ปัญหาเรื่องบินได้บินไม่ได้ปล่อยให้เป็นเรื่องของนักบินกับสายการบินที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งผมก็ยังยึดหลักการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด
ตั้งชื่อเรื่องว่า "บทเรียนจากน้ำท่วมในหาดใหญ่" คงมิได้หมายถึงจะบอกบทเรียนนี้ให้กับผู้รับผิดชอบบ้านเมืองแต่ประการใด แต่เป็นบทเรียนสำหรับตนเองที่ได้ไปประสบพบและได้อยู่ในเหตุการณ์ขณะน้ำเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่ ผมอาจเรียกได้ว่าเป็นผู้โชคดีคนหนึ่งเพราะไปติดอยู่ในโรงแรมซึ่งพอที่จะมีกิน มีน้ำใช้ ได้ไประยะหนึ่ง แต่ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากโดยเฉพาะคนในพื้นที่ที่ต้องโชคร้าย สูญเสียทรัพย์สิน ที่อยู่อาศัย และยังต้องแก้ปัญหาให้กับชีวิตและครอบครัวของตนเองไปอีกระยะหนึ่ง
อย่างไรก็ตามในฐานะของคนที่ต้องเดินทางไปไหนมาไหนค่อนข้างบ่อยคนหนึ่ง บทเรียนที่ผมจะนำมาเขียนเหล่านี้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อหลายๆ ท่าน ที่อาจต้องเดินทางและประสบเหตุไม่คาดคิดเช่นนี้มาก่อน อย่างน้อยหากเราเตรียมตัวไปดี ก็สามารถอยู่ได้อย่างไม่เป็นภาระของคนอื่น เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์ลักษณนี้ทุกคนมักมองว่าปัญหาของตนเองต้องได้รับการช่วยเหลือก่อนเสมอ ในขณะที่ผู้ให้ความช่วยเหลือมีน้อยกว่า และได้จัดลำดับความสำคัญในการช่วยเหลือไว้อยู่แล้ว และแน่นอนสำหรับผู้ที่ติดอยู่ในโรงแรมย่อมต้องไม่ใช่ลำดับแรกๆ (First Priority) อย่างแน่นอน
๑ พ.ย. ๒๕๕๓ วันที่เริ่มต้นเดินทางไปหาดใหญ่ เนื่องจากต้องไปเป็นวิทยากรบรรยายในวันที่ ๒ พ.ย. ๒๕๕๓ จะว่าไปอาจเป็นเรื่องปกติแล้วสำหรับผมที่เดินทางขึ้นลงระหว่างหาดใหญ่กับกรุงเทพ เพราะผมเองก็อยู่สงขลามาเกือบ ๒๐ ปี แต่วันนี้ต้องบอกว่าเป็นวันที่ผมไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ เพราะติดตามข่าวจากกรมอุตุนิยมวิทยาว่า วันนี้ (๑ พ.ย.๕๓) อาจมีพายุดีเพรสชันเข้าที่สงขลา ตอนเช้าก่อนออกเดินทางไปสนามบิน ให้น้องที่ทำงานเปิดเว็บไซต์ของกรมอุตุ เพื่อดูภาพถ่ายดาวเทียม พอเห็นกลุ่มเมฆที่เข้าปกคลุมแล้วยิ่งรู้สึกกังวลใจ โทรติดต่อคุยกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานในพื้นที่ก็ทราบว่าฝนตกหนักมาแล้ว ๒ วัน ๒ คืน แต่ขณะนั้นก็ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ เพราะเคยเจอฝนตกลักษณะนี้ในหาดใหญ่หลายครั้งแต่น้ำไม่ท่วม สิ่งที่กังวลอย่างเดียวก็คือ เครื่องบินที่จะต้องบินผ่านพายุ แต่มาคิดอีกผมก็คิดว่าปัญหาเรื่องบินได้บินไม่ได้ปล่อยให้เป็นเรื่องของนักบินกับสายการบินที่ต้องตัดสินใจ ซึ่งผมก็ยังยึดหลักการเดินทางโดยเครื่องบินเป็นการเดินทางที่ปลอดภัยที่สุด (และหากมีอะไรขึ้นมาคนข้างหลังก็ไม่ลำบาก) บวกกับการประชุมเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ พ.ย. หากวันที่ ๒ พ.ย. วิทยากรไม่ไปเพราะกลัวพายุหรือน้ำท่วม คงได้รับการสรรเสริญน่าดู และแล้ว ๑๓.๐๐ ผมก็เดินทางขึ้นเครื่องบินและออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง......
สิ่งที่ผมผิดพลาดครั้งแรกก็คือ ทุกครั้งที่ผมเดินทางไปต่างจังหวัดผมจะต้องเตรียมเกินไว้ ๒ ชุด พร้อมด้วยรองเท้าลำลองหรือรองเท้าแตะไปด้วย เผื่อใช้เดินออกไปไหนมาไหน แต่ครั้งนี้ผมไม่ได้นำไปทั้ง ๒ อย่าง และกลายเป็นปัญหาพอสมควรเมื่อเจอเหตุการณ์
สำหรับสถานการณ์ลักษณะนี้การเลือกสายการบิน หรือชนิดการจองตั๋วอาจมีผลอยู่บ้าง ซึ่งจะค่อยๆ เขียนในช่วงต่อไป