บทเรียนที่ดีอย่างหนึ่ง หากเราเดินทางไปไหนที่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ ต้องพยายามหาทีวีช่องท้องถิ่นดู โดนทั่วไปโรงแรมก็มักจะรับเคเบิ้ลทีวีที่มีช่องท้องถิ่นอยู่แล้ว เพราะช่องท้องถิ่นจะรายงานข้อมูลได้ละเอียดและเกาะสถานการณ์ติดกว่าช่องปกติ ที่เราดูกัน
หายหน้าหายตาไปนิดหน่อย ติดภารกิจต้องไปอบรมเข้ม มสธ. ในฐานะว่าที่บัณฑิต (ยังไม่แก่เกินเรียน) ได้อะไรมาพอสมควรไว้ค่อยๆ เล่าให้ฟังตอนต่อไป กลับมาเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่กันต่อ หลังจากเห็นธงเหลืองไปแล้ว พูดถึงเรื่องธงนี่ที่หาดใหญ่มีการขึ้นธงไว้เตือนเกี่ยวกับระดับน้ำ เป็นประสบการณ์จากน้ำท่วมเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ผมจำได้ไม่หมด เท่าที่รู้มีธงเขียวคือปลอดภัย ถ้าขึ้นธงเหลืองเริ่มไม่ดีแล้ว ถ้าธงแดงเมื่อไหร่ก็ขนของขึ้นชั้น ๒ รอไว้ก่อนเลย แต่ถ้าธงแดงแล้วมีเสียงไซเรนด้วยก็หมายความว่าน้ำเข้าหาดใหญ่แล้ว ก็ประมาณนี้ล่ะครับ พอเห็นธงเหลืองพวกเราที่ไปก็เริ่มปรึกษากันแล้วว่าน่าจะไปพักที่โรงแรมเดียวกัน ความจริงผมถูกเชิญมาเป็นวิทยากรที่จัดที่โรงแรมหนึ่ง ส่วนเจ้าหน้าที่ที่มาด้วย ๓ ท่าน ต้องไปจัดประชุมอีกโรงแรม ผมเองก็เริ่มเห็นด้วยเพราะถ้าไปพักคนเดียวแล้วเกิดน้ำท่วมจริงๆ (ตอนนั้นก็ยังคิดว่าไม่น่าจะท่วม) คงเหงาแย่ สุดท้ายเลยตัดสินใจไปพักโรงแรมเดียวกันกับที่สำนักงานมาจัดประชุม ถ้าน้ำไม่ท่วมตอนเช้าค่อยเดินมาก็ยังได้
รถขับผ่านตลาดกิมหยง เริ่มเห็นน้ำท่วมถนนด้านในและคนเริ่มเก็บของ ก็ยังไม่คิดอะไร เพราะถนนแถวๆ กิมหยง ฝนตกหนักทีไรก็ท่วมทุกที ก่อนเข้าโรงแรมรถยังขับผ่านร้านข้าวต้มชื่อดัง พวกเรายังคุยกันว่าหากฝนซาซักหน่อยจะเดินมากินกัน (สุดท้ายได้แต่คิด) เข้าเช็คอินที่โรงแรมได้นอนชั้น ๒๕ รู้สึกดีใจปลอดภัยแน่ยังไงน้ำก็ท่วมไม่ถึง ส่วนทีมงานอีก ๓ ท่านพักชั้น ๒๘ เรื่องนอนชั้นสูงๆ นี่ดูเหมือนดีแต่กลับสร้างปัญหาในภายหลัง
หลังเข้าห้องพักกันเรียบร้อย เราก็ลงมาหามื้อเย็นรับประทาน ฝนยังคงตกหนักไม่เลิก แต่ร้านค้า ร้านอาหารเลิกหมดแล้ว แค่ ๖ โมงเย็นเอง ท่าทางไม่ค่อยดี คนในพื้นที่ย่อมต้องมีประสบการณ์มากกว่าเรา ตรงนี้ต้องจำและฟังเอาไว้ สรุปเราก็ได้ทานแค่ KFC พี่ท่านหนึ่งที่ไปด้วยกันบอกว่า "นี่เรานั่งเครื่องบินมากิน KFC ที่หาดใหญ่" เป็นร้านเดียวที่ยังไม่ปิด แต่ก็กำลังปิด พวกเราเป็นลูกค้ากลุ่มสุดท้ายแล้ว มีการพูดกันเล่นๆ ในทีมว่าน่าจะซื้อตุนไว้บ้างน่าจะดี ก็ได้แต่หัวเราะกัน กลับขึ้นห้องผมเปิดทีวีที่บังเอิญเปิดไปเจอช่องท้องถิ่น พูดถึงตรงนี้ถือเป็นบทเรียนที่ดีอย่างหนึ่ง หากเราเดินทางไปไหนที่มีเหตุการณ์ลักษณะนี้ ต้องพยายามหาทีวีช่องท้องถิ่นดู โดนทั่วไปโรงแรมก็มักจะรับเคเบิ้ลทีวีที่มีช่องท้องถิ่นอยู่แล้ว เพราะช่องท้องถิ่นจะรายงานข้อมูลได้ละเอียดและเกาะสถานการณ์ติดกว่าช่องปกติที่เราดูกัน ผมยกตัวอย่างผู้เข้าร่วมประชุม ๒ ท่าน เมื่อมาถึงก็นำรถไปจอดบริเวณของโรงแรม ขึ้นห้องแล้วเปิดทีวีดูละครตามช่องปกติหรือดูช่องหนังของเคเบิ้ลทีวีผมไม่แน่ใจ แต่ทราบว่าเปิดทีวีดูแต่ไมม่ทราบข่าวอะไรเลย พอเช้ามาถึงทราบว่าน้ำท่วมและรถก็ถูกน้ำท่วมไปตามระเบียบ แบบนี้ไม่ค่อยถูกต้องเท่าไหร่ ทีวีหรือวิทยุที่รายงานสถานการณ์ถือว่าจำเป็นมากที่เราจะต้องรู้และหาให้ได้ เพราะหากเกิดน้ำท่วมขึ้นมาจะทำให้เราประเมินได้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อ ตอนต่อไปนะครับ