วันนี้ว่าด้วยการใช้แผนผังสาเหตุและผล
เมื่อไรจึงจะใช้แผนผังสาเหตุและผล
1.
เมื่อต้องการค้นหาสาเหตุแห่งปัญหา
2. เมื่อต้องการทำการศึกษา
ทำความเข้าใจ หรือทำความรู้จักกับกระบวนการอื่น ๆ
เพราะว่าโดยส่วนใหญ่พนักงานจะรู้ปัญหาเฉพาะในพื้นที่ของตนเท่านั้น
แต่เมื่อมีการ ทำผังก้างปลาแล้ว
จะทำให้เราสามารถรู้กระบวนการของแผนกอื่นได้ง่ายขึ้น
3.
เมื่อต้องการให้เป็นแนวทางในการระดมสมอง ซึ่งจะช่วยให้ทุกๆ
คนให้ความสนใจในปัญหาของกลุ่มซึ่งแสดงไว้ที่หัวปลา
วิธีการสร้างแผนผังสาเหตุและผลหรือผังก้างปลา
สิ่งสำคัญในการสร้างแผนผัง
คือ ต้องทำเป็นทีม เป็นกลุ่ม โดยใช้ขั้นตอน 6 ขั้นตอนดังต่อไปนี้
1.
กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา
2.
กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้นๆ
3.
ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย
4.
หาสาเหตุหลักของปัญหา
5.
จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ
6.
ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จำเป็น
โครงสร้างของแผนผังสาเหตุและผล

ผังก้างปลาประกอบด้วยส่วนต่างๆ ดังต่อไปนี้
>> ส่วนปัญหาหรือผลลัพธ์ (Problem or Effect)
ซึ่งจะแสดงอยู่ที่หัวปลา
>> ส่วนสาเหตุ (Causes) จะสามารถแยกย่อยออกได้อีกเป็น
o ปัจจัย (Factors)
ที่ส่งผลกระทบต่อปัญหา (หัวปลา)
o สาเหตุหลัก
o สาเหตุย่อย
ซึ่งสาเหตุของปัญหา จะเขียนไว้ในก้างปลาแต่ละก้าง
ก้างย่อยเป็นสาเหตุของก้างรองและก้างรองเป็นสาเหตุของก้างหลัก
เป็นต้น
การกำหนดปัจจัยบนก้างปลา
เราสามารถที่จะกำหนดกลุ่มปัจจัยอะไรก็ได้
แต่ต้องมั่นใจว่ากลุ่มที่เรากำหนดไว้เป็นปัจจัยนั้นสามารถที่จะช่วยให้เราแยกแยะและกำหนดสาเหตุต่างๆ
ได้อย่างเป็นระบบ และเป็นเหตุเป็นผล
โดยส่วนมากมักจะใช้หลักการ
4M 1E เป็นกลุ่มปัจจัย (Factors) เพื่อจะนำไปสู่การแยกแยะสาเหตุต่างๆ
ซึ่ง 4M 1E นี้มาจาก
[] M
Man คนงาน หรือพนักงาน หรือบุคลากร
[] M
Machine เครื่องจักรหรืออุปกรณ์อำนวยความสะดวก
[] M
Material วัตถุดิบหรืออะไหล่ อุปกรณ์อื่นๆ ที่ใช้ในกระบวนการ
[] M
Method กระบวนการทำงาน
[] E
Environment อากาศ สถานที่ ความสว่าง และบรรยากาศการทำงาน

แต่ไม่ได้หมายความว่า
การกำหนดก้างปลาจะต้องใช้ 4M 1E เสมอไป
เพราะหากเราไม่ได้อยู่ในกระบวนการผลิตแล้ว ปัจจัยนำเข้า (input)
ในกระบวนการก็จะเปลี่ยนไป เช่น ปัจจัยการนำเข้าเป็น 4P ได้แก่ Place ,
Procedure, People และ Policy หรือเป็น 4S Surrounding, Supplier,
System และ Skill ก็ได้ หรืออาจจะเป็น MILK Management, Information,
Leadership, Knowledge ก็ได้ นอกจากนั้น
หากกลุ่มที่ใช้ก้างปลามีประสบการณ์ในปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว
ก็สามารถที่จะกำหนดกลุ่ม
ปัจจัยใหม่ให้เหมาะสมกับปัญหาตั้งแต่แรกเลยก็ได้ เช่นกัน
การกำหนดหัวข้อปัญหาที่หัวปลา
การกำหนดหัวข้อปัญหาควรกำหนดให้ชัดเจนและมีความเป็นไปได้
ซึ่งหากเรากำหนดประโยคปัญหานี้ไม่ชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว
จะทำให้เราใช้เวลามากในการค้นหา สาเหตุ
และจะใช้เวลานานในการทำผังก้างปลา
การกำหนดปัญหาที่หัวปลา
เช่น อัตราของเสีย อัตราชั่วโมงการทำงานของคนที่ไม่มีประสิทธิภาพ
อัตราการเกิดอุบัติเหตุ หรืออัตราต้นทุนต่อสินค้าหนึ่งชิ้น เป็นต้น
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ควรกำหนดหัวข้อปัญหาในเชิงลบ
เทคนิคการระดมความคิดเพื่อจะได้ก้างปลาที่ละเอียดสวยงาม
คือ การถาม ทำไม ทำไม ทำไม ในการเขียนแต่ละก้างย่อยๆ
บทวิเคราะห์ Fish Bone Diagram เทียบเคียง Mind
Map
จากขั้นตอน ทั้ง 6 ขั้นตอนการเขียนแผนผังก้างปลา เรามาวิเคราะห์กันว่า
เหมือน Mind Map ตรงไหนบ้าง
1.
กำหนดประโยคปัญหาที่หัวปลา --> ตรงกับ Mind Map คือ การกำหนด
Subject of Mind Map ไว้ตรงกลางหน้ากระดาษ
2.
กำหนดกลุ่มปัจจัยที่จะทำให้เกิดปัญหานั้นๆ --> ตรงกับ Main branch
หรือ Main Node แขนงความคิดหลัก รอบๆ Subject of Mind Map
3.
ระดมสมองเพื่อหาสาเหตุในแต่ละปัจจัย -->
ปัจจัยที่แตกย่อยออกไปก็คือ Sub-branch ในระดับลูก (child) ของ Main
branch
4. หาสาเหตุหลักของปัญหา
--> การเน้นประเด็นหลัก หรือการจัด Priority ให้กับ Main branch
อะไรสำคัญกว่า
5.
จัดลำดับความสำคัญของสาเหตุ --> set priority ด้วยการเพิ่มตัวเลข
ใน branch ต่างๆ
6.
ใช้แนวทางการปรับปรุงที่จำเป็น -->
นำผลที่ได้ไปใช้ในการแก้ไขปัญหา
ภาพแสดงแผนภูมิความคิด Mind Map® ที่นำหลักการ Fish Bone Diagram
มาปรับใช้ทั้ง 6 ขั้นตอน

และเราสามารถแตกสาเหตุในแต่ละปัจจัยออกไปอีกได้เรื่อยๆ แสดงดังภาพ

จากภาพหากบางแขนงมีความเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์กัน เราก็สามารถโยงเส้น
Relationship ไปเชื่อมกันได้ ซึ่งจะแตกต่างจากก้างปลา
เพราะก้างใครก้างมัน แต่ ในมิติของ Mind Map
ซึ่งเรียบแบบการทำงานของสมอง ก็เป็นการจำลองการเชื่อมโยงนั่นเอง
นอกจากนั้นแล้ว ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้เขียนแผนที่ความคิด
มีระบบช่วยการทำงาน
โดยการเตรียมตัวเลขไว้ให้เราจัดลำดับความสำคัญของปัจจัย หรือ
branch

หากเราต้องการให้ Mind Map
มีความใกล้เคียงผังก้างปลาก็สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงสั่งให้โปรแกรม
จัดผัง Mind Map ใหม่ ดังภาพ

สิ่งที่ Mind Map®
จะเข้ามาช่วยเสริมให้การเขียนผังก้างปลามีความสวยงามและมีประสิทธิภาพ
มากขึ้นก็คือ การใช้ Mind Map® ช่วยในการระดมสมอง ให้ได้
ความคิดจำนวนมากและหลากหลาย ดูรายละเอียดเรื่องการระดมสมองได้จาก
เรื่องของการระดมสมอง Brainstorming
จากรายละเอียดที่นำเสนอนี้ก็คงจะช่วยตอบคำถามในเรื่องของ
Mind Map และ Fish Bone Diagram ว่าสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว
เสริมกันและ กันได้เป็นอย่างดี สำคัญก็คือ
ใครจะประยุกต์ไปใช้ได้มากกว่ากัน
คำคมสำหรับวันนี้
งานจะเดิน บรรลุผล ไม่พ้น M4
M1 มี คนดี มีพร้อมสรร
M2 มี เงินทอง ต้องครบครัน
M3 นั้น ต้องจัดการ งานที่ดีแม้มีคน มีเงิน มีจัดการ
แต่หากงาน ขาดเครื่องมือ เทคโนโลยี
เปรียบเหมือนรถ ขาดล้อ จอดดีดี
เพราะไม่มี น้ำมัน ปั่นรถยนต์
งานจะสัมฤทธิ์ผลดี เพราะต้องมี 4M
งานจะเหมือนรถไฟหวานเย็น เพราะขาดตัว M ไปบางตัว
งานทุกอย่างจะเริ่มมั่ว เพราะขาดตัว ม.แมน
งานจะไม่วิ่งแล่น เพราะขาดแมนและขาดเงิน
งานจะไม่เดิน เพราะขาดเขินเทคโนฯ
งานและคนจะโก้ เพราะมีเทคโนฯ และมีเงิน