โบสถ์ St. Nicholas เป็นโบสถ์ที่ชาวประมงนับถือ เพราะเชื่อว่าคุ้มครองรักษาให้เขาปลอดภัยเวลาออกทะเลไปหาปลา
            ตื่นเวลา 7.30 น. มีเวลานอนเพียงแค่สี่ชั่วโมงกว่าๆ แต่ว่าก็หลับไม่สนิท หลับๆ ตื่นๆ หลังทานอาหารเช้าเสร็จ นัดออกเดินทางกันเวลา 9.30 น. แต่ปรากฏว่ารสบัสยังไม่มา ก็เลยพากันออกไปถ่ายรูปแถวหน้าโรงแรม  รู้สึกแปลกใจเหมือนกันเพราะนี่เป็นครั้งที่สองแล้วที่ลูกทัวร์ต้องออกมารอรถ  (ตัวไกด์ไม่ได้มาพร้อมรถ ไกด์กับรถเป็นคนละบริษัทกัน) หลังจากนั้นรถพาไปโฉบไปใกล้ๆ กับ St. Isaac แต่ไกด์รัสเซีย (ชื่ออูยีน) บอกว่ายังไม่เปิด เลยพาพวกเราไปที่โบสถ์ St. Nicholas ก่อน (ดูรูป) เป็นโบสถ์ที่ชาวประมงนับถือ เพราะเชื่อว่าคุ้มครองรักษาให้เขาปลอดภัย ออกทะเลหาปลาอย่างอุ่นใจ พวกเราได้เข้าไปชมข้างใน และเห็นว่ากำลังทำพิธีทางศาสนาอยู่

                     

            จากนั้นก็ไปชมพระราชวังฤดูหนาว ที่ชื่อว่า Hermitage ห้องเยอะมาก (ดูรูปข้างล่าง) ดูกันอย่างเร็วๆ คือเดินผ่านแต่ละห้องไปเรื่อยๆ ออกมาจากพระราชวังไกด์ก็พาเดินกลับไปขึ้นรถ แต่ระหว่างทางพาเข้าร้าน Amber Place พาไปดูการสาธิตเรื่องหินอำพัน ผมเดินออกมาถ่ายรูปแถวๆ นั้น ภรรยาบอกว่าคนที่อธิบายพูดคล้ายๆ หุ่นยนต์ ไม่มีใครสนใจ แต่ไกด์อูยีนก็ไม่ได้เร่งให้ออกจากร้าน (ไม่เหมือนตอนเที่ยวมีเวลาให้นิดเดียว ภรรยาผมบอกว่าน่าจะเป็นเพราะอยากได้ Commission อะไรทำนองนั้น แต่นั่นก็เป็นเพียงความคิดนะครับ)

    

            หลังจากนั้นทัวร์ก็พาไปทานอาหารกลางวันเป็นร้านจีนอีกเช่นเคย แต่ร้านนี้รสชาติดี ดีกว่าที่ทานเมื่อวานมาก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะหิว หรือเป็นเพราะไกด์ไทยมีน้ำพริกเผามาให้ทานด้วย กินกันจนอิ่มแปร่ก่อนที่จะออกเดินทางเพื่อไปชมพระราชวังฤดูร้อน – Peterhof  (ดูรูปข้างล่าง) ที่อยู่นอกเมืองต่อไป ใช้เวลาเดินทางนานเหมือนกัน ตอนจะกลับมีการนัดที่คลาดเคลื่อนไกด์ไทยนัดไว้ที่หนึ่ง ไกด์รัสเซียนัดไว้อีกที่หนึ่ง คนจึงแบ่งเป็นสองกลุ่ม กว่าจะเจอกันก็เสียเวลาไปประมาณครึ่งชั่วโมง ผมเองถือโอกาสที่รอกันนั้นไปถ่ายรูปโบสถ์ที่อยู่ใกล้ๆ (ดูรูปข้างล่าง) เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส วันนี้กลับถึงโรงแรมแต่วัน เพราะไกด์คงเป็นว่าทุกคนมีอาการเพลียเนื่องจากการอดนอนเมื่อวาน เป็นการสิ้นสุดการท่องเที่ยวเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กวันแรก