คนกินข้าว ต้องทำความเข้าใจถึงวิธีการเพาะปลูกข้าว อย่างถูกวิธี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเพาะปลูก การจัดการ ในเเปลงนา เพิ่มคุณค่าผลผลิต
แนวโน้ม จะเข้าสู่ยุค "ข้าวยาก หมากเเพง"
ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น
1.ต้นข้าวทุกต้น เริ่มต้น จากการมี "เมล็ดพันธุ์" ก่อน
เมื่อพันธุ์ดีมีไม่เพียงพอ ก็มีผลต่อ การเพาะปลูก
การสืบพันธุ์ การเจริญพันธุ์ การให้ผลผลิต ...
ผลผลิตที่ได้มา ต้องเเบ่ง ออกเป็นสามกอง
กอง 1 เก็บไ้ว้กิน
กอง 2 เก็บทำพันธุ์
กอง 3 เก็บสต๊อก (ยามฉุกเฉิน)
2.ภาวะโลกร้อน อากาศเเปรปรวน
"น้ำท่วม"+ "ฝนแล้ง"+ "โรคเเมลงลง"
ก็ทำให้ "การผลิตข้าวของโลก" ลดลง แต่การบริโภค ยังคงเพิ่มขึ้น (และต้องเเบ่งไปทำพันธุ์ อีก)
ดังนั้นชาวนาจึงต้องใ้ช้
" ปัจจัยการผลิต ที่เป็น "เมล็ดพันธุ์" ลดลง แต่ให้ได้ผลผลิตเท่าเดิม หรือเพิ่มขึ้น " (ใช้ 5-10 กก./ไร่ จากเดิม 20-30 กก./ไร่ ลดลง ~60%)
จากอดีตที่บ้านชาวนา เกษตรกร เคยมียุ้งฉาง ไว้เก็บข้าวเปลือก ไว้สีข้าวกิน ไว้เก็บพันธุ์ข้าวปลูก
ปัจจุบัน เปลี่ยนที่เก็บ ไปไว้โรงสี หมดแล้ว ต้องซื้อข้าวถุงกิน ซื้อพันธุ์ข้าวปลูก ปลูก ....
เมื่อชาวนาส่วนใหญ่ ไม่ได้เป็นเจ้าของ "เมล็ดพันธุ์" ตัวชาวนาเอง ก็ต้องเลือกที่จะใช้
"เมล็ดพันธุ์" ที่มีอยู่อย่างจำกัด(จากที่จำเป็นต้องไปซื้อเค้ามา) ให้เกิดผล สูงสุด
ไม่หว่านทิ้งขว้าง ไม่โยนมั่วซั่ว
...ให้ข้าวจมน้ำตาย ให้นกหนู กิน ให้เบียดแย่งแสง ไม่พร้อมเติบโต
กลาย เป็นแม่พันธุ์ ข้าวลีบ ข้าวดีด ข้าวเด้ง ผลลัพธ์ จาก การส่งเสริมการ "ทำนาหว่านเมล็ดข้าว" แก้ปัญหาแรงงานขาดเเคลน และลดต้นทุนทำนา ตั้งแต่อดีต. Cheap Food for Cheap Labor
....มาตอนนี้ส่งเสริม ทำนาโยน "ต้นกล้า" อีก บอกหนี ข้าวดีด ข้าวเด้ง ก็เป็นผลพวงมาจาก "นาหว่าน" ที่เคยส่งเสริม กันมา ...
เรื่องนี้ต้องตั้งคำถามให้ "จบกระบวนการ" ครับ ระยะยาวที่ ...ส่งเสริมเป็นเช่นไร
1.การใช้เมล็ดพันธุ์ มีความแน่นอนหรือไม่ จะมากขี้นหรือไม่ จาก 1 ถังต่อไร่ ไปเป็น 3 ถังต่อไร่
2.การกระจายตัว มีความแน่นอน เป็นระเบียบหรือไม่
3.ดินดีหญ้าต้องขึ้น อยู่แล้ว ทำยังไง ใช้ยา ใช้คน หรือใช้เครื่องจักรแทนได้หรือไม่
4.แสงเเดด ...ทั่วถึงหรือไม่
5.การจัดการโรคเเมลง เป็นเช่นไร
บอกว่า ลดต้นทุน (จริงหรือไม่) สร้างผลงานวันนี้ จะเป็นภาระระยะยาว??? ใครรับผิดชอบ
เพราะ ตั้งแต่ชาวนาไทย หันจาก "นาดำ" ภูมิปัญญาบรรพบุรุษ
มา "ทำนาหว่าน" ชาวนาไทยจนลง วิถีชีวิตเปลี่ยนไป๊ จาก คนทำนา เป็นเจ้าของนา->
มาเป็นผู้จัดการนาเช่า เเห่งประเทศไทย ใช้ปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดหญ้า ศัตรูพืชเพิ่มขึ้น
เป็นอัปลักษณะการพัฒนาการเกษตรไทย = ทำผลงานปัจจุบัน สร้างปัญหาให้อนาคต
โลกนี้ไม่มีอะไรฟรี ถ้าจำเป็นต้อง "ลงทุนทำนาปลูกข้าว" ....ต้องคิดยาว ๆ ครับ
จ่ายแล้วหมดไป ="ค่าใช้จ่าย"
จ่ายแล้วกลับมา = "การลงทุน"
ลองศึกษาเปรียบเทียบ "วิธีการเพาะปลูกข้าว" ดูครับ ด้วยเหตุเเละผล
Put The Right Thing @ The First Time
ทำสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น ดีกว่าครับ

สวัสดีค่ะ
*** เป็นบันทึกที่สวยและมีสาระ
*** แต่อ่านแล้วกลัวข้าวยากหมากแพงจริงๆ ค่ะ
*** ขอบคุณต้นกล้า
It is the Time for national "integrated" (holistic?) food security planning and practice (knowledge and operation management) for Thailand.
Perhaps, we should talk about 'nutrition supply' not just rice (carbohydrates) but all other groups of food. Poor diets are roots of many health and behaviour problems -- social problems.
Rice is one food -- one issue.
But man does not live on rice alone. We have many other food issues including prices, transports, storage, imports, exports, quarantine, contamination, soils and water, ...
Governments around the world place food security on top priorities. Thais can see how good or bad the government of Thailand is from the work on integrated food security. ;-)
สวัสดีค่ะ
ได้ความรู้การดำนา เยอะเลยครับ เห็นได้ชัดว่า คุณ ต้นกล้า เชียร์การดำนา สุดใจ 555
ต่อไป เกษตรกรรม จะมีความสำคัญอย่างมาก
ประเทศไทยกลับไม่ส่งเสริมและสนใจอย่างทีควร
ทำให้ผลผลิตตกต่ำ ไม่มีคุณภาพอย่างที่ควร ต่างกับญี่ปุ่น
ผมว่า เรื่องต้นทุนการทำนา ของไทย ยังเป็นประเด็นที่ รัฐบาลต้องแก้ไขให้ได้
ถ้า ยังเป็นอยู่อย่างนี้ เกษตรกรรมไทย เรามีหวังเดินถอยหลังลงคลอง
ขอบคุณ คุณ ต้นกล้า ที่แบ่งปัน สิ่งดีๆ
เรื่องนี้ จุดประเด็นงานวิจัยของผม ได้มากทีเดียว
ก็เข้าใจนะครับว่าการทำนาดำเป็นวิธีที่ได้ข้าวที่มีคุณภาพ แต่ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว ทุกวันนี้แถวบ้านผมคนที่ทำนาก็มีแต่ผู้แก่ผู้เฒ่า อย่างบ้านผมพ่อก็ทำกับแม่สองคน การทำนาหว่านผมคิดว่าก็เป็นวิธีที่เหมาะสมเพื่อลดปัญหาเรื่องแรงงานและต้นทุน เพราะถ้าทำนาดำก็ต้องไปจ้างแรงงานมาช่วยดำ นาไม่เยอะครับ 20-30 ไร่ แต่สองตายายก็คงดำเองไม่ไหว ถึงตอนเกี่ยวก็ต้องจ้างเค้าเกี่ยวอีก อีกทั้งยังค่าปุ๋ยอีก ทุกวันนี้ไม่ต้องเสียค่าปุ๋ยเยอะเพราะปุ๋ยชีวภาพช่วยลดค่าใช้จ่ายลงหน่อย บ้านผมอยู่อีสาน ทำนาปีละครั้ง ปีไหนฝนดีก็ได้ข้าวเยอะหน่อย ปีไหนฝนแล้งข้าวก็ไม่พอกิน
สำหรับผมก็คิดว่าการทำนาหว่านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งนะครับ
แต่ที่อื่นผมไม่รู้
สวัสดีครับคุณต้นกล้า เพิ่งกลับมาถึงบ้านสัก ครึ่ง ชั่วโมงมานี้ รีบมาส่งข่าวครับ
ขอบคุณมากค่ะสำหรับความห่วงใยในเรื่องการขาดแคลนข้าว จากวิกฤตการณ์ของพื้นที่เพาะปลูก..ทำให้พี่คิดถึงแนวพระราชดำริขององค์พ่อหลวง ที่ได้พระราชทานในเรื่องทางออกของเรื่องเหล่านี้ไว้อย่างเชิงประจักษ์ ขอให้พวกเราเร่งน้อมนำมาปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง
สวัสดีค่ะ...คุณน้องต้นกล้า
ช่วงนี้พี่จะพยายามมาหาความรู้เรื่องปลูกข้าว
ไปเห็นข้าวในนาของตัวเอง พิจารณาดูแล้วเป็นนาหว่าน
สักวัน ถ้าทำนาเป็น จะถ่ายรูปมาให้ดู
ถูกใจอาม่า ชัดเจนเปรียบเทียมให้เห็น รู้เขารู้เรา ก็จะเข้าใจ และตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ปัจจุบันข้อมูลมีมากมายเหลือเกิด แต่กานำข้อมูลมาใช้ให้เป็นประโยชน์นั้น ขึ้นอยู่กับผู้นำเสนอ อย่างน้องต้นกล้านั้นทำได้ดีทีเดียวค่ะ
ขอบคุณ อาม่า ที่กรุณามาติดตามชมต่อครับ
อย่างที่เกริ่นไว้ ว่า ทำสิ่งที่ถูกต้องตั้งแต่ แรก ก็จะเป็นการป้องปรามปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย ครับ ไม่ต้องเสียเวลาสาละวน กับ หญ้า ยา สารเคมี ครับ
อยากทราบว่า นาโยน มีข้อดีที่ประหยัดเมล็ดพันธุ์ที่สุดแล้ว มีข้อเสียเรื่องอะไรบ้าง คะ เห็นในข่าวทีวี เขาแนะว่าให้ฝึกโยนให้ถูกวิธี ไม่ใช่โยนมั่ว แล้วจะได้ระยะห่าง ได้แสงแดดฯลฯ เนื่องจากต้องการประหยัดเรื่องแรงงานและค่าเมล้ดพันธุ์ค่ะ ส่วนการกำจัดวัชพืช ข้าวดีด คงไม่มีช่องเดินให้สบายอย่างนาดำ(ดูแลได้ถึงโคนกอข้าว) อยากทราบว่าปัญหานาโยนจะมีอะไรอีกคะ