
“พี่ ฝากบอกเขาด้วยนะ ดูแลตัวเองบ้าง” เขาเดินกลับมาหลังจากการสนทนาทักทายตามประสาผู้ร่วมงานกับ หญิงสาวรุ่นพี่ผู้เคยเป็นสักขีพยานรักในครั้งก่อน นัยน์ตายังเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ ห่วงใยสะท้อนให้เห็น สีหน้าปิติอิ่มเอม “เขาค่อนข้างดื้อ เตือนไม่ค่อยจะฟัง พี่เองเจอกันก็เตือนทุกครั้ง ” คู่สนทนารุ่นพี่เอ่ยตอบ เขาหยุดนิ่ง เหมือนคิดอะไรสักพัก ก็เอ่ยต่อ “ก่อนนี้พบกันทุกครั้ง ผมจะเตือนเขาด้วยถ้อยคำที่แรงๆ เพื่อกระตุ้นเขา แต่ไม่เชื่อกันบ้างเลย” เขาพูดพร้อมกับยิ้มให้คู่สนทนาด้วยใบหน้าแห้ง ๆ คล้ายกับผู้สำนึกผิด “ค่ะ แล้วพี่จะเตือนให้ และบอกว่ามีใครคนหนึ่งเป็นห่วง....” หญิงสาวยิ้ม เอ่ยก่อนจากกัน
...............................................
เสียงหนุ่มสาวที่มาร่วมกิจกรรมส่งเสียงหยอกเย้ากันอย่างสนุกสนาน ทุกคนมีความสุขที่จะได้ร่วมกันสร้างโลกสีเขียวในครั้งนี้ แต่ละคนเป็นตัวแทนจากหลายองค์กรที่สมัครเป็นตัวแทนมาร่วมทำกิจกรรม เพียงเวลาไม่นานทุกคนก็สนิทสนมกลมเกลียวกันเหมือนเคยรู้จักกันมาก่อน “อ้าว ! น้อง ๆ ดึงถุงปลาสติกออกก่อนสิครับ เอา ดูนี่ ทำอย่างนี้ก่อนนะครับ” สิ้นเสียงพี่ผู้เป็นหัวหน้าโครงการ ทุกคนหันมาดูหน้าน้องที่ถูกกล่าวถึง หญิงสาวหน้าแดงซ่าน อายที่พี่พูดดังและทุกคนต่างหันมา ใครบอกว่าเธอไม่รู้ล่ะ เธอรู้ แต่เธอเพลินกับการดูการทำงานของพี่ชายคนนี้ต่างหาก จนกระทั่งลืมดึงถุงออก หลุมอื่นๆ เธอก็ทำมาถูกต้องนี่นา “โฮ้ย! แล้วนี่ยิ่งพี่เขามาสาธิตใกล้ ๆ อีก ฉันจะปลูกได้มั้ยนี่?” เธอคิดหวั่นไหวในใจ
“กิจกรรมต่อไปเป็นกิจกรรมนันทนาการ เล่นแชร์บอล สานสัมพันธ์ เชิญตัวแทนจับฉลากแบ่งฝ่ายนะครับ ใครจะเชียร์ ใครจะลงแข่งเชิญครับ” พี่คนเดิมนั่นล่ะเป็นคนดำเนินการ “ยีน น้องเด็กที่สุดลงแข่งด้วยนะ สู้ๆ” “ค่ะ สู้ๆ” หญิงสาวไม่อยากบอกเลยว่า กิจกรรมไหนมีพี่สุดหล่ออยู่ด้วย ยีนยินดีทุกกิจกรรม
เสียงเป่านกหวีดเป่า ปรี๊ด การโยนการแย่งก็เริ่มชุลมุน ต่างฝ่ายต่างแย่งรับลูก ขว้างลูก เสียงเชียร์ดังสนั่น ลุ้นทุกทีที่มีโอกาสโยนบอล ฝ่ายถือตะกร้าก็เอียงตัวเอียงมือไปตามทิศทางของลูกบอล หลายครั้งที่ผู้ถือตะกร้า หล่นลงมาจากเก้าอี้ ยีนตั้งใจจะแสดงฝีมือให้พี่ประทับใจให้ได้กระโดดยื้อแย่งเต็มที่ลูกบอลหลุดมือ ยีนพุ่งตัวตามไป นั่นไง !เห็นแล้วลูกบอลกลิ้งไป ยีนหลับตาพุ่งไปเต็มที่ พลั่ก ! เสียงหัวคนปะทะกับสิ่งที่แข็งแรงเช่นกัน “โอ๊ย! ว้าย!” เสียงดังไล่ติดตามมา โอ๊ยก็คือเสียงของพี่สุดหล่อนั่นเอง ส่วนว้าย! ไม่ใช่ใครที่ไหน เสียงของยีนหญิงสาวแสนเฉิ่ม กองเชียร์หัวเราะชี้มือชี้ไม้ด้วยความตลกขบขัน เพราะภาพสุดท้ายเมื่อทุกอย่างสงบคือสาวยีนหน้าคว่ำอยู่บนรองเท้าของหัวหน้าโครงการ ชายหนุ่มช่วยยกตัวหญิงสาวขึ้นมาปัดฝุ่นให้ หญิงสาวรู้จักสัจธรรม “ทั้งเจ็บและอาย” วันนี้นี่เอง และนี่คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ทุกๆ เย็นหลังเลิกงาน ชาวบ้านในแถบนี้จะเห็นชายหนุ่มปั่นจักรยานซ้อนสาวน้อย และเพื่อนๆ อีกกลุ่มหนึ่งมาชมดอกหญ้าสองข้างทาง บางวันก็เก็บกระเจี๊ยบป่าไปทำไวน์แบบลูกทุ่ง ยามเย็นแสงอาทิตย์ที่สะท้อนผ่านดงหญ้าขจรจบสวยยิ่งนัก มีมนตร์ขลังพอที่จะสร้างความประทับใจให้กับหนุ่มสาว เพื่อนๆ กลุ่มที่มาด้วยลุ้นความรักของทั้งสอง ด้วยการนำดอกหญ้ามาร้อยเป็นมงกุฎดอกไม้ให้ชายหนุ่มมอบให้หญิงสาว พร้อมเสียงตะโกน “คุกเข่า ๆ บอกรักเลย” เป็นความรักที่บริสุทธิ์ทุกอย่างอยู่ในสายตาของเพื่อน
“ไปหาหมอ เป็นอย่างไรบ้าง” เขารีบมาทักเธอ ทันทีที่เธอกลับจากการฟังผลการตรวจชิ้นเนื้อ เธอมีสีหน้าซีดปากสั่น คลี่ผลการตรวจให้อ่าน “CA 3 หรือ ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวนี้ วิทยาการทันสมัย เขาเป็นกันเยอะแยะไป” มีคำปลอบอีกมากมายจากเขาและเพื่อนผู้ร่วมงาน เมื่อต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล เขานั่นเองที่เป็นผู้ดูแลอย่างใกล้ชิด ก่อนเข้าห้องผ่าตัด เขาจับมือเธอแนบแก้ม “ไม่เป็นไรนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่เคียงข้างเสมอ” และก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ เขาอยู่เคียงข้างตลอดจนเสร็จสิ้นการรักษา ไม่ว่าเธอจะอาเจียนเพราะแพ้ยา และผ่ายผอมลงไปตามปริมาณของคีโมที่ฉีดไป เขายังมาดูแลอย่างเสมอต้นเสมอปลาย จนกระทั่งเธอหายเป็นปกติ
หลังจากนั้นไม่นานยีนได้รับทราบว่า รุ่นพี่ที่เป็นมะเร็งเต้านมหลังจากรักษาหายขาดแล้ว เธอแต่งงานและมีบุตร พอมีคนที่ ๒ เธอก็เสียชีวิต และมีข่าวของคนอื่นๆ อีกหลายคนที่หลังจากแต่งงานไปโรคร้ายก็กลับมาอีก เธอใจเสียมาก เป้าหมายที่วางไว้เรื่องการแต่งงานถูกปฏิเสธออกไปทุกครั้งที่ชายหนุ่มพูดถึง “รักกันอย่างนี้ก็พอนะคะ” นั่นคือความรู้สึกของฝ่ายหญิง ชายหนุ่มก็ได้แต่บอกว่า “ไม่เป็นไร พี่รอได้ ไม่ต้องกังวลถึงพี่ พี่ขอให้น้องดูแลตัวเองให้ดีอย่างเดียวก็พอ” ส่วนหญิงสาวขอชายหนุ่มเพียงประการเดียวคือ “หากพี่จะมีรักกับใครก็ตาม น้องยินดีเพียงแต่ขอให้บอกน้องเป็นคนแรก” ความรักของทั้งสองดูท่ามั่นคงยิ่งนักไม่น่าจะมีอะไรมาสั่นคลอนได้
“พี่ต้องไปศึกษาต่อนะ น้องดูแลตัวเองให้ดี พี่จะพยายามลงมาเยี่ยม โทรศัพท์มาบ่อยๆ” แม้จะห่วงและกังวล แต่เพื่อความก้าวหน้าหญิงสาวก็ยินดีกับภารกิจของเขา หกเดือนแรกเขามาทุกเดือน จดหมายมาทุกอาทิตย์ โทรศัพท์เกือบทุกวัน ที่สำคัญจดหมายทุกฉบับเขียนด้วยลายมือและภาษาที่ประณีตบรรจง ยิ่งนัก ตอนจบของจดหมายทุกฉบับก็คือ
ไม่ต้องห่วงพี่นะ ดูแลตัวเองให้ดี
ความสุขของพี่คือน้องปลอดภัย แข็งแรง
รักและห่วงใย
หลังจากนั้นการมาเยี่ยมเยียน จดหมาย และโทรศัพท์ก็เริ่มค่อย ๆ ห่างออกไป ห่างออกไป แต่ยังไม่ถึงกับหายเสียทีเดียว เพื่อนๆ พยายามจะบอกใบ้อะไรสักอย่างหนึ่งแก่หญิงสาว แต่ทว่าหญิงสาวก็หาได้ระแวงใด ๆ ไม่ จนกระทั่งถึงเวลาจบการศึกษาของเขาแล้ว เขายังไม่กลับมา และพยายามวิ่งเต้นย้ายไปทำงานยังสถานที่ที่ศึกษาต่อ
ทุก ๆ เดือน เพื่อน ๆ กลุ่มเดิมของเธอจะต้องมาพบปะสังสรรค์ ก่อนนี้เขาก็มาร่วมด้วยทุกครั้ง หลังจากที่เขาเริ่มทิ้งช่วงห่างออกไป เพิ่งจะครั้งนี้ที่เขามาพร้อมกับกลุ่มเพื่อน ๆ กลุ่มเดิมอีกครั้ง หญิงสาวได้ยินเพื่อนรุ่นพี่อีกคนพูดว่า “มีอะไรก็พูดเลย” แล้วพวกเขาทิ้งให้เขาและเธออยู่ด้วยกันในห้างสรรพสินค้านั้น หญิงสาวซึ่งไม่ได้ระแวงสิ่งใดมาก่อน ก็เดินชมสินค้าเครื่องเรือนต่าง ๆ ซึ่งเธอคิดว่า เธอจะตัดสินใจยอมแต่งงานเสียที “ตายเป็นตาย”
“พี่ขอโทษนะ” เสียงเขาพูดขึ้นและหยุดเงียบ.... “พี่ไม่พร้อมจะแต่งงานกับน้องแล้ว” หญิงสาวชาไปนิดหนึ่ง น้ำตารื้นขึ้นมาปริ่ม ๆ เธอพยายามกลืนมันลงไป แต่มันกลับฝืดยิ่งนัก เธอพยายามเสแสร้งชมโน่นชมนี่ ทำเป็นปรึกษาโน่นนี่เพื่อปกปิดผู้คนที่เดินขวักไขว่ในมุมสินค้านั้น นาน...กว่าเธอจะพูดออกมาได้ “มันเริ่มเปลี่ยนไปนานแล้วใช่มั้ย?” เขาไม่มองหน้า “พี่สงสารเขา เขาเป็นม่าย ถูกแฟนทิ้ง ลูกยังเล็ก เราใกล้ชิดกัน....” เหตุผลและเรื่องราวที่เขาเล่า หญิงสาวพยายามประคองตัวเอง ทำจิตใจเข้มแข็ง และต้องเข้มแข็งให้ได้ เพราะเขากำลังทำตามสัญญาที่เธอเคยขอไว้ หากมีคนรักใหม่ขอให้บอกเธอเป็นคนแรก เธอกดความรู้สึกเจ็บปวดไว้ เขาทำตามสัญญาแล้ว เธอก็ต้องรักษาสัญญานั้น “ค่ะเราจะเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน” หญิงสาวยิ้มให้ ทั้ง ๆ ที่หัวใจเธฮขื่นข้นยิ่งนัก
คืนนั้น หากใครสามารถมองเห็นเข้าไปในห้องนอนนั้นได้ จะเห็นหญิงสาวคนหนึ่งกำลังคลี่จดหมายเก่า ๆ ออกมาอ่านทีละฉบับ ๆ หลายครั้งที่น้ำตาหยดแหมะลงบนจดหมาย ฉบับที่ ๑ อ่านผ่านไป มันจะถูกพับเก็บตามรอยเดิมแล้วบรรจุลงกล่องที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ตามด้วยฉบับต่อ ๆ มา ภาพถ่ายภาพแล้วภาพเล่าเธอมอง ยิ้มเศร้า ๆ แล้ววางเรียงทับซ้อนกันลงไป ชิ้นสุดท้ายที่วางซ้อนลงไปคือมงกุฏดอกหญ้าแห้ง ซึ่งยังคงสภาพให้เห็นว่าครั้งหนึ่งมันเคยมีความสดชื่น เธอนำเทปกาวพันปิดทับขอบกล่องอีกครั้ง ราวกับว่าเธอจะไม่เปิดดูมันอีกแล้ว เธอนำกล่องนั้นไปวางในห้องเก็บของในส่วนที่ลึกที่สุด กลับมานอนลืมตาโพลงขณะที่ดวงตาบวมเป่ง เสียงไก่ขันแว่วมาหลายครั้ง แต่เธอก็หาสามารถข่มตาหลับได้ไม่
“พี่ พี่ .. . ยีนมันขออาสาไปทำงานในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นะพี่ ไปห้ามมันหน่อยสิ” นั่นคือความห่วงใยของเพื่อน “มันป่วยนะพี่” เพื่อนและเขาไม่สามารถดึงหญิงสาวไว้ได้อีกเลย เธอตัดสินใจแล้ว ขอทำงานเพื่อผู้ขาดโอกาส แม้ว่าหลังจากเธอไปได้ไม่นาน เธอก็เป็นเนื้อร้ายอีกครั้งแต่เธอก็ผ่านมันไปได้อีกครั้งเช่นกัน การทุ่มเทของเธอในภาวะที่ร่างกายอ่อนแอแต่จิตใจเข้มแข็ง ด้วยปณิธาน ด้วยหัวใจที่ว่างเปล่า ทำให้เธอทำงานอย่างมีความสุข เป็นที่รักของผู้ร่วมงานและชาวบ้าน ขณะที่เขาก็ย้ายกลับมาที่ทำงานเดิม มีครอบครัวอบอุ่น มีการงานที่ก้าวหน้ามั่นคง
ทุกครั้งที่เธอกลับมา จะมีโอกาสพบเขา ไม่ว่าจะยืนอยู่ห่างไกลแค่ไหน หากมองกลับไปจะเห็นสายตาเขามองตามเธออยู่เสมอ เขาจะพยายามหาโอกาสเข้ามาใกล้ ถามข่าวสารทุกข์สุข มองเธอด้วยความปรารถนาดี เตือนเธอเรื่องการดูแลตัวเอง แฝงสายตาที่สำนึกผิด และทุกครั้งที่เขาพบกับกลุ่มเพื่อน ๆ กลุ่มเดิม เขาก็จะฝากความระลึกถึง ความห่วงใย "ฝากบอกยีนให้ดูแลตัวเองด้วยนะ" หญิงสาวยิ้มรับรู้ทุกครั้งและรับมันไว้เป็นกำลังใจเติมเต็มความว่างเปล่า เขาไม่ได้ห่างหายไปไหน หากเขายังอยู่ในใจเสมอมา แม้ว่า.......
“แม้ลมมิอาจหวน.....หากอบอวลรอยคิดถึง”
สวัสดีค่ะ หนูบุษ ป้าก็เขียนไปเรื่อยเปื่อยค่ะ หากชอบก็เชิญแวะมานะคะ
ขอบคุณค่ะ
สำนวนภาษาเยี่ยมจริงๆครับ นำเสนอเรื่องได้ดี อ่านเรื่องแล้วเห็นภาพชัดเจน
ว่าแต่ ศน.เคยปั่นจักรยานพาสาว ๆ นั่งซ้อนท้ายรึเปล่าล่ะคะ ... รึว่ารุ่นนี้ต้อง ฟอร์จูนเนอร์....
อ่านแล้วเศร้าจัง...สงสารผู้หญิง
ถึงลมหวลก็ทำอะไรไม่ได้เพราะมันสายเกินไป..
สวัสดีค่ะ คุณkrugui Chutima
ป้าว่า ไม่หวนเป็นดีที่สุดค่ะ เพื่อความสงบสุขของชาวโลกค่ะ อิอิ เกี่ยวกันมั้ยนี่
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
มาชื่นชอบ การปรุงแต่งภาษา ที่เห็นภาพชัด ๆ
ขอบคุณค่ะ ผอ. จะพยายามพัฒนาฝีมือค่ะ
สวัสดีค่ะ
เพิ่งสมัครเข้ามาค่ะ พบป้าพธูเป็นคนที่ 2 ขอทำความรู้จักค่ะ
ชอบอ่านงานเขียนค่ะ แบบนี้หรือเปล่าที่เรียกว่า 3 วันจากนารี เป็นอื่น แต่กรณีนี้ ไม่ใช่นารี แต่เป็นบุรุษ
สวัสดีค่ะ หนูดุจดาว ขอบคุณที่แวะมาค่ะ ใช่ค่ะ ๓ วันจากนารีเป็นอื่น เขียนบันทึกบ้างรึยังคะ ป้าจะได้ไปอ่านบ้าง
ป้ามีบันทึกใหม่อีกแล้วนะคะ ที่นี่ค่ะ
เพียงเพลงรักที่ถักทอ......ก็พออุ่น
สวัสดีค่ะ..
อ่านแล้วประทับใจจังค่ะ
ทั้งพล็อตเรื่องเรียบง่ายแต่กินใจ ทั้งภาษาที่ง่ายๆแต่บรรยายได้มองเห็นภาพชัดเจน...ยอดเยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะ หนูกิ่งไผ่ ภาพไหนคะที่ประทับใจ
อย่าบอกนะว่าเป็นภาพซ้อนท้ายจักรยาน กับใครคนหนึ่ง
รุ่นป้าสาว ๆ มีแต่ปั่นจักรยาน นี่ล่ะค่ะ ปั่นจักรยานจนน่องทู่กันเทียว
ขอบคุณที่แวะมาค่ะ
ยังเลยค่ะ ป้าพธู
หนูงานเยอะน่ะค่ะ ส่วนใหญ่งานก็จะเครียด งานเกี่ยวกับตัวเลขน่ะค่ะ วัน ๆ นั่งแก้ปัญหาให้คนอื่น ก็เลยชอบอ่านมากว่าชอบเขียน เอาไว้ข้อมูลเยอะ ๆ แล้วค่อยบรรยายออกมาให้เป็นตัวหนังสือค่ะ
จะตามอ่านงานของป้าก่อนนะคะ
เครียดเมื่อไหร่แวะมาที่นี่นะคะ
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ