ช่วงนี้เป็นช่วงที่ผมอยากจะผ่อนคลายอารมณ์จากความยุ่งยากทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นการเมือง หรืออื่นใดก็ตาม จริงๆผมมีนัด กับคุณหนุ่มกร ว่าจะไปนอนฟังเสียงนกเสียงกา จิ้งหรีดเรไร ที่วังสามหมอ จ.อุดรธานี ไปพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กับพี่น้องที่นั้น แต่ หนุ่มกร เกิดไม่สบาย ทราบว่าเกี่ยวกับหัวใจประมาณนั้น ผมเลยบอกว่าหนุ่มกร หายดีแล้ว ร่างกายเป็นหนุ่มเป็นแน่นอย่างชื่อ ผมจะไปที่วังสามหมอแน่นอนครับ ช่วงนี้ผมเลยยากจะนำเรื่องเบาๆ ประเภทนุ่น สำลี แต่แฝงด้วยแง่คิดมาร่วมลับสมองกับพี่ป้าน้าอาลูกๆหลานๆ

          วันหนึ่งผมไปซื้อของ (ซื้ออะไรอย่ารู้เลย อิอิ) คนขายพูดดีมาก แหม้..พอจะเอาเงินเราแล้วพูดดี้ดี ผมเลยพูดกับคนขายของว่า "เธอพูดจาดีมาก...." คนขายบอกว่า " กับลูกค้าต้องพูดดีซิจะ ....ตรงนี้แหละครับ เป็นประเด็นเลย

          คนขายอายุรุ่นหลานผม จะว่าไปแล้วผมแก่กว่าคนขายมากนัก อิอิ ท่านอาจจะคิดต่อ ว่าแล้วมันเป็นประเด็นอย่างไร ป๊ะเบฯ (ลูกบุษรา ลูกคนล่าสุดอาจจะคิดในใจ..) เป็นซิลูกบุษรา มาคิดสงสัยอะไรในใจ..ดูซิท่าน ผมคิดเถียงในใจกับลูกสาวผมได้อย่างไรกันนี่ อิอิ

           มันอย่างนี้ครับ คนขายมาเรียกผมว่า "ลูกค้า" ได้อย่างไร ในเมื่อผมแก่กว่าคนขายมาก ...คนขายต่างหากต้องเรียนผมว่า "ลุงค้า-ตาค้าหรือพ่อค้า" ในเมื่อผมอายุรุ่นลุง รุ่นตา รุ่นพ่อ ...ผมจะต้องเรียกคนขายว่า "ลูกค้าหรือหลานค้า" ถึงจะถูกต้อง

          ผมคิดไกลไปถึงสมัยพระเจ้ารื่นเริงมหาราช(สมัยเดียวกันกับสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช) ว่า คนคิดคำเรียกในยุคนั้นน่าจะเป็นแบบนี้ครับ...คนขายของยุคนั้นมีแต่คนผู้ใหญ่ รุ่นพ่อแม่ทั้งนั้น จึงเรียกคนขายว่า "พ่อค้า แม่ค้า" ส่วนคนซื้อของหรือจ่ายตลาดก็น่าจะเป็นเด็กๆรุ่นๆ จึงถูกเรียกว่า "ลูกค้า" ด้วยประกา-ระ-ฉะ-นี้

          ขออนุญาตไปทานยาก่อนนะครับ ไปละ อิอิ