ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะเกร็ดก็ยังดำเนินไปตามวิถีทาง...ไม่ต่างกับทางเดินรอบเกาะที่มีหลายสิ่งหลายอย่างระหว่างทาง และวันหนึ่งจุดสิ้นสุดอาจจะกลับมาพบกับจุดเริ่มต้นอีกครั้ง
"เกาะเกร็ด"...หากเที่ยวโดยการเดินเท้าไปตามทางเดินรอบเกาะ นอกที่จะได้ออกกำลังกายจนเส้นเลือดที่น่องโป่งพองแล้ว จะได้สัมผัสกับอีกบรรยากาศของเกาะเกร็ด

 

 

 

บรรยากาศที่ข้าพเจ้าไม่คาดว่าจะได้พบที่เกาะเกร็ดคือ บรรยากาศของบ้านสวน อีกด้านหนึ่งของเกาะ เป็นหมู่บ้าน ซึ่งมีพื้นที่ปลูกพืชสวน ทำการเกษตร...การได้ย่างเท้า ค่อยๆ เดินไปตามทางที่ร่มรื่นสร้างความรื่นรมย์ให้กับข้าพเจ้ายิ่งนัก...ข้าพเจ้าชอบสีเขียวของต้นไม้ ลมเย็นๆ โชยผ่านหน้า มองไปเห็นน้ำในลำคลองที่ถึงจะไม่ได้ใสสะอาดมากมายเหมือนในภาพวาด แต่ทว่าให้ความรู้สึกของความเป็นบ้านสวน...และก็แน่นอนว่าดีกว่าคลองแสนแสบมากมายนัก

 

บรรยากาศผ่อนคลาย สบายๆ 

 

 

 

 

ข้าพเจ้าเพลิดเพลินกับการเดินชมพรรณไม้ต่างๆ...ดอกไม้ พืชผักสองข้างทางสวยงาม มีต้นไม้หลายชนิดที่ข้าพเจ้าไม่รู้จัก...มีไร่บัวด้วย ดอกบัวบานสะพรั่งทีเดียว...เดินๆ แล้วก็คิดไปว่า เออ เค้าน่าจะทำการท่องเที่ยวแบบเชิงอนุรักษ์ ทำ home-stay ให้มาพักอยู่ จัดเรือให้พายไปเก็บดอกบัว เก็บผัก...คงจะสนุกดีทีเดียว

 

 

   

 

 

ระหว่างทางมีดอกโสนสีเหลืองสดใส ชวนให้จินตนาการถึงลวกผักกับน้ำพริก 555 ส่วนดอกไม้สีชมพูที่กำลังสยายกลีบร่ายรำอยู่นี้ ข้าพเจ้าไม่ทราบชื่อเสียงเรียงนาม ด้วยสีชมพูหวานจับใจและลีลากลีบอ่อนพริ้วเห็นแล้วก็อดที่จะเก็บภาพคุณเธอไว้ไม่ได้ ^o^

 

เดินมาเรื่อยๆ ก็พบกับทางเลี้ยวไปยังวัดศาลากุน...ที่วัดศาลากุนนี้ ข้าพเจ้าสังเกตว่ามีการเช่าเครื่องรางเป็นรูปหนุมานมากมายหลายแบบ น่าจะเป็นวัดที่มีเชื่อเสียงด้านนี้ (ข้าพเจ้าไม่ได้ศึกษามาก่อน เลยก็ไม่มีความรู้ว่าเครื่องรางหนุมานนี้จะให้คุณทางด้านไหน) แต่สิ่งที่น่าสนใจสำหรับข้าพเจ้าในวัดศาลากุนนี้กลับไม่ใช่เครื่องรางของขลัง ข้าพเจ้าชอบโบสถ์และต้นพุดใบด่าง...
โบสถ์ของวัดศาลากุน งดงามไม่แพ้วัดอื่นบนเกาะเกร็ด น่าเสียดายที่เค้าล็อคกุญแจไม่เปิดให้เข้าชมภายใน แถมเจ้าถิ่น-สุนัขที่อาศัยในวัด ก็ทำหน้าตาโหดเหี้ยม เห่าเสียงดัง เฮ้อ...ทำไมช่างไม่รับแขกนักท่องเที่ยวเอาซะเลย!

 

 

 

ข้าพเจ้าเพิ่งจะเคยเห็นพุดใบด่างเป็นครั้งแรก ดูลวดลายของใบแปลกตาคล้ายลายหินอ่อน ออกดอกสีขาวส่งกลิ่นหอม...แทรกอยู่ท่ามกลางใบลายๆ แถมดอกตูมยังสีคล้ายใบด่างมากๆ เหมือนซ่อนแอบอยู่ท่ามกลางหมู่ใบ ต้องมองหาดอกดีๆ...ชักติดใจแล้วสิ

 

 

  

 

 

ทางเดินรอบเกาะส่วนนี้ข้าพเจ้าชอบมากๆ....มีร้านค้าห่างๆ ขายของกินเล็กๆ น้อยๆ รู้สึกเหมือนจะเป็นส่วนที่ชาวบ้านเกาะเกร็ดอาศัยอยู่จริงๆ ไม่ค่อยจะมีนักท่องเที่ยวมาเท่าไหร่ นอกจากพวกเราแล้วก็พบแค่ฝรั่งอีกสองสามคนเท่านั้น  พากันเดินจนเหนื่อยรู้สึกหิวน้ำ...โชคดีข้างหน้ามองไปเห็นร้านขายน้ำแข็งไส ความจริงที่ร้านนี้เป็นร้านอาหารให้นั่งชิลๆ แต่เผอิญมีซุ้มขายน้ำแข็งไสตั้งอยู่ข้างหน้าร้าน มีคนไปนั่งดื่มเบียร์ชมบรรยากาศ...แต่พวกเราไปนั่งกินน้ำแข็งไสชมบรรยากาศ และถือเป็นการพักเหนื่อยไปในตัว อิอิ

 

ในที่สุดพวกเราก็เดินกลับมาจนเกือบจะถึงจุดเริ่มต้น ในแผนที่บอกว่ามีวัดเสาธงทองอีกวัดที่น่าไป...เอ หาวัดไม่เจอ  สังเกตดูดีๆ อ้าว วัดเสาธงทองอยู่ข้างๆ วัดไผ่ล้อมซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของเรานี่เอง แทบจะอยู่ติดกันจนพวกเราไม่ทันได้สังเกตว่ายังมีอีกวัดหนึ่งอยู่ข้างๆ กัน เกือบพลาดวัดสวยๆ ไปอีกแห่งซะแล้วสิ

 

เดินเข้าไปในวัดเสาธงทอง ข้าพเจ้าสะดุดตากับเจดีย์ทรงแปลกตา ทราบภายหลังว่าเรียกว่า"เจดีย์ทรงมะเฟือง"...อืม ช่างเข้าใจตั้งชื่อจริงๆ แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือคนที่ออกแบบเจดีย์องค์นี้ เค้าคิดได้อย่างไรในการนำมะเฟืองมาออกแบบเป็นเจดีย์ (ถ้าเป็นข้าพเจ้าอาจจะออกแบบเจดีย์ลายสับปะรด ไม่ก็ทรงดอกรัก...น่าจะสวยดี อาจจะพอแข่งขันกับเจดีย์ทรงมะเฟืองได้ 555)

 

 

 

 

ภายในวัดมีนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งและผู้คนที่มากราบไว้บนบาน"ศาลสองกุมารผมจุก"ที่วัดเสาธงทองแห่งนี้...ไม่รู้เค้าบนบานอะไรกันไว้บ้าง แต่คงจะศักดิ์สิทธิ์ล่ะมั้งถึงได้มีคนมากราบไหว้เยอะแยะ จะว่าไปชาวเกาะเกร็ดเองก็มีความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องรางของขลังมากพอสมควรทีเดียว แทบจะกลายเป็นอีกวิถีที่นับถือผีผสมผสานแทรกไปกับศาสนาพุทธ...คนมุ่งหน้าไปกราบไหว้สองกุมาร ก่อนที่จะไปกราบพระในโบสถ์ซะอีก...เฮ้อ

 

   

 

 

ใกล้ๆ กับศาลกุมารทอง มีต้นยางอายุกว่า 200 ปี ต้นใหญ่มากๆ น่าจะประมาณ 3-4 คนโอบได้ ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจ เพราะไม่ค่อยได้เห็นต้นยางใหญ่ขนาดนี้ ส่วนมากมักจะถูกตัดไปก่อน แต่ต้นยางนี้มีผ้าแพรหลากสีผูกอยู่ที่โคนต้นด้วย สงสัยคงจะตัดไม่ได้ 555

 

อ้อมไปอีกด้าน จะพบกับกลุ่มพระธุตังคเจดีย์ องค์ใหญ่เป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้ยี่สิบ งามมากๆ สีของเจดีย์เป็นสีดำเกือบทั้งองค์ นอกจากนั้นรอบๆ มีเจดีย์บริวารอีก ๑๒ องค์  ทุกองค์ตั้งอยู่ในฐานเดียวกัน แสดงถึงข้อปฏิบัติของธุดงควัตร ๑๓ ประการที่พระธุดงค์ต้องปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 

 

 

 
  

 

ภาพแผนที่ของเกาะเกร็ดนำมาจากอินเตอร์เน็ต

 

 

และในที่สุด พวกเราก็เดินทางรอบเกาะด้วยสองเท้า กับระยะทางราว 6 กิโลเมตร เล่นเอาเมื่อยไปเหมือนกัน 555
ก่อนจะเดินทางกลับ...ยังได้พบกับความประทับใจส่งท้าย...รอยยิ้มน่ารักๆ ของนางแบบน้อยๆ (โชคดีที่น้องๆ เค้ายอมเป็นนางแบบโดยไม่คิดเงิน อิอิ) ดูท่าทางเค้าทำท่าแอ๊บแบ๊วถ่ายรูปแล้ว ข้าพเจ้าเห็นต้องขอยอมแพ้ แอ๊บแบ๊วสู้น้องเค้าไม่ได้จริงๆ ฮ่าๆ  

 

 

 

 

  

  สำหรับการเดินเท้ารอบเกาะเกร็ดครั้งนี้...นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวสวยงาม อาหารอร่อย บรรยากาศร่มรื่น แต่ก็ยังมีบางส่วน มีสถานที่บางแห่งบนเกาะเกร็ดที่ทรุดโทรมไปตามกาลเวลา...บางแห่งทรุดโทรมเพราะขาดการดูแลรักษา ข้าพเจ้าเองได้แต่มองดูอย่างเสียดาย... ถึงอย่างไรก็ตาม  ข้าพเจ้าเป็นเพียงคนภายนอกที่มองภาพของชุมชนอย่างผิวเผิน ไม่ว่าจะปัญหา จุดดี หรือจุดด้อยของชุมชน คงมีแต่เฉพาะคนในชุมชนเท่านั้นที่รู้ เพียงแต่ว่าเค้าจะหยิบยกนำมาพิจารณาเพื่อพัฒนาชุมชนต่อไปหรือไม่

 

 
 
    
 
 

ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม วิถีชีวิตของผู้คนบนเกาะเกร็ดก็ยังดำเนินไปตามวิถีทาง...ไม่ต่างกับทางเดินรอบเกาะที่มีหลายสิ่งหลายอย่างระหว่างทาง และวันหนึ่งจุดสิ้นสุดอาจจะกลับมาพบกับจุดเริ่มต้นอีกครั้ง

 

ข้าพเจ้าคงเป็นได้เพียงผู้เฝ้าดู...และให้กำลังใจชุมชนที่มีวิถีชีวิตที่งดงามและมีเสน่ห์แห่งนี้

 

ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ

The End ^v^