แก้วดอกขาวหอมกรุ่นละมุนกลิ่น

ดุจฝนรินฉ่ำใจยามได้เห็น

ยะแย้มยิ้มพริ้มปลั่งดั่งเดือนเพ็ญ

ยามหลบเร้นช้อนชะม้ายแจ้งนัยน์ตา

 

 

รื่นเย็นดั่งลมโลมใจฉ่ำ

เหมือนหยาดน้ำหยาดลงที่ตรงหน้า

ดูเอาเถิด...รูปนามช่างงามตา

จากจักษุสู่วิญญาณ์ห้วงกลางใจ

 

 

หรือเคยบนบวงสรวงปวงไม้หอม

จึงถึงพร้อมรอยร่างทุกย่างไหว

หรือดวงจิตอธิษฐานแต่กาลใด

จึงสดใสยามพบเห็นเย็นนัยนา

 

 

ทั้งสายลมอีกแสงแดดที่แวดล้อม

เหมือนอยู่รอหวานหอมละม่อมหน้า

รอลมรื่นโรยสายระบายมา

ร่ำรอด้วยเสน่หาในอารมณ์

 

 

ดูเอาเถิด...รูปงามทรามสวาท

ดุจภาพวาดผู้หวังจูบในรูปโฉม

กี่โสมนัสวิญญาณผู้ผ่านโลม

กี่ประโคม กี่จำนรรจ์  จะสรรค์ลง

 

 

งดงามรูปนิ่มเนื้อเหลือเอ่ยอ้าง

เอ๋ย...งามจริงนวลปรางดังร่างหงส์

กี่อาวรณ์ ภมรภู่ ที่ลู่ลง

กี่จำนง  ถวิลเห็นไม่เว้นวัน

 

 

งดงามด้วยรูปธรรมเกินคำอ้าง

รู้อ่อนโยน รู้ปล่อยวาง ช่างเฉิดฉันท์

งามเอย  งามล้ำ  เกินรำพัน

จนอาลัยไหวหวั่นทุกแววตา

 

 

แก้วดอกขาวหอมอ่อนขจรกลิ่น

จะกี่รอบฝนรินถวิลหา

รู้เถิดว่า หอมหวาน ทุกวารทิวา

ล้อมคุณค่า  หอมนั้น อย่ารู้เลือน

 

อิงจันทร์

ขอบพระคุณครูกลอนทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิชาการแต่งบทประพันธ์ให้

ขอบคุณภาพสวย ๆ จากน้องคุณยาย

ขอบพระคุณพี่น้องผองเพื่อนทุก ๆ ท่านทีแวะมาเยี่ยมเยือน