การจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาผู้เรียนอย่างสมบูรณ์
เพิ่งกลับมาจากกรุงเทพฯ ครับ ไปเข้ารับการประชุมอบรมมา 3 วัน ระหว่างวันที่ 1 - 3 ธันวาคม 2553 ไปรับนโยบายงานลูกเสือ
มีสาระดีๆ มากมายครับ จากการบรรยายของวิทยากรที่มีทั้งความรู้และประสบการณ์ ขอนำมาฝาก 1 เรื่องก่อนครับ
ว่าด้วยเรื่องของการจัดการศึกษา ระหว่างการจัดการศึกษาให้เด็กมี Happiness กับการจัดการศึกษาให้เด็กมี Pleasure
ยกตัวอย่างให้เห็นชัดจนเป็นรูปธรรม คือ การสอนลูกเสือ
หลักสำคัญของการสอนลูกเสือ คือ ให้เด็กมีความสุข หรือ Happiness แต่ความสุขอย่างนี้ เป็นความสุขที่ไม่ยั่งยืน เพราะเป็นความสุขที่ได้เล่นสนุกสนานกันอย่างเดียว ยังถือว่าเป็นความสุขที่ไม่สมบูรณ์และยั่งยืน
ความสุขที่สมบูรณ์และยั่งยืน ต้องเป็นความสุขประเภท Pleasure ความสุขประเภทนี้ เป็นความสุขจากการที่ได้ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น การบำเพ็ญประโยชน์ หรือ การทำงานเพื่อส่วนรวม ความสุขประเภทนี้ เป็นความสุขที่มีคุณค่า และ เป็นความสุขที่ยั่งยืน
ครับ ในการเข้าค่ายลูกเสือ หลายครั้ง ก็มักจะจัดกิจกรรมให้เด็กมีความสุขแบบ Happy ครับ ไม่ค่อยมีกิจกรรมที่ให้เด็กมีความสุขแบบ Pleasure
ซึ่งความสุขแบบ Pleasure ในค่ายลูกเสือ ก็ทำได้ง่ายๆ ครับ เพียงแค่ให้เด็กได้หุงหาอาหารเอง เด็กก็มีความสุขแบบ Pleasure แล้ว
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอื่นๆ ก็น่าที่จะจัดกิจกรรมให้เด็กมีความสุขแบบ Pleasure ได้ไม่ยากนะครับ
รวมทั้งวิชาหลัก ก็น่าที่จะสอดแทรกความสุขแบบ Pleasure ลงไปในชั่วโมงเรียนได้ เพื่อฝึกคุณลักษณะพื้นฐานในการเห็นคุณค่าของการทำเพื่อผู้อื่น
happy = ความสุข สบายใจ
pleasure = ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน พอใจ
ดังนั้นความสุขที่สมบูรณ์ และ ยั่งยืน ควรเป็นความสุขที่แท้จริง (จึงไม่น่าจะเป็น pleasure)
ความสุขที่แท้จริง เกิดจากการทำงานด้วยความพอใจจนเกิดความสุขเมื่อกำลังทำงาน จึงไม่ต้องการความสุขชนิดใหนอีก
True happiness is born out of working with a sense of contentment till happiness emerges while still immersed in work.
จาก: มรดกที่ 140 หนังสือมรดกที่ขอฝากไว้ (A consigned legacy ) พุทธทาสภิกขุ
สวัสดีครับท่านรอง
ไปเข้าเรยน วปอ.มาได้Pleasureครับ
เรียนท่านอาจารย์
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนแนวคิด
ในมุมมองของผม ที่ผมมองต่างจากอาจารย์ ผมมองอย่างนี้ครับ
ที่อาจารย์แปลว่า
happy = ความสุข สบายใจ
pleasure = ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน พอใจ
ผมแปลอย่างนี้ครับ
happy = ความสุข
pleasure = ความยินดี
ที่อาจารย์บอกว่า
ดังนั้นความสุขที่สมบูรณ์ และ ยั่งยืน ควรเป็นความสุขที่แท้จริง (จึงไม่น่าจะเป็น pleasure)ความสุขที่แท้จริง เกิดจากการทำงานด้วยความพอใจจนเกิดความสุขเมื่อกำลังทำงาน จึงไม่ต้องการความสุขชนิดใหนอีก
pleasure ของผม จึงไม่ได้หมายถึง ความสุขที่แท้จริง ที่ไม่ต้องการความสุขชนิดไหนอีก ยังไปไม่ถึงครับ pleasure ในมุมมองของผม เป็นความสุขที่เกิดจากความภาคภูมิใจที่ได้ทำความดี ทำงานเพื่อส่วนรวม เช่น ทอดไข่ให้เพื่อนกิน อย่างนี้ก็เป็นความสุขแบบ pleasure แล้วครับ และ ก็ไม่ใช่เป็นความสุขที่แท้จริงแต่อย่างใด
ผมมีมุมมองความสุขแบบโลกๆ แบบโลกียะ ครับ ยังไปไม่ถึงความสุขทางธรรมแบบโลกุตระ
ขอบคุณครับ
ตรงนี้ที่นำมาฝากดีมากเลยครับ
ถ้าอยากได้ความรักเราต้องให้ความรักแก่ผู้อื่นก่อน และถ้าอยากได้ความสุขเราต้องให้ความสุขแก่ผู้อื่นก่อนเช่นกัน
ขอบคุณครับ
ดีใจด้วยครับได้ไปเรียน วปอ และ ได้ Pleasure
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
สวัสดียามเช้าครับท่านรอง
มารับสาระดี ๆ ยามเช้าครับ
ขอบคุณครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
ท่านอาจารย์ครับ ผมอ่านหนังสือเกี่ยวกับสมองเล่มหนึ่งครับ
ความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสุข เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ครับ สมองส่วนการเรียนรู้จะเปิด ถ้าไม่ผ่านเงื่อนไขนี้ สมองก็ปิดครับในทางบรหารธุรกิจก็ยังต้องเริ่มต้นจากเรืองเดียวกันเลยครับ
ขอบพระคุณสำหรับอาหารสองนะครับ ทำให้ได้คิดต่ออีกครับ
ที่อาจารย์ยกมาดีมากเลยครับ เป็นเรื่องของ BBL
ความสนุก ความเพลิดเพลิน ความสุข เป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้ครับ สมองส่วนการเรียนรู้จะเปิด ถ้าไม่ผ่านเงื่อนไขนี้ สมองก็ปิด
ผมขอเสริมในเรื่องเดียวกันครับ
สมองจะประกอบด้วยส่วนประกอบที่สำคัญ 2 ส่วน คือ สมองใหญ่และสมองน้อย
สมองใหญ่ เป็นส่วนที่ทำหน้าที่ "คิดและจำ"
สมองน้อย เป็นส่วนควบคุมการเคลื่อนไหว ที่เขียนว่า cerebellum สมองน้อย หน้าที่หลัก ทำให้เกิดความสนใจ จดจ่อ กระตุ้นพัฒนาการทางภาษา การสร้างสมาธิ
ปัญหาที่ทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้ คือ
คุณครูมักป้อนข้อมูลผ่านการพูดของครู เพื่อให้เข้าไปในหูของผู้เรียน โดยหวังไว้ข้อมูลดังกล่าวจะเข้าไปอยู่ในสมองผู้เรียนได้เลย ซึ่งจริงๆแล้ว เป็นการสอนที่ข้ามขั้นตอนการทำงานของสมองไปครับ จึงทำให้ไม่เกิดการเรียนรู้
นั้นคือ กว่าที่จะให้ผู้เรียนเก็บความรู้ไว้ในสมองได้ ต้องให้สมองทำงานถึง 2 ขั้นตอน ครับ
ขั้นตอนแรก ต้องให้สมองน้อยทำงานก่อนครับ ต้องกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ
ชั้นตอนที่สอง จะให้เรียนรู้ได้ ต้องให้สมองทั้ง 3 ส่วน ทำงานพร้อมกันครับ นั่นคือจะต้องเสนอข้อมูลด้วย
1. ภาพ 2. เสียง 3. เคลื่อนไหว
จะต้องให้สมองทำงานถึง 2 ขั้นตอนครับ จึงค่อยไปถึงขั้นตอนที่สาม สมองส่วนความคิดและความจำ จึงจะทำงาน
ขออนุญาตต่อยอดความยินดีจาก Pleasure ไปยังความพึงพอใจ ตามความมุ่งมั่นปรารถนา "Passion" เชื่อมโยงไปยัง "ฉันทะ" ด้วยนะครับ
ความยินดีจาก Pleasure ไปยังความพึงพอใจ ตามความมุ่งมั่นปรารถนา "Passion" เชื่อมโยงไปยัง "ฉันทะ
สุดยอดไปเลยครับ
ขอบคุณครับ
เรียนท่านอาจารย์
ขอบคุณมากครับ ความรู้สึกที่ดีๆ จะสะท้อนกลับไปยังผู้ให้เป็นสองเท่าครับ
อ่านแล้วได้ข้อคิดดีดีให้กับชีวิตมากขึ้นคะ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้
หายไปนานเลยครับ ขอบคุณมากครับที่เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้