วันจันทร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓
กราบสวัสดีค่ะครู
เช้านี้ตื่นขึ้นมา เห็นตนเองนอนคิด ๆ ๆ เป็นชั่วโมง ๆ ก่อนที่จะงัดตนเองออกมาจากที่นอน คิดวางแผนเรื่องงาน ว่า “จะเอาไงดี บางทีก็เรื่องเปื่อย” กว่าจะลงมาก็ได้ยินเสียงชินจังมารถน้ำต้นไม้หน้าบ้าน จึงค่อยลงมา ใจภายในนะช่วงนี้เฉื่อยค่ะครู ไม่คึกคัก พอลงมาข้างล่างก็เดินไปเอาของให้น้องเหมียวที่ฝากซื้อ เป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำแล้วก็เข้าบ้านอาบน้ำแต่งตัว แล้วเพื่อนจากสภาพัฒน์ก็โทรมาหา เขาโทรมาบอกว่าใบลาออกของเขาเซ็นอนุมัติแล้ว แต่สิ่งที่ติ๋วรู้ได้คล้าย ๆ เพื่อนรู้สึกเสียใจ จึงตั้งใจฟัง เนื้อหาที่พูดคุยเป็นการเอ่ยถึงเส้นทางความก้าวหน้า ครูค่ะ เห็นตนเองพูดจาฉะฉานเกี่ยวกับเส้นทางความก้าวหน้าในอาชีพ บางทีก็รู้สึกตกใจ “ยังติดในความก้าวหน้าของงานอยู่เหรอ ไอ้ติ๋ว” มีเสียงแบบนี้ดังขึ้นมาเตือน พอถึงที่ทำงานจึงแวะไปหาพี่ปูที่เป็น HiPPS อีกคน แต่เราทั้งคู่ก็กำลังทำเรื่องลาออกเช่นกัน แต่ยังอยู่ระหว่างรอพิจารณา จากนั้นก็พาน้อง ๆ ฝึกงานมานั่งคุยสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ หน้างานของงานยาที่ทำในศูนย์ รู้สึกได้ถึงความผ่อนคลายมากขึ้นของน้อง ๆ จากที่พูดคุยกันวันแรกมาจนถึงวันนี้ พอมีเวลาจึงให้น้อง ๆ ช่วยทำระบบข้อมูลยาคดี เรื่องของเรื่องปัญหาหน้างานติ๋วมีอยู่ว่า เวลายาคดีมาเรามักจะต้องมานั่งเปิดข้อมูล ใหม่หรือบางทีก็ทดสอบเบื้องต้นจากความจำได้ บ่อยครั้งทำให้เกิดความล่าช้าและสิ้นเปลือง แต่ถ้ามีฐานข้อมูลว่า ยาเม็ดสีนี้ รูปร่างนี้ ขนาดเม็ดเท่านี้ เป็นยาอะไร ก็จะช่วยลดระยะเวบาและความยุ่งยากได้ จึงค่อย ๆ หายาแล้วทำข้อมูลรวมถึงเก็บของจริงและภาพถ่าย หา ๆไปครูค่ะเคยมีพี่ทำไว้บ้างแล้ว ทำไว้ดีด้วย แต่สิ่งที่ถูกทำไว้พอมาถึงรุ่นปัจจุบันไม่ถูกนำมาใช้รูปแบบการเก็บเป็นกล่อง ๆ แว๊บขึ้นมากับตนเอง อะไรที่ทำไว้ดีแล้วก็เก็บไว้ อะไรที่ยังขาด หรือ เสียหายก็ทำเพิ่มเติม ปรับระบบข้อมูลจากกระดาษเป็น electronic ด้วยเพื่อให้สะดวกง่ายและใช้ได้แพร่หลาย ได้รับคำแนะนำจากพี่จั่นเป็นอย่างดี มีน้อง ๆ คอยช่วยบ้าง ไม่อยากมอบหมายให้น้องทำเองทั้งหมดเพราะเหลือเวลาที่เราต้องอยู่ด้วยกันเพียงแค่หนึ่งวันค่ะครู พอได้คิดแก้ไขหน้างานตนเองก็ระลึกถึงครูค่ะ คำว่า R2R ดังขึ้นมาในใจ แต่ก็ค่อย ๆ ปรับแก้ไป เพราะยอมรับว่าเป็นผู้มีข้อบกพร่องอยู่มาก แต่ก็ยังพอแก้ไขได้ ค่อย ๆทำไป เที่ยง ๆ ชวนน้อง ๆ ไปทานข้าว ไป ๆมา ๆ ก็ไปทานร้านตะวันทอง กลับมาก็มาลุยงานต่อ การทำข้อมูลเป็นสิ่งที่ติ๋วไม่ถนัดค่ะ คำพูดของครูก็ดังขึ้นมาว่า
“ไม่ถนัดก็หัดเอา”
ครั้งนี้ค่อย ๆทำ แต่ตั้งใจ ไม่ใช่ออกตัวแรงแล้วแผ่ว ๆเหมือนที่ผ่านมาอันนี้คือความรู้สึกที่สัมผัสอยู่ภายในของตนเองค่ะ เป็นสัมมาทิฏฐิ เป็นความเห็นชอบที่จะแก้ไขข้อบกพร่องในหน้างาน สัมมาสังกัปปะ คือความคิดหาสาเหตุรวมถึงแนวทางแก้ไขเพื่อให้ลดปัญหาหน้างาน สัมมาวาจา คือสื่อสารกับพี่ ๆ น้อง ๆในการหาข้อมูลปรุงปรุงแก้ไขฐานข้อมูลเพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด สัมมากัมมันตะ คือ ตั้งใจทำงาน ตั้งใจทำหน้าที่เป็นการประพฤติดีทางกาย สัมมาอาชีวะ คือการลงมือทำงานอยู่สุจริต สัมมาวายามะ คือ ความเพียรพยายามอดทนทำงานที่ไม่ถนัด สัมมาสติ คือ ทำงานอย่างมีสติไม่เร่งรีบ เร่งร้อน เสร็จเท่าที่เสร็จ สัมมาสมาธิ คือการจดจ่อกับการทำงาน ไม่เกียจคร้านละเลย
ลองเอาวิถีการทำงานตรงนี้มาเทียบกับองค์มรรค ทำให้เห็นอะไรที่ดูจะแจกแจงได้ชัดเจนในความรู้สึกตนเองมากขึ้นค่ะครู ทราบกับตนเองว่า ครูให้แนวทางในการแจกแจงมานานแล้ว แต่ศิษย์ก็ไม่ยอมทำเสียที จะค่อย ๆ ปรับปรุงตัวค่ะ
เลิกงานครานี้หอบงานกับไปทำบ้าน ด้วยความลังเลสงสัยในตนเองอยู่ว่า “แจกแจงงานได้ไม่ดีรึเปล่า” แต่ก็หอบไปค่ะ แวะส่งน้องแปมแปมแต่ว่าเราทั้งคู่ออกไปหาอะไรทาน โดยการขับรถมอร์เตอร์ไซด์เป็นรุ่นเดียวกันกับที่ติ๋วขับสมัยเรียน ความรู้สึกที่ได้ขับรถรอบ ๆมหาวิทยาลัยทำให้นึกย้อนถึงช่วงเวลาที่ได้เรียนรู้อยู่กับอาจารย์ ความอบอุ่นใจที่ได้มีโอกาสในการดัดนิสัยตนเองก็เกิดขึ้น ใช่แล้วค่ะครูทุกบททุกบาทของการทำงาน ได้แนวทางมาจากท่าน การให้อภัยผู้อื่น เหมือนที่ท่านอาจารย์เคยให้อภัยติ๋ว ณ ขณะที่ติ๋วทำงานบกพร่อง มันน่ามหัศจรรย์มากเลยค่ะที่รู้สึกว่า “สิ่งที่ได้เรียนรู้จากอาจารย์ มากว่าสิ่งที่เขียนลงรายงาน มากว่าสิ่งที่เขียนลงไปในวิทยานิพนธ์เสียอีกค่ะครู ทุก ๆครั้งที่เข้าไปสะกิดต่อมความรู้ที่อาจารย์บ่มเพาะมาให้ ใจก็ระลึกถึงพระคุณท่านเสมอ ๆ” ก๋วยเตี๋ยวหน้าหอเก่าของติ๋ว ทักทายกับเจ้าของร้านอย่างคุ้นเคย แต่ครูขาเหมือนร่างกายไม่สามารถรับก๋วยเตี๋ยวเนื้อได้อีกต่อไป กินเข้าไปแป๊บเดียวเหมือเนื้อเข้าไปจุกตรงกระเพาะอาหารและลำไส้ แล้วมีลมดันขึ้นมาในท้องจนต้องไปหานมมาทาน” ทบทวนกับตนเองพบว่า “ช่วงนี้ไม่ค่อยได้ทานอะไรหนัก ๆ ส่วนใหญ่เป็นอาหารเจ พอมาเจออาหารแบบนี้ร่างกายก็เลยประท้วง” เสร็จแล้วจึงหาเรื่องเดินค่ะ น้อง ๆชวนไปเดินที่หลังโรงอาหาร มีอะไรเปลี่ยนไปเยอะมากเหมือนกันคะในความรู้สึก แต่พอได้เดินตลาดก็เห็นใจตนเองที่ยัง “ชอบการแต่งตัว สนุกกับการหยิบจับ ความรู้สึกที่สัมผัสเครื่องแต่งตัวต่าง ๆ ประกายตาและความรู้สึกพอใจปรากฏขึ้น ภายในเปลี่ยนไปตามเสื้อผ้าและของประทับที่เปลี่ยนไปตามลุ๊ค” แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ซื้ออะไรออกมาค่ะ เหมือนได้ไปเดินตลาดเพื่อดูใจตนเอง สลับกับดูอาการปวดอยู่ในท้อง แต่พอรู้สึกว่า เดินเรื่อย ๆ อาการปวดในท้องค่อย ๆ เบาลง แล้วเราก็แยกย้านกันกลับบ้าน
พอมาถึงบ้านก็จัดการซักผ้า เข้าสู่เตียงตั่ง ตอนนี้ติ๋วมีพฤติกรรม จมเตียงตั่งขึ้นนอนเมื่อไหร่จะหลับทันทีกว่าจะงัดร่างกายออกมาได้ก็หลายชั่งโมงจึงต้มน้ำอาบ ตากผ้า ขึ้นบนบ้านกราบพระ เปิดคอมจะเขียนจดหมายถึงครูแต่ก็หลับน้ำลายยืด น่าอนาจจังเลยค่ะ นั่งหลับจนขาชา จึงล้มตัวลงนอนค่ะครู
ตื่นขึ้นมาจึงมานั่งเขียนจดหมายฉบับนี้ต่อ
รักและระลึกถึงครูค่ะ
ติ๋ว
ขอบคุณสำหรับข้อความดี ๆ ยามเช้า ไม่ถนัดก็หัดเอา
สบายดีนะครับ