ผอ.พนม จันทร์ดิษฐ์  โรงเรียนบ้านหนองไผ่ อำเภอหนองบัว ได้ลองเสนอแนะว่า หากจัดกิจกรรมเวทีชุมชน ในวาระเดียวกันของกิจกรรมที่เรียกรวมไปก่อนว่าเวทีมหิดล-คนหนองบัวนั้น ครูพนมเห็นว่าเพื่อไม่ให้กิจกรรมความริเริ่มแบบสบายๆต่างๆ เป็นงานใหญ่เกินแรงและทำให้ทำงานในแนวทางดังกล่าวนี้ด้วยกันลำบาก จนลืมหาประสบการณ์และความประทับใจเพื่อที่จะทำต่อๆไปอีก ควรจะมีเวทีถอดบทเรียนเวทีเล็กๆ ในชุมชนหรือหมู่บ้านที่น่าสนใจ โดยเชิญผู้นำชุมชน คนเฒ่าคนแก่ กลุ่มเด็กและเยาวชน รวมทั้งกลุ่มคนต่างๆที่เดินคุยกันและชวนกันให้เห็นประเด็นความน่าสนใจสอดคล้องกันไปได้ จากนั้น ก็นำเอาบทเรียนและประสบการณ์ต่างๆไปจัดเวทีเสวนาหรือนำเสนอพร้อมกับกิจกรรมอื่นๆ

ขณะเดียวกันก็ได้รับข้อเสนอแนะจากท่านอื่นๆด้วย เช่น อาจารย์ณัฐพัชร์ ท่านพระมหาแล ท่านพระอธิการโชคชัย ในการจัดกิจกรรมในลักษณะต่างๆให้น่าสนใจและพอเหมาะสำหรับการดำเนินการในระยะแรกๆนี้ อาจารย์ณัฐพัชร์นั้นได้เสนอแนะว่าน่าจะมีกิจกรรมย่อยๆ ก่อนไปถึงกิจกรรมที่นำเอาหลายอย่างไปจัดด้วยกัน

ผมได้มีโอกาสนำเอาข้อเสนอแนะและมุมมองจากการพูดคุยปรึกษาหารือกันไปเรื่อยๆเหล่านี้ ไปลองขายไอเดียกับกลุ่มน้องๆและเพื่อนร่วมงานรอบๆที่พอได้ทราบความเป็นมาเป็นไปอยู่บ้าง ก็เลยได้แนวคิด : รูปแบบและแนวการจัดเวทีร่วมสร้างคนสร้างสรรค์ชุมชนผ่านปฏิบัติการสร้างความรู้ชุมชนหนองบัวใน ๑ วัน เพื่อเป็นวิธีจัดกิจกรรมหรือชวนกันทำไปตามความสะดวกของกลุ่มเล็กกลุ่มน้อย ตามแต่จะมีโอกาสคล้ายกับเป็นจุลกฐิน โดยใช้เวลาสั้นๆง่ายๆแต่ได้งานและผลของความสร้างสรรค์ออกมาสะสมไปทีละเล็กละน้อย

  เวทีร่วมสร้างคนสร้างสรรค์ชุมชนผ่านปฏิบัติการสร้างความรู้ชุมชนหนองบัวใน ๑ วัน 

  ผลที่จะได้   ๑. ความรู้ ภูมิปัญญา สิ่งดีๆในชุมชน และเรื่องราวต่างต่างๆของชุมชน ครั้งละ  ๔-๕ เรื่อง
                   ๒. การบันทึกเผยแพร่และสะสมลงในคลังความรู้ของเวทีคนหนองบัว ในบล๊อก GotoKnow
                   ๓. การทำเป็นสื่อแผ่นภาพให้แก่ชุมชน สถานศึกษา องค์กรท้องถิ่น วัด หรืออื่นๆ ที่เป็นเจ้าของบทเรียน เพื่อนำไปเป็นสื่อสร้างการเรียนรู้กับสังคมและสะสมเป็นองค์ความรู้ท้องถิ่นของชุมชน
                   ๔. เป็นโอกาสในการสร้างคน สร้างนักวิจัยชาวบ้าน สร้างเยาวชนเป็นนักวิจัยและนักสื่อสารเรียนรู้ความภาคภูมิใจของชุมชนต่างๆในหนองบัว
                   ๕. เป็นโอกาสรวบรวมข้อมูลคน ทุนมนุษย์ ทุนศักยภาพทางสังคม และอื่นๆสะสมไปตามโอกาสการจัดกิจกรรม
                   ๖. เป็นโอกาสให้ลูกหลานคนหนองบัวและเครือข่ายผู้สนใจ ได้ร่วมเรียนรู้และมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆให้กับสังคม

  สถานที่   : ตามความสะดวก

  ผู้สนใจและเป็นเจ้าของกิจกรรม   : ใครก็ได้ในชุมชนหรือสถานศึกษา อบต. กลุ่มการรวมตัวของชาวบ้าน ผู้นำชุมชน พระสงฆ์ ศิษย์เก่าโรงเรียน และอื่นๆ ที่อยากทำกิจกรรมให้หน่วยงานหรือชุมชนส่วนรวม หรืออยากเรียนรู้ พัฒนาประสบการณ์ พัฒนาการเรียนรู้ โดยประสานงานกับคนที่ทำด้วยกันได้ในหนองบัว และประสานงานกับผมและทีมมหิดล เพื่อขอแรงไปทำด้วยกัน

  งบประมาณและค่าใช้จ่าย   : รับผิดชอบค่าใช้จ่ายกันเอง หรือหน่วยงานและคนท้องถิ่นอยากระดมทุนหรือทรัพยากรมาช่วยกันทำ ก็แล้วแต่จะดำเนินการกันไป เหมือนกับเป็นการทำบุญด้วยปัญญาไปด้วยกันตามแต่จะเกิดศรัทธาปสาทะของตนเอง

  กระบวนการและวิธีทำใน ๑ วัน   :

  ครึ่งวันเช้า   : รวมตัวกัน ๔-๕ คน ร่วมกับคนภายนอกที่สนใจอยากเชิญไปทำกิจกรรมช่วยกันที่หนองบัว รวมทั้งผมและทีมมหิดล หรือคนอื่นๆที่จะสามารถเชิญชวนได้ในแต่ละโอกาส รวมทั้งหมดเป็นกลุ่มเล็กๆ พบปะระดมความคิด เรียนรู้วิธีสร้างความรู้และเก็บข้อมูลในชุมชน จากนั้น ก็หาหัวข้อและวางแผนเดินไปในชุมชน เก็บข้อมูล หรือชวนชาวบ้านมานั่งคุย ถ่ายรูป เหมือนกับเป็นกลุ่มวิจัยย่อยๆ เร็วๆ ทำสบายๆ ไปตามกำลังและความเหมาะสม คุยกันและวางแผนให้เป็นทั้งการทำงานเพื่อสังคม และทำให้เป็นประสบการณ์ที่ดีๆในชีวิตด้วยกัน โดยคนหนองบัวและชุมชนหนองบัวก็ได้ประโยชน์จากกิจกรรมที่ได้ทำขึ้นทุกครั้งคืบหน้าไปเรื่อยๆ

  • พัฒนาแนวคิด เรียนรู้เทคนิคและกระบวนการต่างๆ เช่น วิธีคุยกับชาวบ้าน วิธีเดินเรียนรู้ชุมชนและเก็บข้อมูล วิธีหาสิ่งของและหลักฐานทางภูมิปัญญาชุมชน การถ่ายรูป การพัฒนาวิธีวาดรูปและจดบันทึกด้วยตนเองอย่างง่ายๆ วิถีเป็นนักวิจัยชาวบ้านเป็นกลุ่ม และอื่นๆตามที่ต้องการ
  • พัฒนาหัวข้อที่ต้องการสร้างความรู้ของชุมชน หรือโรงเรียน อบต. หรือวัด ครอบครัว และกลุ่มคน
  • วางแผนแยกย้ายกันเข้าหมู่บ้านหรือเดินตลาดเพื่อเข้าไปหาข้อมูลนำกลับมาวิเคราะห์และเขียนบันทึกช่วยกัน โดยใช้เวลาไม่นาน สัก ๑-๒ ชั่วโมง

  ครึ่งวันบ่าย  

  • แยกย้ายเข้าไปหาข้อมูลในชุมชนและแหล่งที่ต้องการนำมาถอดบทเรียนสร้างความรู้ โดยใช้เวลาไม่นาน สัก ๑-๒ ชั่วโมง
  • บางเรื่องอาจจะใช้วิธีเชิญชาวบ้านมานั่งเป็นกลุ่มและสนทนาปะติดปะต่อสร้างความรู้เกี่ยวกับเรื่องต่างๆด้วยกัน
  • นำข้อมูลมาเตรียมนำเสนอโดยสรุปแล้วเขียนถ่ายทอดขึ้นเป็นเรื่องราวและความรู้ที่น่าสนใจ ดังตัวอย่างในเวทีคนหนองบัว
  • พัฒนาวิธีนำเสนอและบันทึกเผยแพร่อย่างดีเท่าที่ต้องการ วาดรูปประกอบ จัดภาพถ่ายและอาร์ตเวิร์ค
  • ร่วมกันนำเสนอให้เห็นความสำเร็จบนเวที
    ๑. บันทึกลงในบล๊อกเวทีคนหนองบัว สะสมเป็นคลังความรู้และคลังข้อมูลของหนองบัวและชุมชนต่างๆ
    ๒. หากเป็นเรื่องที่สร้างความรู้จากสิ่งของในพิพิธภัณฑ์ ศูนย์การเรียนรู้ และหน่วยงานต่างๆ ก็ทำเป็นแผ่นภาพติดตั้งเผยแพร่ได้
  • นั่งสนทนาถอดบทเรียนเวที สะท้อนบทเรีบน สะท้อนการเรียนรู้ ความประทับใจ สวดมนต์ทำวัตรเย็นด้วยกัน
  • ปิดเวที กินข้าวด้วยกัน และอำลากัน

รูปแบบและกระบวนการอย่างนี้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งเมื่อจัดเวทีรวม เวทีมหิดล-คนหนองบัวด้วย [๑][๒][๓] คนในหนองบัวและเด็กๆ รวมทั้งกลุ่มชาวบ้านอาจทำกันเองโดยศึกษาเอาจากเวทีคนหนองบัวนี้ก็ได้ หรืออาจจะขอการแนะนำและปรึกษาจากทุกคนในเวทีคนหนองบัวก็คงจะได้กระมังครับ ทั้งท่านพระอาจารย์มหาแล คุณสมบัติ ฆ้อนทอง คุณฉิก : ศักดิ์ศรี พิทักษ์อำนวย รวมทั้งท่านอื่นๆที่ปวารนาตัวไว้ดังรายชื่อในหน้าแรกของเพจเวทีคนหนองบัว เช่น อาจารย์ ดร.ขจิต ฝอยทอง คุณครูวัชรี โชติรัตน์ คุณจตุพร วิศิษฐ์อังกูร คุณครูคิม อาจารย์ ดร.เสน่ห์ จุ้ยโต คนหนองบัว และท่านอื่นๆ หรือหากจะชักชวนผม ก็บอกกล่าวและหากจัดจังหวะได้ก็จะไปทำด้วยกันได้เป็นระยะๆเสมอครับ หากเป็นในช่วงวันหยุดและเสาร์-อาทิตย์ ก็จะยิ่งสะดวกครับ

เพื่อนๆพี่ๆน้องๆคนหนองบัว หากทำกิจกรรมและจะชักชวนเพื่อนๆไปร่วมด้วย ก็สามารถคิดทำกิจกรรมอย่างนี้ผสมผสานไปกับการพบปะและกิจกรรมอื่นๆไปด้วยก็ย่อมได้นะครับ ยิ่งชุมชนที่อยู่รอบนอก หากได้ชวนกันไปทำก็จะยิ่งได้ไปเห็นความเป็นหนองบัวด้วยกันให้กว้างขวางมากยิ่งๆขึ้นนะครับ.

................................................................................................................................................................

ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกัน :

[๑] เชิญระดมความคิดครับ : เวทีมหิดล-คนหนองบัว เดือนมีนาคม ๒๕๕๔ อยากให้เป็นอย่างไร
[๒] THEME กิจกรรม เวทีมหิดล-คนหนองบัว
[๓] สถิติเวทีคนหนองบัว : ความเป็นสากลและนานาชาติด้วยชุมชนแห่งการเรียนรู้ท้องถิ่น