มีธุระหรือโยม เณรถามขึ้น พรุ่งนี้จะมีพระใหญ่มาหานะ.......

จิตไม่โศก-2

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                                  ชายชาวป่าแก่ๆ คนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้ เงียบกริบ เณรมองแล้วเหมือนเท้าไม่ติดพื้น “มีธุระหรือโยม” เณรถามขึ้น “พรุ่งนี้จะมีพระใหญ่มาหานะ” ชายชราพนมมือตอบเรียบร้อยเกินชาวป่าธรรมดา “พระมาทำอะไรหรือ” เณรถามต่อ “มาช่วยสอนปัญหาที่เณรยังไม่เข้าใจ” ชายแก่ตอบ สายตานิ่งๆ “แล้วโยมอยู่ที่ไหน” ชายแก่ชี้ไปที่แนวต้นไม้ใหญ่เลยต้นโพธิ์ไปไกล “แถวโน่นครับท่าน” เณรมีสีหน้านิ่งคิด เพราะจำได้ว่าผ่านทางนั้นมาวันวานไม่ทันสังเกตเห็นว่ามีบ้านอยู่แถวนั้น ชายแก่พนมมือขอลาจากไป ปล่อยเณรเดินจงกรมต่อเนิ่นนาน

 

                                  รุ่งเช้าเณรน้อยเดินถือบาตรห่างจากที่ปักกลดไม่เกิน 20 ก้าว ชายแก่คนเดิมนั่งจบขันข้าวรออยู่ในระยะใกล้ เณรรับบาตร สะดุดความคิด “เอ๊ะ...ชายคนนี้ไม่น่าจะเป็นคนธรรมดา” แต่เห็นว่ามิใช่เรื่องอรรถเรื่องธรรมจึงเดินกลับมานั่งฉันตามปกติ จิตจดจ่อกับการพิจารณาอาหารทุกคำกลืน เงยหน้าขึ้นจากบาตรที่วางอยู่ตรงหน้า ได้ยินเสียงนุ่มทุ้มลึกทักทายระยะประชิด “ที่ตรงนี้เคยมีพระอรหันต์มาปฏิบัติธรรมนับจำนวนไม่ถ้วน” เณรยกมือพนมไหว้พระด้วยความเคารพ สะดุดความคิดอีก “เอ๊ะ....นี่กระมังพระใหญ่ที่ชายผู้นั้นว่าไว้” คิดยังไม่จบ พระธุดงค์รูปนั้นตอบทันทีเหมือนรู้ “ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นดอก ให้ถามสิ่งที่สงสัยก่อน” พระเดินไปโคนต้นไม้ใหญ่ปูผ้าปูนั่ง แล้วนั่งดื่มน้ำจากกาที่ทานถือมา

 

                             เณรแปลกใจว่าข้อสงสัยเพียงคิดในใจท่านรู้ได้อย่างไร ขณะล้างและเก็บบาตรผึ่งแดดไม่ห่างจากที่พระเถระนั่งพัก “เรื่องนี้เณรรู้ดีอยู่แล้วสงสัยทำไม” เณรน้อยยิ้มๆ ไม่ตอบคำ ครองจีวรเสร็จแล้วคลานเข่าเข้าไปใกล้พระเถระแล้วพนมมือนั่งพับเพียบเรียบร้อย “จิตไม่โศกเป็นอย่างไรครับ” เณรถามข้อสงสัยที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติธรรม “โศก เป็นคำสันสกฤต บาลีว่า โสกะ แปลว่าแห้ง จิตโศกหมายความว่าจิตแห้ง เหมือนดินแห้ง ใบไม้แห้ง หน้าแห้ง มาจากการผิดหวัง อกหัก หลักลอย คอยงาน สังขารโทรม ไม่ได้ดังใจ ที่ยึดติดกับโลก ไม่ได้สิ่งที่อยากได้ ได้ในสิ่งที่ไม่อยากได้”