พ่อแม่ ผู้ปกครองมักจะบ่นว่า "ลูกคิดเลขไม่เก่ง หรือไม่รู้จักคิดเป็น" หลักสูตรการจัดการศึกษาให้ความสำคัญกับการสอน "กระบวนการคิด" ตำรับตำราที่อ้างถึงทฤษฏีการคิดมีวางจำหน่ายมากมาย  โดยเฉพาะระดับการคิดคำนวณพื้นฐานของชั้นประถมศึกษาเล็ก ๆ ต้องสามารถบวกลบเลขและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้

         ที่ฉันลุกขึ้นมาเขียนเล่าในบันทึกนี้ก็ใช่ว่า คนเขียนจะเป็นคนคิดเก่งหรอกนะ  แต่ด้วยวัยที่เกินครึ่งร้อยต่างหาก  ทำให้คิดไปกับเรื่องที่พบเห็นในชีวิตจริง  เข้าทำนอง "คนแก่มักคิดมาก" จริงหรือไม่ลองอ่านให้จบนะคะ

         กรณีแรกฉันไปใช้บริการเติมเงิน ๔๐๐  บาท แบบออนไลน์ ส่งธนบัตรในละ ๑๐๐๐  บาท คนขายเป็นชายหนุ่มหน้าตาดูดี  ดูแล้วเรียนไม่ต่ำกว่า ม.๖  เปิดลิ้นชัก  ฉันเข้าใจว่าจะหยิบเงินทอน  แต่กลายเป็นเครื่องคิดเลขแล้วกด ๆ ๆ ๆ จึงนับเงินทอนให้ ๖๐๐  บาท  การคิดเช่นนี้เป็นเรื่องของสมองหรือระดับสติปัญญา ไม่อยากจะคิดในมุมกลับให้เป็นที่เสียผู้ใหญ่  แต่ก็ได้แอบยิ้มอยู่คนเดียวว่า "หน้าตา บุคลิกท่าทาง ไม่สมดุลกับสมองหรือสติปัญญา" ซึ่งในการต่อสู้อยู่บนโลกใบนี้และสังคมนี้มีอะไรให้ต้องคิดมากมาย  ถึงตอนนี้อยากจะขอโทษผู้อ่านซึ่งไม่เขียนด้วยอคติ  แต่เขียนจากความรู้สึกที่ไม่อยากเห็นสังคมเป็นแบบนี้

        กรณีที่ ๒ ฉันอยากทานเครป แต่ต้องรอคอย ฉันเห็นหญิงสาวหน้าตาดีอีกเช่นกัน  อายุอานามไม่เกิน ๒๕ ปี  เธอเป็นคนยืนรอซื้ออยู่ข้างหน้าฉัน  เธอได้ซื้อเครป ๒๐ บาท ข้าวโพด ๑๕ บาทและขนมปัง ๒๕ บาท  แล้วถามคนขายว่า "เท่าไร"  คนขายเป็นชายหนุ่มอายุอานามราวเฉียด ๆ ๔๐ ขวบได้ ยิ้มอาย ๆ สายตาสอดส่ายหาเครื่องคิดเลข  เนื่องจากฉันได้ยินหญิงสาวคนซื้อบอกราคาย้ำให้คนขายอีกครั้งว่า ๒๐,๑๕.๒๕ บาท  ฉันจึงช่วยบอกเขาทั้งสองว่า "๖๐ บาทค่ะ ๑๕ กับ ๒๕ เป็น ๔๐ และอีก ๒๐ เป็น ๖๐ ค่ะ

          ภายหลังของฉันซื้อเครป ๑ อัน ๒๐ บาทและข้าวโพดคลุกอีกหนึ่งถ้วย ๑๕ บาท  ฉันส่งในละ ๕๐ ให้เขา  แต่ภรรยาคนขายเข้ามาพอดี  รีบหยิบเครื่องคิดเลขขึ้นมากด จึงจะหยิบเงินทอนให้ฉัน ๑๕ บาท  แต่ในความน่ารักน่าชื่นชมคือเธอยกมือไหว้อย่างอ่อนหวานพร้อมกับคำขอบคุณ

        ครอบครัวคนขายเครปนี้ฉันเห็นเขาขายมาตั้งนานหลายปีแล้ว  แต่ทำไมไม่จำเรื่องการคิดราคา ทฤษฏีการฝึกฝนเป็นที่ยืนยันได้ว่า เขาไม่เคยฝึกคิดนั่นเอง  ส่วนหญิงสาวหน้าตาดีฝ่ายคนซื้อ  ทำให้ฉันแอบยิ้มอยู่คนเดียวอีกแล้วทำนองคนสวยดูดีแต่ขี้เกียจคิด  ทั้ง ๆที่ตนเองเป็นฝ่ายจ่ายตังค์   ฉันจึงต้องคิดแบบสมเพชว่า "เออหนอสังคมของเราตกต่ำถึงเพียงนี้หรือ"  แล้วประเทศชาติก็ออกมาบ่นว่าผู้คนยากจนยังไม่พอแถมมีหนี้สินอีกมากมาย  เพราะการบริหารเงินในกระเป๋าหรือคิดรายได้ของตนเองหรือครอบครัวเป็นการคิดแค่บวกและลบเท่านั้นเอง  หากคิดรายได้ในกระเป๋าเป็นทุกคนก็คงไม่เป็นหนี้อีกด้วย...คิดมากนะฉันคิดแทนคนอื่น

          ส่วนดีก็นับว่าดีที่รอบคอบ ไม่ให้ผิดพลาดได้  แต่หากกดผิดการคำนวณก็ผิดไปด้วย  ฉันก็เคยพบปัญหาดังกรณีที่ ๓ ฉันซื้อของใช้สอยภายในบ้านราคา ๘๐๐,๑๔๐๐ และ ๒๖๐๐ บาท  พนักงานขายกดเครื่องคิดเลขแล้วบอกว่า ๓๘๐๐ บาทค่ะ  ฉันจึงบอกให้พนักงานขายคนนั้น "กดใหม่ให้ถูก"

         ย้อนกลับไปตามความเป็นจริง หากเราคิดบ่อย ๆ ก็จะทำให้เกิดทักษะคิดเร็ว แม่นยำและถูกต้อง  ถ้าเป็นการคิดคำนวณก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งควรใช้เครื่องคำนวณได้  เครื่องคิดเลขมีไว้ช่วยเหลือให้คิดเลขถูก  แต่ดูเหมือนมันจะมีอิทธิพลต่อการคิดเกินจำเป็นไปแล้ว

         การคิดเพื่อทอนตังค์หรือราคาขายที่กล่าวมาข้างต้นนี้  ไม่ใช่การใช้สติถิการคิดคำนวณชั้นสูง  หรือมีจุดทศนิยมมากมาย เพียงแค่การบวกและการลบธรรมดา  อันเป็นพื้นฐานมาตั้งแต่เริ่มรู้จักตัวเลข  หากเป็นการคิดเปอร์เซนต์เพื่อคำนวณการลดราคาก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

        การที่พ่อแม่ หรือผู้ปกครองมักจะบ่นว่า "ลูกคิดเลขไม่เก่ง หรือไม่รู้จักคิดเป็น" หลักสูตรการจัดการศึกษาให้ความสำคัญกับการสอน "กระบวนการคิด" ตำรับตำราที่อ้างถึงทฤษฏีการคิดมีวางจำหน่ายมากมาย โดยเฉพาะระดับการคิดคำนวณพื้นฐานของชั้นประถมศึกษาเล็ก ๆ ต้องสามารถบวกลบเลขและนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ พ่อแม่ควรฝึกสอนให้ลูกคิด  ให้สามารถมีทักษะพื้นฐานและนำความรู้ไปใช้  โดยไม่ต้องคิดแบบดิจิทอลจิ้มผิดจิ้มถูกแบบนี้ตลอดไป  นึก ๆ ไปก็อดน้อยใจแทนครูผู้สอนคณิตศาสตร์ไม่ได้

         จบการบันทึกแล้วฉันน่าจะเข้าข่าย "คนแก่คิดมาก" ก็ยังสมกับวัยเกินครึ่งร้อยของฉัน คิดแทนคนอื่น แค่คิดแต่ไม่เครียด และไม่อยากให้คนอื่นคิดมากหรือเป็นคนมีความเครียดทางความคิด  เพราะเป็นผลเสียต่อสุขภาพ