ในประเทศไทย วิถีชีวิตของคนไทย มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับการบูชาด้วยแสงสว่างหรือประทีปมาทุกยุคทุกสมัย
แสงสว่าง เป็นสัญลักษณ์แห่งการเริ่มต้นและการดำรงอยู่ ทั้งยังเป็นพลังสำคัญที่ให้คุณประโยชน์ต่อการดำเนินชีวิตของมนุษย์ วีถีชีวิตของมนุษย์จึงมีการผูกพันกับการใช้แสงสว่างเป็นส่วนประกอบของการดำรงชีวิต ส่วนหนึ่งจึงมีการใช้ประทีปเป็นสัญลักษณ์แทนแสงสว่างในงานประเพณีมากมาย
ประเพณีลอยกระทง เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติมาแต่โบราณ โดยมีความเชื่อว่าเป็นการบูชาพระเกตุแก้วจุฬามณี บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ซึ่งเป็นที่บรรจุพระเกศาของพระพุทธเจ้า
หรือบ้างก็เชื่อว่า เป็นการบูชารอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที
หรือบ้างก็เชื่อว่า เป็นการบูชาพระอุปคุตเถระ พระเถระที่มีอิทธิฤทธิ์มาก สามารถปราบพญามารได้ บำเพ็ญเพียรบริกรรมคาถาในท้องทะเลลึก
หรือบ้างก็เชื่อว่า ต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งเสด็จไปโปรดพระพุทธมารดาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์
ตามตำนานเชื่อว่า การลอยกระทงถือกำเนิดในสมัยสุโขทัย โดยนางนพมาศ สนมเอกของสมเด็จพระร่วงเจ้า หรือ พระมหาธรรมราชาลิไท นามว่า ”ท้าวศรีจุฬาลักษณ์ นางนพมาศเป็นหญิงที่มีรูปสมบัติ และคุณสมบัติงดงาม เป็นผู้ประดิษฐ์กระทงรูปดอกบัว ชื่อว่า “ดอกกระมุท” ซึ่งเป็นดอกไม้ที่มีอยู่ในแม่น้ำนัมมทานทีอันเป็นที่ประดิษฐานรอยพระพุทธบาท เพื่อใช้สักการะในพระราชพิธีจองเปรียงลอยพระประทีป
"ข้าพระองค์สำคัญใจคิดเห็นว่า เป็นนักขัตฤกษ์วันเพ็ญเดือนสิบสอง พระจันทร์แจ่มแสงปราศจากเมฆมลทิน อันว่าดวงดอกชาติโกสุมประทุมมาลย์ มีแต่จะเบ่งบานกลีบรับแสงอาทิตย์ ถ้าชาติอุบลเหล่าใดบานผกาเกสรรับแสงพระจันทร์แล้วก็ได้ชื่อว่า ดอกกระมุท ข้าพระองค์จึงทำโคมลอยเป็นรูปดอกกระมุทซึ่งบังเกิดมีอยู่ยังนัมมทานทีอันเป็นที่พระบวรพุทธบาทประดิษฐาน"
นอกจากนี้ การลอยกระทง ยังเป็นการขอขมาต่อพระแม่คงคา แสดงความขอบคุณพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ประโยชน์ต่างๆ ขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป และระลึกถึงและส่งกตัญญูไปสู่บรรพบุรุษที่ล่วงลับ
แม้กาลเวลาจะหมุนเวียนเปลี่ยนไป ประเพณีการบูชาด้วยแสงประทีป ก็ยังคงดำรงอยู่คู่สังคมไทย และยังคงเปี่ยมไปด้วยศิลปะอันงดงาม มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และได้รับการสืบทอดมาทุกยุคทุกสมัย เป็นเทศกาลงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่ของประเทศ
ประเพณีแห่งแสงประทีปและสายน้ำ จึงเป็นประเพณีที่มีความเป็นสิริมงคลยิ่งแก่ชีวิตตามความเชื่อที่ว่าเป็นการลอยเคราะห์ ลอยทุกข์โศกออกจากชีวิต เพื่อให้ชีวิตได้พบแต่ความสุขและสัมฤทธิ์ผลในปรารถนา ทั้งยังเป็นการแสดงความกตัญญูต่อสายน้ำ ที่ได้หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้ดำรงอยู่