๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๓
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านที่เคารพรักทุกท่าน
วันอาทิตย์ที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ รับปากท่าน ผอ.เฉลียว อารีย์ ไว้ว่าจะไปร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์อาคารเรียนที่เพิ่งได้รับงบประมาณก่อสร้างจาก อบจ.ปทุมธานี ๕ ล้านกว่าบาท ในวันนี้ จึงขับรถมาจอดไว้ที่สำนักงานเขต ได้จำลองขับรถ และหมูเป็นช่างภาพ วิภาวรรณ ประชาสัมพันธ์เขาติดธุระไปด้วยไม่ได้ จะเคี่ยวเข็ญเขานักก็ไม่ได้เพราะเป็นวันหยุดราชการ โรงเรียนบางชวดอนุสรณ์ อยู่คลองห้า อำเภอคลองหลวง ไปโรงเรียนนี้ต้องผ่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พอข้ามถนนพหลโยธินจะไปอำเภอคลองหลวง รถติดมากทราบว่าเป็นวันทอดกฐินของวัดพระธรรมกาย ทั้งซ้ายและขวา ด้วยญาติธรรมทั้งใกล้ไกลต่างมุ่งหน้ามาทำบุญ พอผ่านจุดนี้ไปได้ก็โล่งตลอด ถึงโรงเรียน ประธานในพิธีมาถึงแล้ว ท่านนายก อบจ. นายชาญ พวงเพ็ชร มอบให้รองนายกฯ นายสาคร อำภิน มาแทน แขกมากหน้าหลายตาทั้ง อบต. เทศบาล ผู้บริหารโรงเรียนและผู้ปกครองนักเรียน หลังดื่มน้ำชากาแฟในห้องรับรองกันแล้ว ก็เคลื่อนขบวนไปปะรำพิธีบริเวณก่อสร้าง พระสงฆ์พร้อมแล้ว ผู้ปกครองนักเรียนมากันเต็ม พิธีสงฆ์เสร็จก็เป็นพิธีพราหมณ์คือวางศิลาฤกษ์ แขกผู้ทรงเกียรติช่วยกันตอกไม้มงคล วางอิฐและวางแผ่นศิลาฤกษ์ เป็นอันเสร็จพิธี ผู้อำนวยการโรงเรียนเชิญไปเป็นผู้รับมอบเครื่องดนตรีไทยที่ อบจ.จัดสรรงบประมาณให้ ๑ แสนบาท จากนั้นปราศรัยกับผู้ปกครองประมาณ ๒๐ นาที เป็นการปลุกเร้าให้ช่วยกันดูแลลูกหลาน ร่วมกับทางโรงเรียน อาหารกลางวันที่ห้องรับรอง เจ้าภาพสั่งอาหารป่ามาให้ทานหลายขนาน แต่พักนี้ชักเพลา ๆ ลงแล้ว แต่ก็มีคนกินกันมาก อิ่มแล้วลากลับ ภาคบ่ายพักผ่อนอ่านหนังสืออยู่บ้าน

วันจันทร์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ก่อนออกจากหมู่บ้านไปทำงาน แวะตลาดซื้อของตักบาตร เพื่อทำบุญเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิด ที่อยากจะให้เป็นปีที่ ๓๕ แต่ความจริงก็ต้อง ๕๓ ตักบาตรพระรูปเดียวเท่าที่มียืนบิณฑบาตเช้านี้ ถึงสำนักงานเขตเข้าสโมสร มีพวกพ้องน้องพี่จากในเขตและโรงเรียนมาอวยพรให้หลายคณะ รับพรและให้พรเขาไปทุกคน ความจริงพยายามทำวันนี้ให้เป็นปกติเหมือนทุกวันในชีวิต แต่ก็ไม่เคยทำได้อย่างที่ตั้งใจ ด้วยผ่านคนผ่านงานมามาก มากกว่าครึ่ง ศตวรรษ จึงมีคนที่รักคนที่ระลึกถึงอยู่บ้าง พยายามส่งกำลังใจและให้พรกันทั้งใกล้และไกล วันนี้รับโทรศัพท์สายแรกจากนายเมษา ขันทเสน คนขับรถประจำตัวครั้งรับราชการที่ชุมพร จากนั้นทั้งโทรศัพท์และข่าวสารค่อย ๆ ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ ส่วนใหญ่จากชุมพร รองลงมาคือเพชรบุรี สำหรับปทุมธานีทะเลเรียบอาจเป็นเพราะเพิ่งมาอยู่ใหม่ยังไม่ได้ทำคุณงามความดีจนถึงขนาด อย่างไรก็ตามก็ต้องถือว่าวันนี้เป็นวันสำคัญของคนไม่สำคัญ ตั้งใจจะเดินสายกลางคือไม่ตามโลกและไม่ขวางโลกจนเกินไป เดินทางไปโรงแรมเดอะไพน์รีสอร์ท อำเภอสามโคก เพื่อเปิดการประชุมคณะทำงานจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๔ ของ สพป. ปทุมธานี เขต ๑ ใช้เวลาบรรยายพิเศษและกล่าวเปิดประชุมเพียงครึ่งชั่วโมง เพราะอยากประหยัดเวลาให้เขาลงมือทำงานกัน ขากลับมาแวะโรงเรียนวัดท้ายเกาะ น้ำคงขังทั่วบริเวณโรงเรียน มีสะพานไม้ไผ่ทอดจากถนนไปยังอาคารเรียนที่มีใต้ถุนสูง อาคารชั้นเดียวทั้งหลายยังจมอยู่ใต้น้ำเป็นเมตร เดินลัดเลาะไปที่อาคารเรียน ผอ. อภิสิทธิ์ กรีทรัพย์ กำลังประชุมครูเพื่อรับมือกับการเปิดเรียนหลังน้ำท่วม เลยถามเขาว่าจะเปิดได้วันไหน เขาก็บอกว่าวันที่ ๑๕ น่าจะเปิดได้ เลยถามต่อว่าถ้าน้ำไม่ลดจะเปิดตามกำหนดหรือไม่ ดูทุกคนลังเล จึงเสนอความคิดว่า เราน่าจะข้ามผ่านอุปสรรคไปให้ได้ เพียงคิดว่าถ้าเราจะสอนนักเรียนที่พร้อมจะเรียน ซึ่งอาจจะไม่ใช่ทุกคน โดยไม่ใช้โรงเรียน อาจเป็นใต้ถุนบ้าน วัด อบต. สำหรับรวมเด็กจัดกิจกรรมการเรียนการสอน ดูเขาก็สนใจในความคิดนี้ แต่ใจจริงอยากให้เขาทำและทำในเร็ววันด้วย ลาคณะครูกลับเขต ทำงานแฟ้มเอกสารและดูนักการเขาติดสติกเกอร์กระจกห้องประชุมเล็ก คุณจินตนา ศรีทอง เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดปทุมธานี ฝากปลาส้มทอดสุกมาให้ จึงให้นักการไปซื้อกับข้าวจากร้านกุ้งเต้นมาเพิ่ม หุงข้าว ๑ หม้อ กินกันที่สโมสร

บ่ายทำงานเอกสารจนเลิกงาน คณะศึกษานิเทศก์ เจ้าหน้าที่ ผู้บริหารโรงเรียนประมาณ ๓๐ คน ชวนกินข้าวเย็นที่ห้องสโมสร ต่างนำสำรับกับข้าวกันมา ดูบรรยากาศสนุกสนานกันดี มีลูกน้องจากเพชรบุรีนำเห็ดโคนต้มมาให้กินในวันนี้ด้วย ๓ ราย คือ ผอ.วราภรณ์ สิทธิขำ โรงเรียนบ้านยางชุม อำเภอท่ายาง ผอ.นิ่มนวล อัญขยม โรงเรียนบ้านด่านโง อำเภอแก่งกระจาน และบิ๊กจิ๋ว คุณสิริรัตน์ จันเจริญยศ นักวิชาการศึกษา สพป.เพชรบุรี เขต ๒ มาด้วยใจแบบไป-กลับร่วม ๓๐๐ กิโลเมตร คณะสังสรรค์อยู่กันถึง ๕ ทุ่มจึงแยกย้ายไปพักผ่อน

วันอังคารที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เช้าเข้าไปสโมสรเพื่อรับรองรองอธิการบดีและอาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลอลงกรณ์ ที่มาแสดงหาข้อเท็จจริงกรณีข้าราชการในสังกัดถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับข้าราชการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑ เป็นกรณีทำโครงการร่วมกันเมื่อฝากเงินไปชำระค่าธรรมเนียมกับมหาวิทยาลัย ได้หลักฐานการจ่ายปลอมกลับมา เงินก็ไม่ถึงมหาวิทยาลัย ซึ่งคงต้องสอบสวนกันต่อไป วันนี้เขานัดพยานมาให้ปากคำ ๒ – ๓ ปาก ขึ้นห้องทำงาน ประชุมคณะกรรมการจัดทำเกณฑ์การคัดเลือกข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา ๓๘ค(๒) เพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล อ.ก.ค.ศ. เขต ได้กำหนดกรอบในการคัดเลือกไว้แล้ว จึงใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ เวลา ๑๑.๓๐ น. นัดผู้บริหารโรงเรียนที่สมัครใจได้ประมาณ ๒๐ คน เดินทางไป สพฐ. เพื่ออวยพรให้ท่านเลขาธิการ กพฐ. ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เนื่องในโอกาสเป็นวันคล้ายวันเกิดในวันนี้ พวกเราไปถึงก่อนนัดหมาย จึงได้พักในห้องรับรองและชมบรรยากาศการจัดห้องทำงานที่ดี ไม่นานนักท่านกลับมาพวกเราจึงเข้าไปอวยพรและรับพรจากท่านในห้องทำงานพร้อมวัตถุมงคล ผู้บริหารบางท่านบอกว่าคุ้มค่ามากที่มีโอกาสได้เห็นว่า นายสูงสุดของเราเขาอยู่กันอย่างไร เลยติงไปว่าอย่าไปทำห้องทำงานให้สวยกว่าห้องนาย เดี๋ยวจะสับสนในตนเอง ขากลับมาแวะทานข้าวแกงปักษ์ใต้ที่ร้านเคยจีดีปลีสด ถนนราชพฤกษ์ก่อนถึงถนนรัตนาธิเบศร์ กลับมาทำงานเอกสารต่อจนเย็น

วันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เช้านี้ให้รถมารับที่บ้าน แต่สายไปนิด ถึงสำนักงานก็ใกล้เวลานัดหมายประชุม อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา นัดพิเศษ ที่บอกว่านัดพิเศษเพราะคราวประชุมครั้งที่แล้วนัดไว้ต้นเดือนธันวาคม แต่เนื่องจาก สพฐ. จะตัดคนตัดอัตราของเขตประถมศึกษาไปเขตมัธยมศึกษาเป็นการด่วน จึงให้ อ.ก.ค.ศ.เขต พิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ปทุมธานี เขต ๑ ถูกตัดไป ๑๐ อัตรา แต่มีผู้เปลี่ยนใจ ๑ ราย ที่ประชุมจึงอนุมัติให้เพียง ๙ ราย เป็น ๙ รายที่จะส่งผลต่อประสิทธิภาพของงานอย่างน้อย ๓ ราย ได้แต่กล้ำกลืนฝืนใจ ตามกฎทหาร “ข้อ ๑ คำสั่งผู้บังคับบัญชาถูกเสมอ ข้อ ๒ ถ้าสงสัยให้ดูข้อ ๑” พิจารณากันเรื่องเดียวสำหรับการประชุมนัดนี้ เลิกประชุมเดินทางไปโรงเรียนอนุบาลปทุมธานี เพื่อประเมินโรงเรียนรับรางวัลพระราชทาน เช้ากรรมการท่านอื่นได้ล่วงหน้ามาแล้ว มาถึงจึงเป็นการสรุปรวบยอด และทานข้าวกลางวัน อิ่มแล้วเดินทางไปสนามบินดอนเมืองเพื่อเดินทางไปประชุม ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาที่จังหวัดนครศรีธรรมราช มีท่านรองฯ วิรัช ฐิติรัตนมงคล เดินทางไปด้วย สนามบินดอนเมืองให้ความรู้สึกอบอุ่นและเรียบง่ายในการเดินทางมากกว่าสนามบินสุวรรณภูมิ สายการบินนกแอร์ บริษัทลูกของการบินไทยยังคงมีเที่ยวบินในประเทศจากดอนเมืองหลายเส้นทาง เที่ยวบินนี้เต็มไปด้วยผู้เข้าประชุมทั้งระดับ ผอ.เขตและรอง ผอ.เขต สภาพอากาศเต็มไปด้วยเมฆ ประกอบกับคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาช่วยเพิ่มความกดดันการเดินทางพอสมควร แต่เครื่องก็ลงสนามบินนครศรีธรรมราชได้โดยสวัสดิภาพ มีรถตู้ที่เจ้าภาพจัดมารับพาไปส่งที่โรงแรมเมืองลิกอร์ เป็นโรงแรมสร้างใหม่เมื่อ ๓ ปีที่แล้วชื่อแปลกดี ถามคนนครฯ เขาเล่าว่าเป็นชื่อที่ชาวต่างชาติเรียกเมืองนครศรีธรรมราชตั้งแต่พุทธศตวรรษที่ ๖-๗ ยังมีชื่อเรียกอื่น ๆ อีกหลายชื่อ เช่น ตามพรลิงค์ ตั้งหม่าหลิ่ง โลแค็ก ศรีธรรมราช ศิริธรรมนคร นครดอนพระ โรงแรมนี้ห้องพักดี ทำเลดีอยู่ใกล้ห้างคาร์ฟู แต่ฝนตกพรำ ๆ ไม่สะดวกในการย่างกรายไปนอกโรงแรม จึงจับกลุ่มคุยกับเพื่อนฝูงที่มาพักในเรื่องสัพเพเหระจนเย็น ผอ.คนึง ย้อยเสริฐสุด สพป.ตรัง เขต ๒ ส่งรถมารับไปทานข้าวที่ร้านตาลคู่ ถนนเลี่ยงเมือง มี ผอ.เขต มานั่งทานกันร่วม ๓๐ คน ล้วนแต่เป็นคนคุ้นเคย คุยกันถึง ๔ ทุ่มรถจึงกลับไปส่งที่พัก

วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ตื่นเช้าลงไปทานข้าวที่ห้องอาหารของโรงแรม มีอาหารให้เลือกไม่มากและไม่ค่อยถูกใจ กินพอกันหิวไปก่อน ใจอยากไปทานขนมจีนเมืองคอน แต่ไม่มีรถก็ได้แต่คิด ได้รับข่าวจากท่านรองฯพนอ ทิพย์พิมลรัตน์ จาก สพป.ชุมพร เขต ๑ ว่าป้าเขียว ศน.รัตนา ทรัพย์สมบูรณ์ เสียชีวิตแล้วด้วยโรคมะเร็ง มีโอกาสไปเยี่ยมไข้หนึ่งครั้งเมื่อต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ภาวนาให้หายแต่สุดท้ายก็ต้องยอมกับโรคร้าย ขอให้ไปสู่สุขคติ มีเวลาจะลงไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพ ก่อนนี้ก็ทราบข่าวว่าพ่อตาของคุณวิรัตน์ นนทแก้ว เสียชีวิตยังไม่มีโอกาสแสดงความเสียใจกับเจ้าภาพเพราะติดต่อกันไม่ได้หลังท่านเกษีนณจากงาน เวลา ๐๗.๓๐ น. มีรถตู้มารับไปโรงแรมทวินโลตัสสถานที่จัดประชุม ผอ.เขต ลงทะเบียนรับเอกสาร เข้าไปนั่งคุยกับ ผอ.เขต ที่คุ้นเคยกัน ดร.สมเกียรติ ชอบผล เป็นประธานเปิดการประชุมและบรรยายพิเศษ จากนั้นมีการอภิปรายจากกูรูทั้งหลายจนเที่ยง เขาเลี้ยงอาหารที่โรงแรม แกงส้มเขาอร่อยมาก รวมทั้งน้ำพริกกุ้งเสียบ บ่ายเขาจะพาไปดูงานในพื้นที่พัฒนา ผมเลือกบ้านคีรีวงอำเภอลานสกา แต่ต้องเปลี่ยนใจเพราะ ผอ.วินัย ทองรัตน์ สพป.ตรัง เขต ๑ ชวนขึ้นรถตู้ไปบ้านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ซึ่งเย็นนี้ท่านได้ชวนพวกเราทุกคนไปทานข้าวที่บ้าน เพื่อร่วมกันทำบุญทอดกฐินที่วัดมะนาวหวานพระอารามหลวง ในวันพรุ่งนี้ ผอ.วินัยนำหมูย่างเมืองตรังมาร่วมงาน ๖ ตัว จึงเป็นห่วงว่าหมูจะมาถึงหรือยังขอไปดูความเรียบร้อยก่อน คนขับรถของ สพป.ตรัง เขต ๑ ชำนาญทางมากแม้จะเป็นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงห้วยก็ใช้ความเร็วได้เป็น ๑๐๐ กม./ชม. การเดินทางไปอำเภอนาบอนและอำเภอช้างกลาง ซึ่งอยู่คนละฟากของเทือกเขานครศรีธรรมราช ต้องผ่านอำเภอลานสกา ซึ่งอุดมสมบูรณ์ไปด้วยผลไม้ แต่มาช่วงนี้เป็นหน้าฝน จึงไม่เห็นวางขายมากนัก เส้นทางนี้ภูมิประเทศเป็นภูเขาและน้ำตกจึงสวยงาม รีสอร์ทและร้านอาหารจึงมีอยู่ทั่วไป ใช้เวลาประมาณ ๑ ชั่วโมงก็ถึงบ้านพักในสวนยางพารา บริเวณกว้างขวางแบบบ้านชนบท ไม่มีรั้ว เดินเข้าได้ทุกทิศทาง ถัดไปหน่อยเป็นทางรถไฟสายใต้ ทั่วบริเวณบ้านมีการกางเต็นท์ทั้งเล็กใหญ่ไว้เต็มพื้นที่ ในเต็นท์มีโต๊ะจัดไว้เป็นชุด ๆ สามารถรองรับแขกได้ประมาณ ๒,๕๐๐ คน นอกนั้นมีซุ้มอาหารที่เขตพื้นที่และโรงเรียนในภาคใต้มาจัดไว้อีกหลายจุด เห็นพอมีเวลาจึงขอรถตู้จาก ผอ.เชียร ศรีเรือง สพป.กระบี่ให้ไปส่งที่วัดพระธาตุน้อย เพื่อกราบสังขาร(ศพ)พ่อท่านคล้ายวาจาสิทธิ์ ที่มรณภาพมาแล้วเกือบร้อยปี แต่สังขารยังอยู่ในโลงแก้วให้คนกราบไหว้บูชา ฝนตกหนักแต่พวกเราก็ไม่ย่อท้อ ขึ้นไปไหว้ไปกราบถึงบนเจดีย์ กลับเข้าไปที่บ้านพักท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอีกรอบ รอบนี้ได้ทานอาหารอร่อยของปักษ์ใต้เกือบ ๒๐ ชนิด อาหารบางอย่างภริยาของท่านลงมือปรุงเอง เช่น คั่วกลิ้งเนื้อ แกงส้ม แขกระดับบิ๊ก ๆ ในกระทรวงศึกษาธิการมากันมาก รวมทั้งเลขาธิการ กพฐ. มีการมอบเงินทำบุญกฐินร่วมกัน ผมมอบในนาม สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ไปหนึ่งหมื่นบาท อยู่จนรัฐมนตรีกล่าวปราศรัยท่านมีคำคมว่า คนที่มางานบ้านท่านร่วมทำบุญในวันนี้คือเพื่อนแท้ของท่าน “กินข้าวร่วมหม้อ กรวดน้ำร่วมขัน ด้วยรักผูกพัน มุ่งมั่นพัฒนา” กลับออกมาถึงโรงแรมประมาณ ๓ ทุ่ม เพื่อนเก่าเพื่อนแก่สมัยเรียน ป.กศ. วิทยาลัยครูนครศรีธรรมราช รุ่นปี ๒๕๑๙ มาคอย นายจรัญ เพชรสงค์ คนนี้สำคัญนักเป็นคนแข็งแรงอดทน เป็นลูกศิษย์ก้นกุฏิอาจารย์หมุน วัดเขาแดง พระเกจิชื่อดังเมืองพัทลุง สมัยเรียนครู เช่าบ้านอยู่ด้วยกัน ผลัดเปลี่ยนกันหุงข้าวต้มแกง เขาเป็นคนกินง่ายหาผักหาปลาเก่ง หลังจบการศึกษาแล้วเราก็จากกันไป ไม่เคยพบกันอีกเลย ๓๐ กว่าปี ได้ทราบแต่ข่าวว่าเป็นครูอยู่แถวบ้านกรุงชิง อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช พบกันวันนี้เพื่อนเราดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะ เขาเอาน้ำผึ้งเดือนห้าที่ชาวบ้านตีได้บนเขาหลวงบ้านกรุงชิงมาฝาก ๒ ขวด ถามถึงระยะทางที่มา เขาบอกว่าประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ซึ้งในน้ำใจเพื่อนจริง ๆ เห็นหนทางอีกไกลจึงไม่ชวนคุยนาน ส่งแขกแล้วอาบน้ำพักผ่อนเพราะต้องตื่นเช้า

วันศุกร์ที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ ผู้อำนวยการกลุ่มส่งเสริมการจัดการศึกษา สพป.นครศรีธรรมราช เขต ๑ มารับประมาณ ๐๖.๓๐ น. ไปส่งที่สนามบินนครศรีธรรมราช ทีมงานจัดการเรื่องตั๋วและที่นั่งให้เรียบร้อย ไปทานข้าวแกงที่ร้านในสนามบิน เคยมากินหลายครั้งติดอันดับ ผอ.เขตชวนชิม ทั้งแกงส้ม คัวกลิ้ง น้ำพริก ฯลฯ ผู้แทนครูใน ก.ค.ศ. คุณสงกรานต์ จันทร์น้อย แอบจ่ายเงินเลี้ยงให้กินฟรีอีกหนึ่งมื้อ ลงมาเมืองคอนเที่ยวนี้ไม่มีโอกาสซื้ออาหารกินเองแม้แต่มื้อเดียวเรียกว่าเปิดเมืองกินฟรีขนานแท้ ขากลับอากาศดี ใช้เวลาเพียงชั่วโมงเดียวก็มาเดินปร๋ออยู่ดอนเมืองแล้ว เต้ยมารับกลับเข้าเขต ดูจำลองและแสงทองติดตั้งเครื่องฉายที่ห้องประชุมเล็ก ท่านรองฯสมมาตร ชิตญาติ นำผู้สอบคัดเลือกขึ้นบัญชี ผอ.รร.ที่มาเลือกโรงเรียนเพื่อรับการแต่งตั้งมาพบ ได้พูดคุยถึงแนวทางในการทำงานให้ฟังเล็กน้อย เป็น ๔ รายสุดท้ายในบัญชีคัดเลือกอาทิตย์หน้าจะออกคำสั่งทั้งย้ายและแต่งตั้งใหม่ให้แล้วเสร็จ เที่ยงน้อง ๆ ๔- ๕ คน ชวนไปกินข้าวที่ร้านกันเอง ก่อนถึงโรงเรียนคลองบ้านพร้าว อิ่มแล้วถือโอกาสเยี่ยมโรงเรียนวัดโพธิ์เลื่อน ของ ผอ.ชุณห์พิมาณ ทรัพย์มี ที่เกิดนวัตกรรมใหม่เพราะโรงเรียนยังจมน้ำ แต่ครูมาอาศัยใต้ถุนบ้านที่น้ำไม่ท่วมสอนหนังสือ เขาตั้งชื่อว่า “ศูนย์การเรียนบ้านปัญญาเอื้ออาทร” อยู่ในซอยเฉลิมพระเกียรติ ตรงข้ามกับโรงเรียน นักเรียนนั่งเรียนบนเสื่อลำแพน ครูมีกระดานไวท์บอร์ดที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ให้ยืมใช้ ดูบรรยากาศต่างไปจากห้องเรียนเดิม ๆ ในโรงเรียน ถามนักเรียนว่าชอบแบบไหน เขาตอบว่าชอบแบบนี้มาก ไม่มีฝามีห้องลมพัดเย็นดี ชาวบ้านก็ร่วมมือไม่รำคาญกลับบอกว่าดี ได้ยินเสียงเด็กไม่เงียบเหงา นี่คือ สิ่งที่คิดไว้ว่าถ้าเรามองข้ามอุปสรรคไปได้ ปัญหาทุกอย่างสามารถแก้ได้ แต่มีอีกหลายโรงเรียนที่ตั้งตาคอยให้น้ำลดจึงจะเปิดเรียนเพียงตัวเลือกเดียว พอแนะนำอะไรไปก็จะมีข้อแม้ข้อขัดข้องมาหักล้างเสมอ แต่อย่าลืมว่าหลวงจ่ายเราทุกวันเพื่อให้เราทำงานและแก้ปัญหา เลยไปดูโรงเรียนวัดโบสถ์น้ำยังคงขังเข้าไม่ถึงโรงเรียน ไปได้แค่วัด

วันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ นี้ ทีวีช่อง ๓ จะมาถ่ายทอดสดรายการเรื่องเล่าเช้านี้ และแจกอุปกรณ์การเรียนให้นักเรียนที่ถูกน้ำท่วมทั้ง ๑๙ โรงเรียน ต้องประสานความร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้อง กลับเขตทำงานแฟ้มเอกสารจนเย็นจึงกลับที่พัก
ก่อนลาสัปดาห์นี้มีนิทานเรื่อง"ชายแก่ขายน้ำมัน" มาเล่าสู่กันฟัง มีชายหนุ่มคนหนึ่ง ฝีมือยิงธนูร้ายกาจนัก ยิงสิบดอกเข้าไปแปดเก้า ชื่อเสียงลือกระฉ่อนไปทั้งหมู่บ้าน วันหนึ่งเห็นตาแก่คนหนึ่งกำลังเร่ขายน้ำมัน ด้วยความคะนองชายหนุ่มจึงถามคนแก่ว่า "ท่านยิงธนูเป็นหรือไม่" ชายแก่ตอบ "ไม่เป็น" ชายหนุ่มจึงยิ้มเยาะเย้ย แต่ชายแก่ก็พูดต่อว่า "ถึงข้าจะยิงไม่เป็น แต่ข้าก็รู้วิถีแห่งธนู" ชายหนุ่มจึงหัวเราะลั่นพร้อมกับกล่าวว่า "ท่านไม่เคยจับแม้คันธนู จะไปรู้วิถีแห่งธนูได้อย่างไร" ชายแก่จึงนำขวดใส่น้ำมันมาแล้วนำเหรียญ(เหรียญอีแปะแบบมีรู) มาวางไว้ด้านบน แล้วพูดว่า "งั้นท่านลองตักน้ำมันใส่ขวดนี้โดยไม่ให้น้ำมันเลอะเหรียญดู" ว่าแล้วชายแก่ก็ตักนำเป็นตัวอย่าง น้ำมันไม่หกเลอะเทอะหรือถูกเหรียญแม้แต่หยดเดียว "จะยิงธนูหรือตักน้ำมัน มันก็แค่อาศัยความชำนาญแค่นั้นแหละพ่อหนุ่มไม่มีอะไรพิสดาร" ชายแก่พูดสรุป แล้วชายหนุ่มก็เงียบงันไร้วาจาจะกล่าว เปรียบประดุจผู้เฒ่าอย่างเราก็หาได้เฉลียวฉลาดไปกว่าเด็กไม่ เพียงแต่เราอยู่มานานเห็นมามากจึงรู้อะไรมากกว่าเด็ก ไม่นานเมื่อเด็กเหล่านี้เป็นผู้ใหญ่ก็จะรู้เท่ากับเราหรืออาจมากกว่าเราเป็นความจริงของโลกเช่นนั้นเอง
กำจัด คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑

ไม่ธรรมดา มีทั้ง รมว.กระทรวงศึกษาธิการ และดร.ชินภัทร สพฐ.
เรียนท่าน
ไดัรับความรู้ในหลาย เรื่อง ขอให้มีความสุขนะทาน
สุขสันต์วันเกิดครับท่าน อวยพรช้าไปหน่อย
ขอให้มีความสุขปทุมเขาไม่รู้ว่าเป็นวัดเกิดของผู้ใหญ่