ระหว่างกาฝึกอบรมสามธิวัปปัสสนาแห่งหนึ่งในภาคอีสาน

ทำนิพพานให้แจ้ง-1

โสภณ เปียสนิท

...........................  

 

                 เพื่อนรักวัยชราสองคนในชุดขาว ระหว่างการฝึกอบรมสมาธิวิปัสสนาแห่งหนึ่งในภาคอีสาน หลังการฝึกรอบบ่าย ทั้งสองพากันนั่งพักบนก้อนหินใหญ่สองก้อน ริมหน้าผาสูง ทิศตะวันออก มองไกลออกไปสุดสายตาเป็นเนินเขาลดหลั่นกันลงไป ด้านซ้ายเป็นอาคารปฏิบัติธรรมขนาดใหญ่ ถัดไปนิดมีเรือนพักหญิง ด้านขวามีโรงอาหารขนาดใหญ่ ต่อจากนั้นจึงเป็นเรือนพักชาย ด้านหลังเป็นเนินเตี้ยๆ ลดระดับลงไปไกลจรดหมู่บ้านชาวเขามองเห็นอยู่ลิบๆ

 

                        ลุงสม กับลุงวิเชียร พากันมาปฏิบัติธรรมร่วมกับนักบุญคนอื่นอีกเกินกว่า 300 คน หลังจากผ่านไป 3 วัน แม้ว่าจะเหน็ดเหนื่อยกับการนั่งนิ่งๆ กับการเดินจงกรม และกับการทำใจให้สงบ แต่สองคนยังสู้ไม่ถอย ลุงสมกล่าวขึ้นลอยๆ หลังจากนั่งเงียบมองฟากฟ้าหม่นมัวทิศตะวันออก

 

              “เรากำลังทำอะไรกัน” ลุงวิเชียรกำลังดื่มด่ำความสวยงามตามธรรมชาติก่อนดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้า หันมามองทำหน้างง “ก็ปฏิบัติธรรม” “เพื่ออะไร” “เพื่อพระนิพพาน” “คืออะไร” “อะไรนะ” “ก็นิพพานที่เอ็งว่า” “อ๋อ..คือภาวะที่ปราศจากทุกข์” “แสดงว่าชีวิตคือความทุกข์” ลุงวิเชียรคิดว่าแปลก ที่เพื่อนอย่าง “สม” ผู้ไม่เคยสนใจเรื่องแบบนี้มาก่อน แต่วันนี้กลับถามเรื่องนิพพาน อุดมการณ์สูงสุดของพระศาสนา

 

                        “เอ้า...ว่าไง” ลุงสมถามรุกไล่ “ถามว่าอะไรนะ” “อ้าว แล้วกัน แก่แล้วนี่หว่าแกนี่ แป๊บเดียวลืมเสียแล้ว” “อ๋อ นึกได้แล้ว จริงทีเดียว พระสอนว่าชีวิตคือทุกข์” “คิดอย่างนี้คนก็ฆ่าตัวตายกันหมดซิ” “เพราะเหตุไรกัน” “ก็ชีวิตมันทุกข์นี่หว่า เหมือนปราชญ์ฝรั่งเศส ชื่อ อนาโตล ฟรังส์ เชื่อทฤษฏีอย่างนี้ ในที่สุดแกฆ่าตัวตาย”  ลุงวิเชียรยิ้มน้อยๆ “นั่นมันทุนิยม พวกมองโรคในแง่ร้าย” “แล้วแบบพุทธเราต่างจากพวกนั้นอย่างไร” “ต่างแน่นอน แบบพุทธ มองโลกตามความเป็นจริง” “มีข้อต่างอีกหรือไม่ เพราะพวกเขาก็ว่ามองตามความจริงเช่นกัน” “พวกเขามองชีวิตแล้วก็ทุกข์ แต่พุทธเราทุกข์ต้องกำหนดรู้”

ฝรั่งนิยมนั่งสมาธิทำใจให้สงบมากกว่าคนไทย แต่คนไทยนิยมทำทานมากกว่าฝรั่ง แปลกแต่จริงครับ