วิเคราะห์ฎีกา

วิเคราะห์คำพิพากษาศาลฎีกาที่ ๘๔๗/๒๕๔๗:

ตามคำพิพากษาของศาลฎีกาที่ ๘๔๗/๒๕๔๗ มีประเด็นให้ต้องพิเคราะห์ถึงคำวินิจฉัยในข้อที่ว่า จำเลยมีความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทเอมเฟตามีน จริงหรือไม่

การจะวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจำนวน ๙๐๐ เม็ด ตามฟ้องกระทงหลังเป็นความผิดสำเร็จหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาเสียก่อนว่า จำเลยได้ “จำหน่าย” เมทแอมเฟตามีนแล้วหรือไม่

การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน หมายถึง การทำให้เมทแอมเฟตามีนพ้นไปจากครอบครองของผู้กระทำความผิดโดยการส่งมอบให้ผู้อื่นต่อไปไม่ว่าจะมีค่าตอบแทนหรือไม่ การจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนจึงเป็นความผิดสำเร็จเมื่อเมทแอมเฟตามีนได้พ้นไปจากการครอบครองของผู้จำหน่ายโดยการส่งมอบให้ผู้รับเสร็จเรียบร้อยแล้ว

ข้าพเจ้าเห็นว่าตามที่ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยกระทำความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีน นั้นถูกต้องแล้ว เพราะตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ปรากฏชัดว่าจำเลยยังไม่ได้มีการส่งมอบเมทแอมเฟตามีนให้แก่ผู้ซื้อจึงถือว่าจำเลยยังมิได้ทำการจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนอันเป็นความผิดสำเร็จตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา๑๕ วรรคหนึ่ง(เดิม),๖๖ วรรคหนึ่ง(ที่แก้ไขใหม่) แต่การที่ศาลฎีกาวินิจฉัยโดยให้เหตุผลว่า “จำเลยยังมิได้ส่งมอบเมทแอมเฟตามีนของกลางให้แก่นางบุษบาผู้ซื้อ การซื้อขายเมทแอมเฟตามีนของกลางระหว่างจำเลยกับนางบุษบาจึงยังไม่สำเร็จบริบูรณ์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานพยายามจำหน่ายเมทแอมเฟตามีนเท่านั้น” หากพิจารณาคำวินิจฉัยของศาลฎีกาในทางกลับกัน  กล่าวคือ “ถ้ามีการส่งมอบ สัญญาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนจะสำเร็จบริบูรณ์และการกระทำของจำเลยก็จะเป็นความผิดสำเร็จ” ด้วยความเคารพต่อศาลฎีกา ข้าพเจ้าเห็นว่าศาลฎีกาไม่ควรให้เหตุผลในลักษณะดังกล่าวเพราะเป็นการขัดต่อหลักกฎหมายแพ่งว่าด้วยซื้อขาย กล่าวคือ สัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์เมื่อผู้ขายกับผู้ซื้อแสดงเจตนาเสนอสนองต้องตรงกันว่าผู้ขายตกลงโอนกรรมสิทธิ์ให้แก่ผู้ซื้อและผู้ซื้อตกลงว่าจะชำระราคาทรัพย์สินนั้นให้แก่ผู้ขายตามป.พ.พ. มาตรา ๔๕๓ โดยมิต้องพิจารณาว่ามีการส่งมอบหรือชำระราคาแล้วหรือไม่ เพราะการส่งมอบก็ดี การชำระราคาก็ดีล้วนเป็นหนี้ที่เกิดขึ้นหลังจากสัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์ทั้งนั้น มิใช่ส่วนสำคัญที่ทำให้สัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์ และเป็นการขัดต่อหลักกฎหมายว่าด้วยนิติกรรม กล่าวคือ สัญญาซื้อขายเมทแอมเฟตามีนนี้มีวัตถุประสงค์เป็นการต้องห้ามชัดแจ้งโดยกฎหมายและเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชนจึงตกเป็นโมฆะตามป.พ.พ. มาตรา ๑๕๐  สัญญาจึงไม่อาจสำเร็จบริบูรณ์ได้เป็นแน่

ข้าพเจ้าจึงเห็นว่าศาลฎีกาควรจะวินิจฉัยโดยมุ่งไปที่การจำหน่ายเป็นสำคัญว่า จำเลยได้จำหน่ายเมทแอมเฟตามีนแล้วหรือยัง โดยพิเคราะห์ถึงความหมายของการจำหน่ายเชิงข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ทำให้เมทแอมเฟตามีนพ้นไปจากการครอบครองของจำเลยแล้วหรือไม่ มิต้องคำนึงถึงความหมายในเชิงกฎหมายแพ่งว่าสัญญาซื้อขายจะสำเร็จบริบูรณ์แล้วหรือไม่เพราะอาจทำให้สับสนและขัดต่อกฎหมายแพ่งดังเหตุผลที่ข้าพเจ้าได้กล่าวมาข้างต้น และเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีอาญาอันมีโทษแก่ผู้กระทำความผิด ควรวินิจฉัยในทางที่เป็นคุณแก่จำเลยโดยไม่นำหลักกฎหมายแพ่งมาพิจารณามิฉะนั้นแล้วจำเลยก็อาจต้องรับผิดได้โดยง่ายหากวินิจฉัยโดยอาศัยหลักความสำเร็จบริบูรณ์ของสัญญาซื้อขายในทางแพ่งซึ่งการส่งมอบมิได้เป็นสาระสำคัญที่ทำให้สัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์แต่เพียงมีการตกลงเสนอสนองต้องตรงกันก็ทำให้สัญญาซื้อขายสำเร็จบริบูรณ์เป็นการจำหน่ายตามกฎหมายแพ่งแล้ว

                                             

ผู้เขียน: นางสาวฑิตา พิทักษ์สันติสุข