เที่ยวเทศกาล "ทะเลบัวแดงบาน"
หนองหานกุมภวาปี ประจำปี 2554

หลายท่านคงเคยได้ยินชื่อหนองหาน อาจเคยนึกว่าเป็นเพียงหนองน้ำธรรมดา หนองหาน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี เป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ มีพื้นที่ถึง 22,500 ไร่ อยู่ทางตอนเหนือของอำเภอกุมภวาปี มีลำห้วยไหลลงสู่หนองหาน 6 สาย และหนองหานยังเป็นต้นกำเนิดสำคัญของลำน้ำปาวไหลผ่านอำเภอกุมภวาปีไปทางทิศใต้แล้วผ่านจังหวัดกาฬสินธุ์ เลยไปลงแม่น้ำชี

ปัจจุบันหนองหานได้รับการพัฒนาเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ โดยมีการทำคันดิน ขนาดกว้าง 10 เมตร ยาว 80 กิโลเมตร ล้อมรอบหนองหานและสร้างฝายกั้นลำปาว บริเวณบ้านท่าม่วง ตำบลเวียงคำ อำเภอกุมภวาปี แต่หนองหานยังคงความยิ่งใหญ่จนถูกประกาศให้เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย
ตำนานรักพญานาค เมืองล่มจมบาดาลที่หนองหาน มีหมู่บ้านที่อยู่ติดริมหนองหานและอยู่ในอาณาบริเวณรวมแล้วประมาณ 60 หมู่บ้านจึงไม่ต้องสงสัยเลยว่าหนองหานมีความกว้างใหญ่เพียงใด และมีตำนานเรื่องราวเกี่ยวกับพญานาคที่มีชื่อเสียงว่า ตำนานผาแดงนางไอ่ ซึ่งคนในชุมชนยังมีความเชื่อในตำนานเรื่องนี้สืบต่อกันมายาวนาน
ตำนานโบราณเกี่ยวกับหนองหานที่เล่าขานกันมาตั้งแต่โบราณ กล่าวไว้ว่า "นางไอ่เป็นธิดาของพระราชาเมืองขอม ซึ่งมีสิริโฉมงดงาม เป็นที่หมายปองของเจ้าชายเมืองต่าง ๆ มีอยู่ปีหนึ่ง เมืองขอมประสบปัญหาฝนแล้ง เจ้าเมืองขอมจัดการแข่งขันบั้งไฟ และมีการจุดบั้งไฟเพื่อเสี่ยงทายขอฝน และหากบั้งไฟของใครขึ้นสูงที่สุด จะยอมยกธิดา คือนางไอ่คำ ให้เป็นภรรยา มีเจ้าชายจากนครต่าง ๆ เข้าแข่งขัน รวมทั้งท้าวผาแดงแห่งเมืองผาโพง
ฝ่ายท้าวภังคี โอรสของพญานาค ในนครบาลดาล ทราบข่าว ก็ยกพลพญานาคปลอมตัวเป็นคนเข้ามา เข้าแข่งขันด้วย บั้งไฟของพญานาคภังคีไม่ชนะ แต่เมื่อภังคีได้ยลโฉมนางไอ่คำก็ไม่สามารถจะถอนใจรักได้ จึงปลอมตัวเป็นกระรอกเผือกมาในสวนดอกไม้ของนางไอ่คำ ด้วยเคราะห์แต่ชาติปางก่อน นางไอ่คำเกิดคิดวิปริต ต้องการบริโภคเนื้อกระรอกเผือก จึงสั่งให้นายพรานตามล่ามาปรุงอาหาร และนายพรานก็ยิงกระรอกเผือกได้ ก่อนตายได้อธิษฐานว่า ใครก็ตามที่ได้บริโภคเนื้อของตนจงจมน้ำตายในบาดาล นางไอ่คำได้นำเนื้อกระรอกมาปรุงอาหาร และแจกจ่ายเนื้อกระรอกไปทั้งเมือง

ในคืนนั้นเองเกิดพายุฝนแผ่นดินไหว น้ำท่วมพัดพาผู้คนลงสู่หนองหานและท้องบาดาล ท้าวนาคราชบิดาของภังคี โกรธที่โอรสถูกฆ่า จึงพานาคจากเมืองบาดาลมาอาละวาดถล่มเมืองขอมจนสิ้น ส่วนท้าวผาแดง เมื่อเห็นเมืองขอมถล่มได้พานางไอ่คำขึ้นม้าควบหนีไปทางทิศเหนือ หนีน้ำและบรรดาพญานาคที่ตามพ่นไฟไล่หลังมา วิญญาณแค้นของภังคีได้วนเวียนมาทวงความแค้นกับผาแดงนางไอ่ตลอดมาทุกชาติ
บริเวณที่พวกนาคถล่มจมพื้นบาดาล ได้กลายเป็นหนองหาน ณ ปัจจุบัน อยู่ในจังหวัดอุดรธานี เป็นต้นลำน้ำปาว มีเกาะต่าง ๆ ที่เหลือจากการล่ม คือ เกาะเกษ ดอนสวน ดอนเตา ดอนดินจี่ ดอนแอ่น และดอนหลวง มีสถานที่เป็นทางผ่านของผาแดง นางไอ่ เช่น ห้วยพ่นไฟ ห้วยสามพาด ห้วยน้ำฆ้อง ห้วยกองสี ฯลฯ "
ประชาชนรอบ ๆ หนองหาน ได้สร้างเจดีย์ วัด และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อเป็นที่สิงสถิตของวิญญาณผู้ที่ประสบเคราะห์กรรมจมน้ำตายในครั้งนี้ ได้แก่ พระธาตุเชียงแก้ว พระธาตุดอยหลวง พระธาตุบ้านเดียม พระธาตุจอมศรี พระมหาธาตุเจดีย์(พระธาตุดอนแก้ว) ศาลท้าวผาแดง เป็นต้น
ทะเลบัวแดง หนองหานกุมภวาปี หนองหาน นอกจากจะเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยพันธุ์ปลา พันธุ์นก และพืชน้ำจำนวนมาก ซึ่งชาวบ้านที่อาศัยอยู่โดยรอบหนองหานได้พึ่งพาเป็นแหล่งอาหารแล้วนั้น ยังมีระบบนิเวศน์ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นที่สนใจของนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศและต่างประเทศได้มาศึกษาค้นคว้าอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้ว ธรรมชาติของหนองหาน ยังได้บรรจงสร้างทะเลบัวแดงสร้างความงดงามให้แก่หนองหานมากยิ่งขึ้น
กล่าวคือ ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคมของทุกปี ดอกบัวแดงในหนองหานซึ่งมีจำนวนมากจะงอกงามโผล่จากน้ำขึ้นมา โดยเริ่มจากเดือนตุลาคม บัวเริ่มแตกใบและเริ่มออกดอกตูมและบานเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ บัวจะออกดอกมีปริมาณมากที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม – กุมภาพันธ์ และค่อย ๆ ลดปริมาณลงในเดือนมีนาคม ดอกบัวส่วนใหญ่จะบานในช่วงเช้าตรู่ถึงเที่ยง นักท่องเที่ยวจะมองเห็นบัวแดงบานเต็มท้องน้ำสุดลูกหูลูกตางดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ จึงเป็นที่มาของคำว่าทะเลบัวแดง

สืบสานวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยว จากจุดเด่นของหนองหานและตำนานเก่าแก่ได้หล่อหลอมเป็นวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณรอบหนองหาน ให้เกิดความหวงแหนอนุรักษ์และพึ่งพาธรรมชาติจากหนองหานได้อย่างสมดุลและยั่งยืนมาจวบเท่าทุกวันนี้ อำเภอกุมภวาปีร่วมกับเทศบาลตำบลเชียงแหว ตลอดจนกลุ่มองค์กร และภาคเอกชนในพื้นที่
โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดอุดรธานี จึงได้กำหนดจัดงาน เทศกาลทะเลบัวแดงบาน หนองหานกุมภวาปี ประจำปี 2554 ประมาณวันที่ 15-17 มกราคม 2554 รวม 3 วัน 2 คืน ณ วัดบ้านเดียม หมู่ที่ 5 ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี โดยมีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีของท้องถิ่นและเพื่อส่งเสริมให้หนองหาน เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดอุดรธานี
กิจกรรมในงานประกอบด้วยการสักการะพระมหาธาตุ เทพจินดา (พระธาตุบ้านเดียม) ล่องเรือชมธรรมชาติหนองหานและทะเลบัวแดงชมการประกวดศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้าน การแข่งขันกีฬาหลายประเภท การแสดงของนักเรียน นักศึกษาและกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย
การเดินทางไปบ้านเดียม
จากเมืองอุดรธานีใช้ทางหลวงหมายเลข 2 (อุดรธานี-กุมภวาปี) ถึงกิโลเมตรที่ 26 เลี้ยวซ้ายไปตามเส้นทางห้วยสามพาด-อำเภอประจักษ์ศิลปาคม ประมาณ 18 กิโลเมตร นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังสามารถเที่ยวชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ในอำเภอกุมภวาปี ได้แก่
- พระมหาธาตุเจดีย์ หรือพระธาตุดอนแก้ว นักโบราณคดีสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในราวพุทธศตวรรษ ที่ 11-13 หรือประมาณพุทธศักราช 1100-1300 ตั้งอยู่ในวัดมหาธาตุเจดีย์ บ้านดอนแก้ว หมู่ที่ 5 ตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
- พระพุทธบารมีโลกาธิบดีดำรง (พระเจ้าใหญ่) เป็นพระพุทธรูปปางขอฝนภายในบรรจุพระบรม สารีริกธาตุ องค์พระรวมฐานสูง 30 เมตร ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย บ้านพันดอน ตำบลพันดอน อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
- พระมหาธาตุเทพจินดาหรือพระธาตุบ้านเดียม สร้างขึ้นในยุคใดไม่ปรากฏหลักฐาน ตั้งอยู่ในวัดบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
- พระธาตุจอมศรี หรือ พระธาตุแชแล ก่อสร้างเมื่อไรไม่ปรากฏหลักฐาน ตั้งอยู่ในวัดพระธาตุจอมศรี บ้านแชแล ตำบลแชแล อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี - สวนธรรมชาติ (สวนลิง) ตั้งอยู่บ้านดงเมือง ตำบลกุมภวาปี อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี มีลิงอาศัยอยู่ประมาณ 300-400 ตัว เป็นแหล่งพักผ่อนและท่องเที่ยวในเขตชุมชนเทศบาลตำบลกุมภวาปี
ขอเชิญนักท่องเที่ยวได้มาเที่ยวชมความงดงามของหนองหาน ได้ตั้งแต่เดือนตุลาคม จนถึงเดือนมีนาคมของทุกปี และที่ไม่ควรพลาด คือ เทศกาลทะเลบัวแดงบาน หนองหานกุมภวาปี ประจำปี 2554 ประมาณวันที่ 15-17 มกราคม 2554 ณ วัดบ้านเดียม ตำบลเชียงแหว อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี
“ไผว่าบึงหนองหานฮ้าง ให้จูงแขนเพิ่นมาเบิ่ง แนเด้อ ธรรมชาติงามล้นขอบฟ้า ฟังได้บ่ทอเห็น....พี่น้องเอ้ย”
|
ขอทราบรายละเอียดและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่
- ที่ทำการปกครองอำเภอกุมภวาปี โทรศัพท์ 0-4233-4446
- สำนักงานเทศบาลตำบลเชียงแหว โทรศัพท์ 0-4223-6022
- นายรักเกียรติ ศรีลาวงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเดียม โทรศัพท์ 08-4798-9016
- นางขันแก้ว แสนนางชน ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านเดียม โทรศัพท์ 08-6222-2486
- นางพวงทอง อุดชาชน ประธานกลุ่มโฮมสเตย์บ้านเชียงแหว โทรศัพท์ 08-5458-1075 , 0-4214-3070
- สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี โทรศัพท์ 0-4232-5406-7,0-4232-6436 www.tourismthailand.org/udonthani
ที่มาข้อมูล http://thai.tourismthailand.org/
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่จ่อย มาจองที่นั่งล่องเรือ ชมหนองหาน ยังบ่เคยไปสักเตื้อครา เห็นภาพแล้วนึกถึง นกน้ำทะเลน้อยที่พัทลุง คล้ายๆ กัน .. บัวแดงสวยงาม สดชื่นมากๆ ค่ะ .. มีพระธาตุหลายๆ เด้อค่า ชอบๆ อยากไปชมว่าพระธาตุแต่ละที่จะมีความเหมือน ต่างกันอย่างไร ที่นี่มีสวนลิงด้วยนะคะ ชอบๆ .. ดีจังเลยค่ะพี่จ่อย ปชส. ช่วงนี้เทศกาลไป กอดเมืองไทย ให้หายเหนื่อย ขอบคุณเด้อค่า ;)
โห ! ดอกบัวแดงละลานตา..
สวยจังเลย....น้องครูจ่อย
ดูให้แน่ใจว่าสีแดงๆนั่นเป็นดอกบัว
กว้างใหญ่ไพศาลจริงๆนะคะ
อยากมาเห็นกับตาจริงๆ ว่าสวยงามขนาดไหน
"อยากจูงแขนเอื้อยมาเบิ่งอีหลีเด้อ ธรรมชาติงามล้นขอบฟ้า ฟังได้บ่ทอเห็น....เอื้อยครู ป1.เอ้ย”
"สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น" นะครับคุณครู
สวยจังที่บ้านหนูเองแหละ
มาเที่ยวกันเยอะๆเน้อ
สวยเวอร์