วิธีการดูแลอุปกรณ์
และเทคนิคการพ่นสารกำจัดวัชพืช
(จะนำภาพมาเพิ่มเติมให้น่ะครับ)
แนวทางในการควบคุมวัชพืชในสวนไม้ผลมีหลายวิธี และการใช้สารกำจัดวัชพืช ก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำได้สะดวกรวดเร็ว แต่การฉีดพ่นสารกำจัดวัชพืชให้มีประสิทธิภาพนั้น นอกจากต้องเลือกสารเคมีให้ถูกต้องแล้ว การเลือกใช้อุปกรณ์รวมทั้งวิธีการใช้ที่เหมาะสมและถูกต้องเป็นสิ่งที่ต้องทำควบคู่กัน การใช้สารเคมีในการกำจัดวัชพืช มีความสำคัญในการพัฒนาการทางด้านการเกษตร ซึ่งในแต่ละปีมีการใช้สารกำจัดวัชพืชเป็นจำนวนมากและจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี เนื่องจากมีความสะดวก รวดเร็ว แต่เกษตกรมิได้คำนึงถึงผลกระทบจารการใช้สารเคมีและเทคนิคบางอย่างที่จะช่วยให้ใช้สารกำจัดวัชพืชอย่างมีประสิทธภาพ ดังนั้นความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสารกำจัดวัชพืชให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดและใช้สารกำจัดวัชพืชอย่างถูกวิธี จะเป็นประโยชน์และปลอดภัยต่อต่อเกษตรกร ผู้บริโภคอีกทั้งยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมอีกด้วย

มารู้จักเครื่องพ่นสารกำจัดวัชพืชกันก่อนน่ะครับ
1. เครื่องพ่นพ่นสารกำจัดวัชพืชแบบเครื่องสะพายหลัง เป็นเครื่องพ่นยาแบบน้ำ มีการทำงานโดยต้องปั๊มอัดความดันจนเต็มถัง ซึ่งปกติตัวดันชักจะอยู่ทางตอนบนของฝาเปิดปิดถัง สำหรับเติมน้ำยาลักษณะของดันชักจะดึงขึ้นลงแบบที่สูบลมจักรยาน อีกระบบหนึ่งของเครื่องพ่นยาแบบนี้ คือ ดันโยกลูกสูบโดยมีก้านสำหรับโยกอยู่ด้านข้างตอนล่างของถังน้ำยาเหมาะสำหรับฉีดพ่นวัชพืชขนาดเล็กและมีพื้นที่ไม่มากนัก เช่น วัชพืชตามคันคลองส่งน้ำโดยมีจำหน่ายตามท้องตลาดจุสารเคมีได้ตั้งแต่ 1 ลิตรไปจนถึง 20 ลิตร
2. เครื่องยนต์พ่นพ่นสารกำจัดวัชพืชแบบเครื่องสะพายหลังชนิดติดเครื่องยนต์ ฉีดพ่นโดยปั๊มแรงดันน้ำ ถังน้ำยามีความจุประมาณ 18 – 20 ลิตร สามารถฉีดวัชพืชที่มีความสูง สามารถทำงานได้รวดเร็วกว่าเครื่องพ่นยาแบบสะพายหลังแบบใช้แรงปั๊ม
3. เครื่องยนต์พ่นพ่นสารกำจัดวัชพืชแบบใช้แรงดันน้ำมีล้อเข็นและเครื่องยนต์พ่นยาแบบใช้แรงดันน้ำ เป็นเครื่องพ่นยาขนาดใหญ่สามารถฉีดพ่นได้ไกล อีกทั้งยังสามารถผสมสารเคมีได้ที่ละ100-200 ลิตร จะทำซึ่งจะสามารถทำงานได้เร็ว สามารถฉีดพ่นวัชพืชได้เกือบทุกสภาพทั้งที่มีขนาดลำต้นเล็กและลำต้นใหญ่
4. เครื่องพ่นพ่นสารกำจัดวัชพืชแบบสะพายหลังใช้แรงดัน เป็นเครื่องพ่นสารเคมีที่สามารถพ่นได้ทั้งยาน้ำและยาผง แต่ไม่สามารถฉีดน้ำยาได้ไกลเท่ากับเครื่องยนต์พ่นสารเคมีแบบแรงดันน้ำ เพราะละอองยาจะถูกเป่าออกไปด้วยแรงลม เหมาะกับวัชพืชบกตามคันคลองส่งน้ำ

