ผู้ถือคติว่าว่ายอ่างไรว่าตามกันจำได้ว่าครั้งระหว่างการประชุม......
ย้อนรอยพุทธศาสนาวันอาทิตย์วัดพระเชตุพน-5
โสภณ เปียสนิท
..................................
พระอาจารย์มหามนตรี ผู้ถือคติว่า “ว่าอย่างไรว่าตามกัน” จำได้ว่าครั้งหนึ่งระหว่างการประชุม พระอาจารย์รูปหนึ่งกำลังเสนอแนวคิดอย่างเข้มข้น ผมแอบกระซิบถามพระอาจารย์มหามนตรีว่า “ท่านอาจารย์ว่าอย่างไร” ท่านตอบง่ายๆ ด้วยรอยยิ้มแบบกันเอง “น้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือขวาง” ผมนั่งพิจารณาคำตอบเนิ่นนาน ช่างมีคุณค่านัก ด้วยแนวคิดแบบนี้เองที่ทำให้กลุ่มของเรามีความกลมเกลียว สามารถสรรค์สร้างงานให้กับวัดได้อย่างยาวนาน
พระอาจารย์มหาสวง พระอาจารย์จากด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี เสียงดังฟังชัดคุยสนุกเป็นกันเอง มอบงานเมื่อไรเป็นอันว่ารับผิดชอบลุยแบบอุทิศตัว ไม่เสร็จไม่เลิก งานหนักไม่เกี่ยง ทำหน้าที่พระอาจารย์ และควบคุมน้องเณรรุ่นใหม่ๆ ให้ทยอยเข้าช่วยงานอย่างต่อเนื่อง
งานรับผิดชอบโรงเรียนพุทธศาสนาวันอาทิตย์ฯ ของกลุ่มพระหนุ่มเณรน้อยรุ่นก่อนปี 2533 ทับซ้อนมาก กับงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน ไม่ว่าจะไปจัดที่เมืองงาย จังหวัดเชียงใหม่ หลายครั้ง ไม่ว่าจะจัดที่บ้านธาตุ จังหวัดเลย และที่อยุธยา มีเณรรุ่นนั้นๆ ตามเข้ามาบวชศึกษาเล่าเรียนอยู่ที่วัดโพธิ์ และรับหน้าที่พระอาจารย์ในโอกาสต่อมา นี่คือบทบาทแห่งการส่งมอบงานเผบแผ่พระศาสนาสู่รุ่นต่อไป
อีกมุมหนึ่งของความงดงามวิจิตรบรรจง ของ 2 ใน 4 มหาเจดีย์ 4 รัชกาล ประจำวัดพระเชตุพน (วัดโพธิ์) ภาพจากที่นี่
-สวัสดีครับอาจารย์...
-แวะมาเยี่ยม/เป็นกำลังใจให้กับคน "ในฐานะของผู้สอน" ครับ.....
-เมื่อวานออกพื้นที่ ต.ท่าไม้ ผ่านวัดดอยบุญจันทร์...เก็บภาพมาฝากครับ....
สวัสดีค่ะ อาจารย์
แวะมาอ่านเรื่องเล่าดีๆ เสมอ ริมระเบียงโบสถ์ ค่ะ
ตามมาอ่านเป็นตอนที่ 5 แล้วนะคะ...
อาจารย์มักจะมีเรื่องดีๆมีข้อคิดสอดแทรกมาให้อ่านกันเสมอ
ขอบคุณมากค่ะ..
เรียนคุณเพชรน้ำหนึ่งครับ
ขอบคุณสำหรับภาพสวยๆ ที่นำมามอบเสมอ พระองค์นี้คงใหญ่มาก เพราะอยู่บนยอดเขาสูง ผู้สร้าง รวมสร้างได้บุญมากครับ ขออนุโมทนาด้วย
เรียนคุณชา
ครับ
อ่านคำว่า "แก่งคอย" นึกถึงเรื่องเล่า "สมัยก่อนมีนักศึกษาสาวสอบบรรจุครูได้ที่แก่งคอย ตอนเดินทางแม่มาส่งด้วยความเป็นห่วง จึงสั่งว่า ถึงแล้วโทรเลขบอกแม่ทันทีนะ สั้นๆก็ได้ ลูกสาวพยักหน้า เมื่อเดินทางถึงโรงเรียนที่แก่งคอย จึงแจ้งกลับทันที แม่ดีใจมากรีบอ่านโทรเลขเนื้อความว่า "ลูกถึงแก่กรรมแล้ว" เท่านั้นแหละแม่หงายท้องล้มลงสิ้นใจตายทันที ส่วนลูกทราบเรื่องจึงรีบกลับมาจัดการศพแม่ สืบทราบความจริงว่า เหตุเกิดขึ้นเพราะโทรเลขเคาะผิด เพราะที่ถูกต้องเขียนว่า "ลูกถึงแก่งคอยแล้ว" ผิดนิดเดียวเสียหายขนาดนี้
จะหัวเราะหรือเศร้าดีเล่าครับที่นี้
เรียนครูไก่
ครับ
ขอบคุณที่ติดตามอ่านถึง 5 ตอน เพราะหลวงพี่พระมหาอุดม ปัญญาโภวัดพระเชตุพน โดยแท้ที่ท่านโทรมาตามผม และแจ้งว่าให้เขียนบันทึกเกี่ยวกับโรงเรียนฯ ในฐานะที่เคยมีส่วนร่วม ผมเห็นว่าพระท่าน นิมนต์ เอ้ย ขอมาคงขัดข้องไม่ได้ เพราะจะบาป เลยเขียนเสียหน่อย.....แว่วได้ยินเสียงแซวว่า นี่ขนาดหน่อยนะนี่ อิอิ
สวัสดีค่ะ มาทักทายค่ะ
เห็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัดวาพระเจ้า น่าสนใจดีค่ะ
เรียนคุณอุ้มบุญครับ
เส้นทางที่ผมก้าวเดินมา เป็นเส้นทางสายเดียวกับชายไทยสมัยก่อนหน้าเดินผ่านกันมามากมาย "ท่านเจ้าคุณ ป.อ.ประยุทธ ปยุตโต" เขียนไว้ว่า "วัดเป็นสลัมทางการศึกษา" เพราะชาวต่างจังหวัดจำนวนมากเดินทางเข้ามาอาศัยเพื่อการศึกษา แสดงว่า คุณพ่อของคุณอุ้มบุญเดินล่วงหน้ามาก่อนผมนิดหน่อย คุณชวน หลึกภัย ก็เดินไปก่อน ผมเห็นหลังไวไวอยู่นั่น อิอิ
เรียนคุณกรุณาครับ
ไม่ได้พบ (ในg2k) นานเลยครับ แต่แอบไปเยี่ยมบ้างบางครั้งนะครับ กำลังเห่อ เอ้ย รำลึกถึงวัดโพธิ์ ขอนำภาพสวยๆ มาให้ชมอีกครับ ให้อยากไปชมที่วัดเลยครับ
ทำไมเพิ่งเจอบันทึกนี้คะ
ก่อนนี้....ไม่เห็น
มาหาบทกลอน....ก็ไม่เจอด้วยล่ะ
เรียนครูป.1ครับ
ที่ไม่ได้เจอบันทึก "ริมระเบียงโบสถ์" เพราะไม่ค่อยได้บันทึกแต่สร้างบล็อกไว้นานแล้ว คราวนี้เห็นเป็นเรื่องเกี่ยวกับวัดโพธิ์ท่าเตียน และริมระเบียงจริงๆ ลองดูตอนที่1 ของย้อนรอยโรงเรียนฯ
ส่วนกวีนั้นยังแต่ไม่เสร็จเลยไม่ได้ลง แต่ว่าวันนี้ว่าจะนำเสนอ "ทางสามสาย" ไว้นะครับ ที่บล็อกรวมรสบทกวี
อาจารย์ เป็นได้หลายๆอย่างนะ ผมว่า
เป็น
เคยเป็นนักบวช
เคยเป็นนักสวด
นักธรรม
นักกลอน
นักสอน
นักเขียน
นักประวัติศาสตร์
นักเกษตร
นักอะไรอีกหละ เพียบ... ถือว่าเป็นบุคลากรที่สำคัญขององค์กรเป็นอย่างยิ่ง
เรียนท่านอาจารย์นิพลครับ
มีอยู่นักเดียวที่ไม่อยากเป็นเท่าไร เพราะงานหนัก คือ "นักการ" ครับผม ..........ฮายาววววววว
เรียนท่านอ.ขจิตครับ
อ้าว อยู่ทางสำนักวัดใต้หรือครับ ฝากทักทาย ท่านตี๋ ท่านเปีย ท่านขาว และท่านอะไรนะ ที่ฝีมือทางเขียนป้าย ไม่ทราบว่าไปอยู่ที่ไหนแล้วครับ
พิเศษหน่อยสำหรับเพื่อนพ้องน้องพี่ชาว G2K เอาภาพยักษ์วัดโพธิ์มาฝากกัน เหลือตัวแค่เนี๊ยะ ถามพระอาจารย์อุดม ปัญญาโภว่า ยักษ์วัดโพธิ์ตัีวแค่นี้สู้กับยักษ์วัดแจ้งได้อย่างไร ท่านตอบกลั้วหัวเราะว่า "เมื่อก่อนตัวเท่ากัน แต่เกเรข้ามไปท้าตีท้าต่อยอยู่เรื่อย เลยถูกทำให้ตัวเล็กและกักบริเวณ" นั่นไง อยู่ในตู้นั่น หน้าเศร้าเชียว