่งแวดล้อม

                นักนิเวศวิทยา และนักวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม จะมองปัญหาวิกฤตการณ์ทางสิ่งแวดล้อมและความเสื่อมโทรมของธรรมชาติแบบโดดเดียว คือ มุ่งไปในการพิจารณาระบบนิเวศเป็นหลักใหญ่

                เราอาจสรุปจุดอ่อนบางประการของการวิเคราะห์เรื่องสิ่งแวดล้อม แบบโบราณไว้ดังนี้

  1. แนวคิดเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและการอนุรักษ์ธรรมชาติ เป็นเรื่องที่อยู่เหนือธรรมชาติ                

กล่าวคือ ไม่ให้ความสนใจเกี่ยวกับโลกทัศน์และค่านิยมของประชาชน

  1. นักวิเคราะห์และสิ่งแวดล้อมกล่าวถึงเรื่องประชาชนทั่วๆ ไป โดยไม่มองโครงสร้างอำนาจและความเหลื่อมล้ำในการจัดสรรทรัพยากรในสังคม
  2. ในการวิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อม เราคงต้องมองมิติในเศรษฐกิจโลกด้วย ซึ่งเต็มไปด้วยความไม่เท่าเทียมกัน ลัทธิอุตสาหกรรมนิยม และการค้าเสรีของ โลกตะวันตก
  3. ความพยายามที่จะส่งเสริมการอนุรักษ์ธรรมชาติ และการพัฒนาแบบยั่งยืน

เราพอจะเห็นได้ว่า ถ้าไม่มีมิติทางเศรษฐศาสตร์การเมือง แนวคิดทางสิ่งแวดล้อมจะมีลักษณะคับแคบมาก และไม่อาจเสนอหนทางออกเป็นที่น่าพอใจ

เศรษฐกิจการเมืองแบบถึงรากถึงโคน

                นักทฤษฎีและนักวิเคราะห์เกี่ยวกับการพัฒนา มีแนวโน้มในการมองปัญหาแบบคับแคบเช่นเดียวกันการพัฒนาและปัญหาของความยากจนเป็นเรื่องของเศรษฐกิจเท่านั้น ปัญหาสังคมและวัฒนธรรมถูกมองข้ามไป และที่สำคัญคือ การพัฒนาและเรื่องความยากจนเกิดขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่าทางการเมืองอย่างสิ้นเชิง

                แนวคิดของเศรษฐศาสตร์การเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แนว radical  po-litical  economy  อาจให้ความสว่างและความหลากหลายอย่างกว้างขวาง ในการมองปัญหาการพัฒนา ความยากจน และสิ่งแวดล้อมได้พอสมควร อาจทำให้เรามองเห็นมิติทางการเมืองได้อย่างชัดเจน

  1. เมื่อความเสื่อมโทรงทางทรัพยากรธรรมชาติปรากฏขึ้น และมีผลกระทบต่อประชาชนชาวนา ชาวไร่ การปรับตัวเกี่ยวกับวิถีทางทำมาหากินก็ต้องเกิดขึ้นตามมา สิ่งนี้เราเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ทางสังคมของสิ่งแวดล้อม
  2.  ความเสื่อมโทรมทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่เป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบนิเวศเท่านั้น แต่เป็นปรากฏการณ์ที่เกี่ยวพันกับปัจจัยอื่น ๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง  ความยากจนในชนบท,  วิถีการผลิตของชาวนาชาวไร่,  วิถีทางพัฒนา,  อุดมการณ์ทางเศรษฐกิจ,  การขยายตัวของทุนนิยมและการทำลาย
  3. ในการมองปัญหาความยากจน ไม่อาจมอบแบบแคบ ๆ ได้  ความยากจนเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างรายได้สูง การมองเช่นนี้ทำให้เรามาสู่ข้อสรุปเกี่ยวกับนโยบายที่ไม่ค่อยมีประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาเท่าใดนัก แนวคิดของเศรษฐศาสตร์การเมือง เสนอให้มองปัญหาความยากจนอย่างกว้างขวาง นอกจากผู้ยากไร้จะมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ยากหลาย ๆ ด้านแล้ว  ความทุกข์ยากทำให้ผู้ยากไร้หมดพลังที่จะสร้างองค์กรการเมืองขึ้นมา  สถานการณ์จึงอยู่ในลักษณะที่สิ้นหวังอย่างสิ้นเชิง

เราอาจสรุปได้ว่า ปัญหาความยากจนเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับโครงสร้างอำนาจ และการแบ่งสรรทรัพยากรในสังคม

ความยากจน สิ่งแวดล้อมในการพัฒนาแบบยั่งยืน

                Gro  Harlem  BRUNDTLAND  ได้กล่าวไว้ในรายงานชื่อดัง Our  Common Futture  ว่า ปัญหาที่ท้าทายโลกสำคัญ ๆ ในยุคปัจจุบันส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเรื่องสิ่งแวดล้อม การพัฒนา ความยากจน  รายงานฉบับนี้เตือนว่า ในพื้นที่หลายแห่งของโลก เรากำลังตกอยู่ในวงจรที่ชั่วร้ายที่จะนำชีวิตมนุษย์ไปสู่ความตกต่ำ ผู้ยากไร้มักถูกบีบบังคับให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติ จนเกิดความเสื่อมโทรม ผลสุดท้าย พวกเขาก็ตกอยู่ในฐานะที่ยากจน

                ในรายงาน อนาคตร่วมกับของเรา เสนอแนะว่าจะต้องแก้ไขปัญหาความยากจน และปัญหาสิ่งแวดล้อมพร้อม ๆ กัน เพื่อการนี้ แนวคิดเรื่อง การพัฒนาแบบยั่งยืน ดูเหมือนว่าจะสร้างความหวังให้แก่โลกที่ยากจนได้    การพัฒนาแบบยั่งยืนคือ การพัฒนาแนวใหม่ที่มุ่งสนองความต้องการของมวลชนผู้ยากไร้เป็นหลักการใหญ่  แนวคิดนี้ให้ความสำคัญแก่ หลักการความยั่งยืนทางนิเวศ ซึ่งจะต้องมีมิติของความเสมอภาพทางสังคมด้วย

ความเจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพ

                แนวคิดการพัฒนาแบบยั่งยืน ยังคงยึดมั่นในปรัชญาของความเจริญเติบโต คุณภาพของความเจริญเติบโต นั้นหมายความว่า

  1. ในการขยายตัวทางเศรษฐกิจ จำเป็นต้องมองดูว่า ทรัพยากรธรรมชาติเสื่อมลง หรือ    

       ได้รับ การปรับปรุงให้ดีขึ้นมากน้อยแค่ไหน

  1. การขยายตัวทางเศรษฐกิจในอัตราที่ช้า โดยมีการกระจายรายได้ไปยังผู้ยากไร้ ย่อมจะดีกว่าการขยายตัวที่ก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมทางสังคม
  2. การขยายตัวทางเศรษฐกิจแบบยั่งยืน  จะต้องรวมเรื่องการพัฒนาสังคมไว้ด้วย การพัฒนาการศึกษา สาธารณสุข และการพัฒนาท้องถิ่น ที่มีความเสื่อมโทรมทางทรัพยากรธรรมชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการลดความรุนแรงของปัญหาความยากจน

การขยายตัวทางเศรษฐกิจย่อมต้องการ การเปลี่ยนแปลง รวมทั้งค่านิยมเกี่ยวกับเรื่อง ความเจริญก้าวหน้า

โครงสร้างอำนาจ ปัญหาประชาธิปไตย และความเสมอภาค

                ในรายงานมีจุดอ่อนบางประการเกี่ยวกับการวิเคราะห์  คือ ความสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อมกับปัญหาความยากจน  ความสัมพันธ์เช่นนี้ จะต้องได้รับการวิเคราะห์ในลักษณะที่มีหลายมิติซึ่งจะต้องรวมโครงสร้างอำนาจทางเศรษฐกิจการเมืองเอาไว้ด้วย  อย่างไรก็ตาม เรื่องการพัฒนาแบบยั่งยืนได้มีการเน้นว่า ในการแก้ไขปัญหาจะต้องมีการปฏิบัติทางการเมือง เพื่อกระตุ้นให้มีการจัดการทรัพยากรธรรมชาติที่ให้ผลประโยชน์แก่ผู้ยากไร้ การพัฒนาแบบยั่งยืนขึ้น อยู่กับเจตจำนงอันแน่วแน่ทางการเมือง  เพื่อให้เกิดความเสมอภาค และความเป็นธรรมในสังคมเราจึงต้องมีระบบการเมืองที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน การพัฒนาแบบยั่งยืนย่อมต้องผนวกหลักการการพัฒนา ประชาธิปไตย จึงเป็นเงื่อนไขสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้การแก้ไขปัญหาความยากจนและสิ่งแวดล้อม