นักเรียนมีทักษะการคิดหลังดำเนินโครงการสูงกว่าก่อนดำเนินโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ.05

บทคัดย่อ 

 

ชื่อเรื่อง            การประเมินโครงการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ โดยใช้แผนผังโครงข่ายงาน (network) เพื่อพัฒนาทักษะการคิด       โรงเรียนวัดบุญลือ  ปีการศึกษา  2552

ผู้ประเมิน          นายศิริเดช  ศรีสร้อย  ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบุญลือ

                        (อุเทสประชาสรรค์)

ปีการศึกษา         2552

จุดมุ่งหมาย

                     การประเมินโครงการครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อประเมินผลโครงการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้แผนผังโครงข่ายงาน (network) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดของโรงเรียนวัดบุญลือ(อุเทสประชาสรรค์)  ปีการศึกษา  2552 โดยใช้แบบจำลอง  CIPP MODEL ใน  4  ด้าน ได้แก่ 

                      1.  ด้านบริบท (Context Evaluation)  

                      2.  ด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation)

                      3.  ด้านกระบวนการ (Process Evaluation)

                      4.  ด้านผลผลิต (Product Evaluation)

วิธีดำเนินการประเมิน 

1.  การประเมินด้านบริบท , ด้านปัจจัยนำเข้า และด้านกระบวนการ โดยถามระดับความคิดเห็นจากคณะครู  คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเครือข่ายพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาจำนวน  52  คน ที่มีต่อการดำเนินโครงการ  ด้วยแบบสอบถามที่ผู้ประเมินสร้างขึ้น มี 2 ตอน  ตอนที่ 1 ถามสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม  ตอนที่ 2 เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับถามระดับความคิดเห็นที่มีต่อการดำเนินโครงการ

 2.  การประเมินด้านผลผลิต  โดยเปรียบเทียบทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนดำเนินโครงการและหลังดำเนินโครงการของนักเรียนช่วงชั้นที่ 2 จำนวน  46  คน  ซึ่งวัดผลจากการใช้แบบทดสอบวัดทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณที่ผู้ประเมินได้อำนวยการให้คณะครูสร้างขึ้นโดยยึดแบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณของชาลินี  เอี่ยมศรี  ที่ดำเนินการตามแนวทฤษฏีของ  Noriss และ Ennis (1989) อิงรูปแบบลักษณะแบบสอบวัดจาก Cornell Critical  Thinking  Test,Level X ( อ้างถึงใน  ทิศนา  แขมมณี.  2544 : 176)  ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบของการคิดอย่างมีวิจารณญาณ  4  ด้าน คือ

    ด้านที่ 1 ความสามารถในการพิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูและการสังเกต (credibility of sources and observation)   

    ด้านที่ 2 ความสามารถในการนิรนัย (deduction)

    ด้านที่ 3 ความสามารถในการอุปนัย (induction)

     ด้านที่ 4 ความสามารถในการระบุข้อตกลงเบื้องต้น        (assumptionindentification)

 

การวิเคราะห์ข้อมูล

1.  ข้อมูลเกี่ยวกับสถานภาพผู้ตอบแบบสอบถาม  โดยการแจกแจงความถี่  และหาค่าร้อยละ

 2.  ข้อมูลเกี่ยวกับระดับความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการ   โดยคำนวนค่าเฉลี่ย  และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

         3.  เปรียบเทียบทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนดำเนินโครงการและหลังดำเนินโครงการของนักเรียน  โดยเปรียบเทียบค่าที ใช้สูตร  t – test for dependent sample

 4.  เปรียบเทียบผลสำเร็จตามเป้าหมายของโครงการ  ด้วยค่าเฉลี่ยร้อยละของคะแนนสอบทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังดำเนินโครงการของนักเรียนเปรียบเทียบกับเกณฑ์  ร้อยละ 70

 ผลการประเมิน

 ผลการประเมินโครงการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณโดยใช้แผนผังโครงข่ายงาน (network) เพื่อพัฒนาทักษะการคิดโรงเรียนวัดบุญลืออยู่ในระดับมาก  3  ด้าน คือ  ด้านบริบทของโครงการ  ด้านปัจจัยนำเข้าของโครงการ และ  ด้านกระบวนการของโครงการ  เมื่อพิจารณารายด้านพบว่า  ด้านบริบทของโครงการมีผลการประเมินสูงกว่าด้านอื่น  ส่วนด้านผลผลิตของโครงการ พบว่า นักเรียนมีทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังดำเนินโครงการสูงกว่าก่อนดำเนินโครงการอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  .05  และสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ในโครงการ