ครั้งแรกในชีวิตกับการเดินทางโดย "เครื่องบิน" สู่ "นครกวางโจว"


เหินฟ้าสู่ นครกวางโจว - เซินเจิ้น ระหว่างวันที่ 26 - 29 มิถุนายน 2553
     ตอนนี้คงไม่มีข่าวอะไรที่จะฮอตฮิตเท่ากับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์  ครั้งที่ 16  ที่กองทัพนักกีฬาไทยได้เข้าร่วมแข่งขันด้วย  ขอส่งแรงใจแรงเชียร์ให้ทุกคนด้วยนะค่ะ 
     แต่ก่อนที่จะเข้าสู่พิธีปิดการแข่งขัน  วันนี้ขอนำเสนอเรื่องราวของชีวิต  กับการเดินทางโดย "เครื่องบิน"  ครั้งแรก  สู่ "นครกวางโจว"  สาธารณรัฐประชาชนจีน  ซึ่งถือว่าเป็นการเดินทางครั้งแรกของข้าพเจ้าโดย "เครื่องบิน" ค่ะ  ยอมรับว่าครั้งแรกกับการขึ้นเครื่องบิน  ตื่นเต้นสุดสุดค่ะ  ใครจะไปนึกไปฝันว่าวันหนึ่งจะมีโอกาสได้ขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศเหมือนคนอื่นเขานี่  ต้องขอขอบคุณมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ที่ทำให้เด็กบ้านนอกคนหนึ่งได้มีโอกาสขึ้นเครื่องบินกับเค้าด้วยนะค่ะ 
 
     หลังจากเรียนจบหลักสูตรรัฐศาตรมหาบัณฑิต  สาขาวิชาสหวิทยาการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น  ทางมหาวิทยาลัยจัดให้ไปดูงานค่ะ  พวกเราทั้งหมดเดินทางเข้าสู่กรุงเทฯ  เพื่อร่วมพิธีปัจฉิมนิเทศนักศึกษาที่จบใหม่  จากนั้นก็เตรียมตัวเดินทางเหินฟ้าสู่ "นครกวางโจว" 
 
     บริษัททัวร์นัดเจอพวกเราที่สนามบินสุวรรณภูมิ  เวลาประมาณ  05.00 น.  เพราะกำหนดการบินเวลาประมาณ  07.30  น.  พวกเราถูกปลุกให้ตื่นตอนเวลา  02.30 น.  รัยจะขนาดนั้นเนอะ...  แต่ด้วยความตื่นเต้นเพื่อจะไปขึ้นเครื่องบิน  งัยก็ต้องตื่นไม่งั้นไม่ทันเพื่อนๆ แน่ๆๆ
 
     มาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ  โอ้โห!!!!  ใหญ่มั่ก มาก  สวยสมคำล่ำลือ  แต่ด้วยความที่เช้ามากเลยไม่ค่อยมีคนเท่าไหร่  พวกเราก็แอ็คท่าถ่ายรูปกันยกใหญ่  55555
 
 
     ยังไม่ทันหายตื่นเต้นกับความยิ่งใหญ่ของสนามบิน  ไกด์คนไทยมาบอกว่า  คงจะเลื่อนเวลาขึ้นเครื่องไปเป็นเวลาประมาณ  15.30  น.  เนื่องจากเครื่องบินลำของเรามีปัญหา  มาไม่ทันตามกำหนดเวลา  ให้พวกเรากลับไปพักผ่อนต่อที่โรงแรมกันก่อน  กำหนดการเดินทางของเราก็เลยคลาดเคลื่อนไปเกือบ 1 วันเต็มๆ  แสดงว่าโปรแกรมการท่องเที่ยวสำหรับวันนี้ก็ถูกงดไปด้วย  เฮ้อ++++
     แต่ไม่เป็นไร  ช้าแค่วันเดียวเองเนอะ  ถึงยังไงวันนี้ก็ต้องได้ขึ้นเครื่องบินอยู่ดี  อิอิ  หลังจากพักผ่อน (นอนต่อสักงีบ)  ที่โรงแรมแล้ว  ก็ได้เวลาเดินทางมาสนามบินสุวรรณภูมิอีกครั้งหนึ่ง  จากนั้นก็ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง  ความรู้สึกตื่นเต้นเริ่มกลับมาอีกรอบ  ในใจนึกว่าผ่านด่านตรวจเรียบร้อยแล้ว  ก็สามารถขึ้นเครื่องบินได้เลย  แต่มันไม่ใช่แบบนั้นค่ะ.................
     พวกเราต้องมานั่งรอต่ออีก  เพื่อรอขึ้นเครื่อง  รอ รอ รอ และก็รอ  สภาพหลายคนเลยเป็นแบบนี้ค่ะ  55555
 
     และแล้วในที่สุดก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องซะที...เฮ้อ...หลังจากที่รอมาตั้งนานหลายชั่วโมง
เย้....ได้นั่งเครื่องบินสมใจล่ะค่ะ
 
แต่ยังค่ะ...เครื่องบินยังไม่ขึ้น  จะเกิดอะไรขึ้นนั้นตามมาอ่านกันต่อนะค่ะ
 
     พอดูวิธีการสาธิตต่างๆ เสร็จ  แอร์โฮสเตสมาเช็คความเรียบร้อย  ทุกอย่างพร้อมล่ะ  เสียงเครื่องบินดังมากๆ  เครื่องบินกำลังวิ่งบนรันเวย์  พร้อมขึ้นสู่ท้องฟ้า   แต่มันวิ่งวนหลายรอบเลยค่ะ  ไม่ขึ้นซะที  ทำไมเป็นงั้นล่ะ???   วิ่งแล้ววิ่งอีก  หลายรอบก็ยังไม่ขึ้น  ที่สุดแล้วนักบินคงดับเครื่อง  ทุกอย่างอยู่ในความเงียบสงบ  ไม่มีใครรู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น  พวกเราคุยกันเองว่าเครื่องบินต้องมีปัญหาแน่ๆๆ   ถ้าตอนนี้มีใครสักคนบอกว่ายกเลิกการเดินทาง  คงมีหลายคนเดินลงจากเครื่องแน่ๆๆ  เลยค่ะ  และหนึ่งในนั้นก็คงเป็นข้าพเจ้าแน่นอน 
     พวกเราต้องนั่งในเครื่องบินอีกประมาณเกือบ 1 ชั่วโมงเต็มๆ ค่ะ  ไม่รู้เหมือนกันว่าเครื่องมีปัญหาอะไร  แต่ที่แน่ๆๆ  ไม่อยากไปล่ะค่ะ  เมืองจง เมืองจีน  อยากกลับบ้าน....ที่สุดเลย
     เพิ่งนึกได้ค่ะที่เครื่องบินมาช้ากว่ากำหนดสงสัยเพราะแบบนี้แน่ๆ ค่ะ  พวกเราก็นึกว่าเขาเปลี่ยนเครื่องบินลำใหม่ให้  แต่มันไม่ใช่ (ไม่ขอบอกชื่อสายการบินละกันนะค่ะ)  1 ชั่วโมงผ่านไป  เครื่องบินเริ่มติดเครื่องอีกครั้งหนึ่ง  วิ่งบนรันเวย์  และค่อยๆ ทยานขึ้นสู่ท้องฟ้า  เฮ้อ....โล่งอก  แต่ใจก็ตุ้มๆ ต่อมๆ  ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีก  นั่งภาวนาทำสมาธิอยู่แป๊บหนึ่ง  เครื่องบินคงตกหลุมอากาศ  รู้สึกได้ว่าตัวเองเซเลยค่ะ  ตกใจมาก  พยายายมคิดว่าคงไม่เป็นอะไร  ผู้โดยสารร้องกรี๊ดกันดังลั่นทั้งลำ  นึกในใจว่าถ้าเครื่องบินตกจะทำยังไงดีนี่  พ่อกะแม่จะเป็นยังงัยมั่ง  ทั้งโทรทัศน์ทั้งหนังสือพิมพ์คงลงข่าวใหญ่แน่ๆ  คิดไปต่างๆ นาๆ  อยากร้องไห้จังเลยค่ะ  ฮือ ฮือ...
     แต่ท้ายที่สุด   ทุกอย่างก็ไม่ได้เร็วร้ายอย่างที่คิด   นักบินพาพวกเราลงสู่ "สนามบินกวางโจว"  โดยสวัสดิภาพค่ะ  ผู้โดยสารทุกคนพร้อมกันลุกขึ้น "ปรบมือ" ให้นักบินโดยที่ไม่ได้นัดหมาย  เหมือนแสดงความขอบคุณที่พาพวกเราเดินทางอย่างปลอดภัย (แสดงว่าไม่ใช่ข้าพเจ้าคนเดียวที่คิดอะไรน่ากลัว ฮ่าฮ่า)  ถึงสนามบินกวางโจว  เวลาประมาณ  3 ทุ่มกว่าค่ะ  (เวลาประเทศจีนเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 1 ชั่วโมง)  ไกด์จีนพาพวกเราพักผ่อนโรงแรม  คืนนี้หลับเป็นตายเลยเรา 
 
     เช้าวันรุ่งขึ้น  อรุณสวัสดิ์เมืองจีนค่ะ++++
ไกด์จีนพาพวกเราเที่ยว  เริ่มจาก....
-  อนุสาวรีย์แพะห้าตัว  (สัญลักษณ์ของเอเชียนเกมส์)
 
    
     ไกด์จีน  ซึ่งเคยเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนพูดไทยชัดมาก  เล่าให้ฟังคร่าวๆ ว่า ในอดีต  "กวางโจว"  เป็นเมืองที่แห้งแล้งกันดารมาก  เทวดาผ่านมาเห็นเมืองนี้  เลยสงสารเสกให้แพะ 5 ตัว คาบรวงข้าวมาช่วยประชาชนในเมืองนี้  ทำให้ "กวางโจว" ได้รับฉายาว่า "เมืองแพะ"  ซึ่งถือเป็นจุดท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของกวางโจวค่ะ 
 
-  แวะไหว้พระที่ศาลเจ้าในเมืองกวางโจว  (จำชื่อไม่ได้ล่ะค่ะ อิอิ)
 
ไหว้พระขอพรเสร็จ  ก็ออกเดินทางต่อค่ะ
 
-  ชมโรงงานผลิตเครื่องปั้นดินเผา (เซรามิก)
 
ดูขั้นตอนและวิธีการผลิตเครื่องปั้นดินเผาค่ะ
 
 
-  ชมโรงงานผลิตบัวหิมะ
 
 
จะมีเจ้าหน้าที่แนะนำด้วยค่ะ (พูดไทยชัดมาก)
 
 
     จากนั้นก็พาพวกเราไปช็อปปิ้งที่ "ตลาดอีเต๋อลู่"  ลักษณะคล้ายๆ สำเพ็งบ้านเราค่ะ ไกด์ไทยให้ข้อมูลว่า  ของที่ขายอยู่สำเพ็ง  ประมาณ 80%  มาจากตลาดแห่งนี้ค่ะ 
     ช็อปปิ้งเสร็จ  ก็เดินทางสู่ "เมืองเซินเจิ้น"  ถือว่าเป็นเมืองใหม่ของประเทศจีนค่ะ  พวกเราพักที่เมืองนี้ 2 คืน  กลางคืนมีถนนคนเดินใกล้โรงแรมที่พัก  เรียกว่า "ถนนตงเหมิน"  ซึ่งเป็นถนนคนเดินที่ดังที่สุดในเมืองเซินเจิ้น ค่ะ  (ขอบอกว่าของก็ราคาถูกด้วยค่ะ) 
     จาก  "เมืองเซินเจิ้น"  ไกด์จีนพาพวกเราแวะเยี่ยมชมโรงงานต่าง ๆ ค่ะ เริ่มด้วย
-  ชมโรงงานผลิตหยก  (น่าเสียดายทางโรงงานห้ามถ่ายรูปค่ะ ได้แค่เก็บภาพหน้าโรงงานมาฝากค่ะ)
 
 ขอบอกว่า "หยก"  แต่ละชิ้น แพงมากกกกกกกกก
 
-  โรงงานผลิตผ้าห่มไหม  ซึ่งถือว่าเป็นผ้าห่มไหมอันดับหนึ่งของประเทศจีนค่ะ
 
 
ทางร้านก็ห้ามถ่ายรูปข้างในอีกตามเคย ค่ะ
     จากนั้นก็พาพวกเราไปช็อปปิ้งต่อ ที่ "ตลาดหล่อหวู่"  หรือที่คนไทยเรียกว่า "มาบุญครองเซินเจิ้น"  ตลาดนี้มีของก๊อปปี้ เยอะแยะเลยค่ะ ทั้งกระเป๋า  โทรศัพท์  ไอโฟน  ไอพอต ของไฮเทคโนโลยีทั้งหลายแหล่  ฯลฯ  พวกเราช็อปหมดกันไปเยอะเลยค่ะ อิอิ... (ช็อปจนลืมเก็บภาพเลย 5555)
 
     พรุ่งนี้ต้องกลับเมืองไทยละดิ  ทำไมเวลามันผ่านไปเร็วจังเลยล่ะ............(อดนึกในใจไม่ได้ว่า  เครื่องบินจะเป็นลำเดียวกันกับตอนเดินทางมาหรือป่ะนี่+++ลุ้นๆๆๆ)
 
 
     ภาพบรรยากาศระหว่างเดินทางไปสนามบินกวางโจวค่ะ  มีตึกรูปร่างแปลกๆ เยอะแยะเลย ไกด์จีนบรรยายว่า  รัฐบาลจีนสนับสนุนงบประมาณในการปรับปรุงและทาสีตึกใหม่เพื่อเตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวงานกีฬาเอเชียนเกมส์ 2010 ค่ะ 
 
มาถึงล่ะค่ะ  "สนามบินกวางโจว"
ขอเก็บภาพเป็นที่ระลึกก่อนหน่อยละกันนะค่ะ
 
     เย้!!!! เครื่องบินคนละลำกับตอนขาเข้าค่ะ  ขากลับเครื่องบินไม่มีปัญหาอะไรเลย  ทะยานขึ้นฟ้า  มุ่งสู่กรุงเทพมหานครอย่างสง่างาม  จากที่คิดว่าชีวิตนี้จะไม่ขึ้นเครื่องบินอีกล่ะ  กลายเป็นติดใจเครื่องบินขึ้นมาซะงั้น 5555  โชคดีได้นั่งข้างหน้าต่าง   งานนี้เลยขอเก็บภาพบนฟ้ามาฝากเพียบเลยค่ะ 
 
งานนี้พวกเราอยู่เหนือเมฆ ฮ่าฮ่า 
 
    
     และแล้ว....ก็ถึงผืนแผ่นดินไทย  โดยสวัสดิภาพกันทุกคน  ขอบคุณนักบินค่ะ   สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ได้ประสบการณ์เยอะเลยค่ะ  และมีสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเสมอกระทั่งวันกลับ  "ไกด์ไทย"  ไม่ยอมรับแลกเงินหยวนคืนซะอีก  บอกว่ามีเงินไม่พอ  พวกเราต้องมาแลกที่ธนาคาร  ซึ่งราคาเงินหยวนต่างกันเกือบ 1 บาท  (แลกไกด์ 5 บาทกว่า  แลกธนาคาร 4 บาทกว่า)  เฮ้อ...คนไทยด้วยกันแท้ๆ  ไม่น่าจะหลอกกันได้เลยค่ะ  แต่ถือซะว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตละกันเนอะ 
     แต่ที่สำคัญ  ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนก็ตาม  สิ่งหนึ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าได้รู้ก็คือว่า  "ที่ไหนก็ไม่อบอุ่นเท่าบ้านเราค่ะ"  รักเมืองไทย  เที่ยวเมืองไทยกันดีกว่านะค่ะ....
 
 
แล้วพบกันใหม่ค่ะ
กอหญ้า...
 
 
ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ทนอ่านจนถึงบรรทัดสุดท้ายนะค่ะ อิอิ...  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมายเลขบันทึก: 410497เขียนเมื่อ 26 พฤศจิกายน 2010 16:02 น. ()แก้ไขเมื่อ 21 มิถุนายน 2012 13:06 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกันจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (12)

-สวัสดีครับคุณกอหญ้า...

-ก่อนอื่นต้องขอ "555555555" ตอนนี้ครับ ".....แต่ท้ายที่สุด   ทุกอย่างก็ไม่ได้เร็วร้ายอย่างที่คิด   นักบินพาพวกเราลงสู่ "สนามบินกวางโจว"  โดยสวัสดิภาพค่ะ  ผู้โดยสารทุกคนพร้อมกันลุกขึ้น "ปรบมือ" ให้นักบินโดยที่ไม่ได้นัดหมาย  เหมือนแสดงความขอบคุณที่พาพวกเราเดินทางอย่างปลอดภัย (แสดงว่าไม่ใช่ข้าพเจ้าคนเดียวที่คิดอะไรน่ากลัว ฮ่าฮ่า)......"

-ทริปนี้....ตื่น......เต้น....น่าดู นะครับ...

-ผมว่าเครื่องบินลำนี้..สงสัย...จะทดสอบความอดทน "มหาบัณฑิตใหม่" น่ะครับ 5555

-ยินดีต้อนรับสู่ "ประเทศไทย" นะครับ..

-เมืองไทยนี้ดี....อุดมสมบูรณ์..

-ตะวาไปร่วมงานเกี่ยวข้าวมา..งานนี้ "ผมต้องเกี่ยว...แน่นอน" 555

-เก็บภาพดอกไม้ป่ามาฝาก....."มหาบัณฑิต" ครับ..

-สวัสดีครับคุณกอหญ้า..

-ตะวาไปแอ่วโต้งพี่ประสิทธิ์มา...

-หันบะตันขอ....เก็บกิน...แล้วจึงเก็บภาพมาฝากครับ....

-โต้งใต้ท่าจะยังพอมีฮื้อได้กินอยู่นะ.....ลองไปหาผ่อเน้อ...

สวัสดีคะคุณเพชรน้ำหนึ่ง

รอดชีวิตกลับมาได้ก้อบุญโขล่ะค่ะ 555555

นี่แหละที่เค้าเรียก "คนดีผีคุ้ม" อิอิอิ

ขอบคุณสำหรับ "ดอกไม้" และ "บะตันขอ" ค่ะ

ทำให้นึกถึงตอนเป็นเด็กๆ จัง กลับบ้านเด๋วจะไปลองหาแถวโต้งใต้ดู น่าจะยังมีอยู่นะ

หวัดดีเจ้า มาแอ่วกวางโจวตวยคน เมื่อใดจะได้ไปเมืองนอกกะเขาผ้องน้อ อิจฉาจัง

หนาวแล้วดูแลสุขภาพตวยเน้อ

สวัสดีครับ กวางโจว ประเทศจีน

เหมือนได้ไปด้วยคนครับ

สบายดีนะครับ

งดงามมากครับ โดยเฉพาะ................

รูปถ่ายจากหน้าต่างเครื่องบิน...ที่มีท้องฟ้า...สายเมฆ...มุมหมอก นะครับ

สวัสดีค่ะน้องมดตะนอย

เที่ยวที่ไหนก้อไม่สุขใจเท่าเที่ยวเมืองไทยหรอกน่ะค่ะ

สวัสดีคะ คุณหมอ

ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยมชมนะค่ะ

ตอนแรกนึกว่าจะเมาเครื่องบินค่ะ แต่ก้อไม่เมา เลยได้เก็บภาพมาฝากกันค่ะ

-สวัสดีครับคุณกอหญ้า..

-วันนี้เก็บ "หน่วยบ่ต๋ากบ"มาฝากครับ...

สวัสดีครับ

ที่บ้านผมเริ่มเย็นยะเยือกวันนี้ เพราะมีฝนตกหนักหน่วงช่วงเที่ยง

คุณกอหญ้าสบายดีนะครับ

รออ่านบันทึกอยู่นะครับ

สวัสดีคะคุณหมอ

ทางเหนือก้อเริ่มเย็นๆ เหมือนกันค่ะ

สบายดีค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาทักทายนะค่ะ

คุณกอหญ้า ครับ ถ้าว่ารบกวนแน่นำวิธีนำภาพมาลงให้ดูดีแบบนี้บ้างนะครับ พอดีผมอยากเอาภาพมาลงแบบนี้บ้าง ขอบคุณล่วงหน้าครับ

  • ตื่นเต้นไปด้วยนะครับเรื่องเครื่องบิน ตกลงมันปัญหาอะไรแน่ ความจริงควรบอกชื่อสายการบินไปเลยนะครับ เขาควรรับผิดชอบมากกว่านี้ด้วยซ้ำ เช่น การจัดหาอาหารให้เรารับประทาน สถานที่พัก หากช้าเป็นวัน อันนี้เป็นสิทธิผู้บริโภคที่เราควรทราบ และไม่ควรปล่อยให้คนไม่รับผิดชอบลอยนวลครับ
  • อยากชวนให้เขียนแบบลงรายละเอียด ผมว่ามันเหมือนเป็นการบันทึกการเดินทางครั้งหนึ่งในชีวิต
  • แซวนิดนะครับว่า ตกลงนี่เป็นการดูงานแบบต้องเขียนรายงานส่งคุณครู หรือไปเที่ยวเฉยๆครับ
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี