คุณค่า หมายถึงการมองเห็นความดี ความงามและนำมาใช้ประโยชน์อย่างมีจริยธรรม  ซึ่งประโยชน์นั้นต้องไม่ทำร้ายตัวเองและสังคม การที่จะมองเห็นคุณค่าอย่างลึกซึ้งไม่ใช่มาจากการอ่าน การฟัง  แต่มันน่าจะมาจากการกระทำและเห็นจริงด้วยตนเอง  อย่างเช่นที่ฉันได้พบแม้จะโดยบังเอิญมากกว่าตั้งใจ

       ทุกเช้าหลังจากไปขี่จักรยานกลับมาแล้ว  จะต้องไปดูแลผักและรดน้ำ  แต่วันนี้ได้รดน้ำตอนสาย  เก็บกวาดและทำความสะอาด  เพราะเศษดินจะกระเด็นลงมาเลอะที่พื้น  หรือไหลออกจากก้นกระถาง  โดยการกวาดและฉีดน้ำแรง ๆ

        พื้นที่ซึ่งช่างเทปูนได้ทำให้มันลาดลงไปมุมหนึ่งของบ้าน  ขณะที่ฉีดน้ำ เรากำกับมันได้ว่าจะให้เบาหรือแรงดันมากน้อยแค่ไหน  เมื่อต้องการให้มันเคลื่อนที่โดยเร็วก็ฉีดแรง ๆ น้ำจึงไหลเป็นทางอย่างรวดเร็ว  แย่งกันไหลลงไปสู่ที่ต่ำ

       คำว่า "ต่ำ" มักจะให้ความรู้สึกในทางที่ไม่ดี  ต่ำต้อย ต่ำเตี้ย ต่ำทราม ต่ำช้า หรือ "น้ำย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำเสมอ"  ทำให้ใครต่อใครตีความของสำนวนน้ำไหลสู่ที่ต่ำมากมาย  รวมทั้งฉันด้วย

      ความจริงที่ฉันได้พบ ได้เห็น จากการกระทำของฉันเอง  "เศษดินที่ฉันดูเหมือนจะกำจัดมันออกไปจากพื้นที่ ไม่ต้องการความเลอะเทอะ"  มันแย่งกันไหลไปตามความแรงที่ฉันฉีดน้ำ   แต่มันไปรวมกันที่โคนต้นปาล์ม  อีกด้านหนึ่งมีเฟิร์นขึ้นงอกงามเต็มไปหมด 

       มันเป็นดินกองใหญ่ประมาณ ๑ ถุงที่ซื้อมาจากร้าน  จึงใช้ช้อนตักดินกองนี้ใส่กระถางได้ ๑ กระถางใหญ่  แม้ว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการเพราะมันอยู่ผิดที่ผิดทางจึงดูเหมือนเลอะเทอะ  เมื่อนำมาใส่กระถางก็สามารถใช้ปลูกต้นไม้ได้อีกอย่างน้อย ๑ ต้น เป็นการให้โอกาสดินกลุ่มได้ทำประโยชน์แก่ต้นไม้ และแก่คนบ้าง

        ตรงมุมหนึ่งของบ้าน มีกระถางใหญ่ที่มีดินอยู่เต็ม  จะเคลื่อนย้ายก็ไม่ไหว  จึงรดน้ำและพรวนดินมันใหม่  ตั้งใจจะปลูกถั่วฝักยาว  ที่เพื่อนนำเมล็ดพันธุ์มาฝากตั้งหลายวันแล้ว  ขณะที่พรวนดินฉันได้เจอใส้เดือนตัวใหญ่  ฉันนั่งมองมันชั่วอึดใจ คิดว่า "มันตัวใหญ่อาจจะอยู่ดี กินดี หรือมีอายุยืนยาว หรือผ่านประสบการณ์การฝังตัวอยู่ในดินมาพอสมควร"  ค่อย ๆ ช้อนดินกลบตัวมันไม่ให้มันระคายเคืองจากการกระทำของมนุษย์

       หันไปพรวนอีกกระถางที่อยู่ใกล้ ๆ และเป็นกระถางที่ว่างเปล่าจากต้นไม้เหมือนกัน  เจอตัวตะขาบหรือตะเข็บ ที่ตัวเล็กยาวประมาณ ๒ นิ้ว มีขารอบตัว มันวิ่ง ๆ ๆ ๆ เร็วมาก พยายามหาช่องว่างของดิน  แต่ไม่เข้าทันทีมันหยุดนิ่ง ฉันก็เฝ้าดูมันคิดว่า "แม้มันจะตัวเล็กกว่าใส้เดือน  แต่มันก็คงผ่านร้อนผ่านหนาว มามากพอ  จึงรู้จักหยุดนิ่งอย่างระมัดระวัง และมันคิดว่าฉันต้องเอาชีวิตมันแน่" แต่เปล่าฉันปล่อยมันอยู่ที่เดิมแล้วแต่มันจะไปด้วยตัวของมัน 

       ผู้คนที่ผ่านไปมาในซอย  หยุดดูผักและใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพต้นผักกาดที่อยู่ในกระถางบนกำแพงรั้วหน้าบ้าน  และคุยกันเสียงเบา ๆ พอได้ยินว่า "จะไปทำแบบนี้บ้าง" ก็รู้สึกปลื้มนิดหน่อย เป็นเรื่องธรรมดาที่ได้แบ่งปัน  บันทึกก่อนลงภาพเฉพาะแต่ละกระถาง แต่บันทึกนี้ได้นำภาพมาลงให้ชมแทบทุกมุม

       ขอขอบคุณ  โอกาสในวันนี้ที่ทำให้พบคุณค่าของเศษดิน  อยากจะขอโทษที่ตอนแรกไม่ต้องการอยากจะกวาดทิ้งคิดว่าแค่เศษดิน  รวมทั้งได้พบใส้เดือนตัวใหญ่และตะเข็บที่เตือนสติว่า "เป็นมนุษย์อย่าเบียดเบียนกันหรือแม้แต่สัตว์เล็ก ๆ" ความรู้สึกดีคือทำไปเรื่อย ๆ โดยไม่จำกัดเรื่องเวลา และรู้สึกเย็น  สดชื่น ที่อยู่กับน้ำและต้นไม้

กระถางผักกาดตั้งอยู่บนรั้ว

ร้านทำด้วยอิฐบล็อกและปูด้วยเหล็กเส้น

เดิมเป็นที่ตั้งกระถางกล้วยไม้

ข้างบ้านด้านทิศใต้  มีรั้วติดกับเพื่อนบ้าน

กระถางกล้วยไม้ เปลี่ยนมาปลูกสระแหน่และผักแพรว

มุมนี้มีอ่างน้ำ ๓ อ่าง เลี้ยงปลาดุก ไว้ดูเล่น

กระถางที่เรียงรายอยู่

ได้เพาะเมล็ดถั่วฝักยาวลงไปกระถางละ ๔ เมล็ด

ตำราบอกว่า "เมื่อมันงอกแล้ว  จะเหลือต้นที่แข็งแรงไว้เพียง ๒ ต้น  นอกนั้นถอนทิ้ง"