Appreciative Inquiry

เมื่อวันก่อน เริ่มกระบวนการการทำ Appreciative Inquiry กับเมืองเชียงคาน...

...เริ่มจากเราถามว่าชอบเชียงคานตรงไหน..ก็ว่ากันไปชอบตรงทางเดินริมโขง..ชอบ @##$^%&*&*(&*(***(

เข้าเรื่องครับ ไม่ใช่ประเด็นที่จะพูดวันนี้...เราถามอีกคำถาม..เพื่อขอข้อเสนอแนะ..ครับ..ถามแบบ AI ดังนี้ครับ...

..........................

...ถ้าจะให้กลับมาเที่ยวเชียงคานอีก เชียงคายต้องทำอะไรเพิ่มเติม เพื่อให้คุณได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้น...

.........

สุภาพสตรีท่านหนึ่งบอกว่า "ทางมันสั้น..เดิน แพล็บเดียวก็หมดแล้ว...." ทั้งกลุ่ม รีบสนับสนุน..เห็นด้วยเลยอาจารย์...

......

OK ครับ คุณคงได้รับความเห็นทำนองนี้บ่อยๆ...คือได้มาแล้วเจ๊กอั๊ก...จะเอาไปปรับปรุงให้เธอชอบยังไง...

...ทำทางให้มันยาวขึ้นเหรอ...ก็มันมีอยู่แค่นั้น...

.......

คุณอาจถอดใจ...ทำตามข้อเสนอแนะไม่ได้...แต่ อย่าพึ่งหยุดครับ....เนื่องจากทำทางให้ยาวขึ้นไม่ได้...เป็นไปได้ไหม ว่า..อาจมีสถานที่ท่องเที่ยว ที่มีทางเดินสั้นๆ แต่ก็มาให้สุภาพสตรี มีประสบการณ์ดีๆ เดินนานๆได้ (ตามข้อมูลวิจัยทางการตลาด ผู้หญิง ยิ่งเดินนาน ยิ่งจ่ายเยอะ) และตามหลักการของ Appreciative Inquiry ที่ว่าในทุกระบบ (เช่นระบบการท่องเที่ยวที่ทางเดินสั้นๆ) อาจมีอะไรดีๆ ซ่อนอยู่...ต้องมีซักที่สิน่า...

.........

เราเลยถามกลุ่มผู้หญิงว่า...สถานที่ท่องเที่ยวๆไหน..ที่ทางเดินสั้นๆ แต่คุณเดินได้นานๆ มีไหม...

....

มีจริงครับ...หลายคนพูดถึุง เพลินวาน...ผมไม่เคยไป...แต่เขาบอกว่า..มีอะไรในเพลินวานที่เดินได้นาน...เขาก็เล่ากันไป...เขาพูดึง้รานๆหนึ่งในเพลินวาน...ก็เอ๊าลองไปศึกษามาว่าลูกค้าแต่ละคนเดินยังไง แวะตรงไหน..มีอะไรให้เขาดู เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการพัฒนาเส้นทางเดิน...ที่ยาวเท่าเดิม..แต่คนเดินนานและเพลินกว่าเดิม...

......

ถามเยอะๆ กับคนอีกหลายๆกลุ่ม..ทั้งกลุ่มมาอยู่นานๆ..มาเฉพะาช่วงเทศกาล..กลุ่มครอบครัว...ก็จะได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์...และนี่จะเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจที่ดีมากๆ ของชุมชนในอนาคต...ทำหรือไม่ทำอยู่ที่ชุมชนเป็นผู้กำหนดเอง...

......

คุณล่ะ คิดอย่างไร