ช้าง...เป็นสัตว์ใหญ่...แต่นุ่มนวลในทีท่า...(เขาว่ากันว่า...ถ้าพาช้างไปเดินเล่นในร้านขายเครื่องเคลือบ..จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นคือถ้วยโถโอชามจะไม่แตกแล้วกัน...ด้วยความสุภาพของช้างดังกล่าว...)เวลาช้างเดินแม้จะตัวใหญ่...หากเดินตามช้างจะไม่ได้ยินเสียงตึงตังโครมครามเหมือน...ม้ากระเทือบโรง.....(เขาว่า..กันอีกนั่นแหละ..ถ้าผู้หญิงเดินดัง..ถ้าไม่ใช่ม้าดีดกระโหลก..ก็เป็นม้ากระทืบโรงตอนถูกด่า..แหะๆๆถูกด่าตอนเป็นสาวๆยายธีนั่นแหละไม่ใช่ใคร..คนด่าก็คือ..ย่า...ยาย..อ้ะะๆๆ)
และตานี้...ตอนช้างตาย...มีปัญหา...คือใบบัวปิดไม่มิด...(ตรงนี้ลืมไปแล้วเหมือนกันไม่รู้ว่าคนโบราณ...เขาเปรียบเปรยไว้เพื่ออะไร...ใครทราบ..บอกด้วยเจ้าค่ะ
ทาก...น่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่ง..ตัวไม่ใหญ่..ประมาณเท่าเข็ม...แต่ถ้าดูดเลือดเข้าไปละก็เต็มอิ่ม..ก็อาจจะตัวเท่านิ้วก้อยได้...ทากที่อยู่ในป่า..ไม่ทราบว่ามีประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร...แต่ในเมืองเยอรมัน..(เห็น..ตาตีตรา..ของยายธี..สั่งมาไว้..ดูดเลือดหนองที่เป็นพิษของคนไข้..อิอิ)...
ถึงตรงนี้...ทากก็มีประโยชน์..ถึงจะเสียเลือดไปบ้างก็ตาม..ก็แรกผลประโยชน์กันระหว่างคนกับทาก....(ช่วงนี้..น้ำท่วม..พอน้ำลด...ไม่ใช่มดกินปลาอย่างเดียว...แต่อาจจะมีอะไรๆแอบแฝงมาเป็นทาก...คอยสูบเลือดผู้เดือดร้อน...ก็ระวังๆกันหน่อยแล้วกัน..)ก็คงจะเป็นเรื่องราวเล็กๆ(แต่อาจใหญ่ได้)ในสิ่งแวดล้อมของเราในประเทศ
....สวัสดีตอนเช้าเจ้าค่ะคุณพิพัฒน์...ตอนนี้เจ็ดโมงครึ่งพอดี..มีเวลานิดหน่อย..ก่อนไปหาหมอโรคจิต...อ้ะะๆๆ...ค่ะ..ยายธีก็เพิ่งจะรู้สึกตัวว่า..ตัวเองอยู่ในโลกที่ถูกแบ่งเป็นสอง..ตลอดเวลา..เพราะตอนเด็กๆชอบกินข้าวซ้อนจาน..แม้ว่า โบราณจะห้ามไว้..อิอิ...และตอนนี้ก็...คือ...บ้า...หรือไม่บ้า....(ระหว่างสองด้านที่ว่าในโลก)...ซึ่งยังหาทางสายกลางไม่เจอ...เหอๆๆ...ที่นี่ก็เริ่มหนาว..อากาศก็ดีบ้างเน่าบ้าง...อย่างเคยเจ้าค่ะ....ขอบคุณที่มาเยี่ยมเยียน...ยายธีค่ะ
-สวัสดีครับยายธี.....
-ทาก...น่าจะเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่ง..ตัวไม่ใหญ่..ประมาณเท่าเข็ม...แต่ถ้าดูดเลือดเข้าไปละก็เต็มอิ่ม..ก็อาจจะตัวเท่านิ้วก้อยได้.....
-นึกถึง "ปลิง" เคยโดนกัดเมื่อตอนเป็นเด็ก ๆ น่ะครับ....แม่ใช้พริกเผ็ด ๆ ตำไส่ปลิง....จะหลุด...น่ะครับ...
*ขอบคุณค่ะ..ช้าง สัตว์ตัวใหญ่ที่ได้รับยกย่องให้อยู่บนธงชาติของประเทศสยามมาเป็นเวลานาน..ส่วน ตัวทาก น่าเอ็นดู แม้เป็นศัตรูของพืชแต่เป็นประโยชน์กับคน..สัตว์น้อยใหญ่ต่างพึ่งพากันนะคะ..
*ยินดีที่ คุณยายธี มาเข้ากลุ่ม "อยู่อย่างรู้เท่าทัน" ค่ะ..
อันความรู้ทั้งหลายที่ในในโลก
ก่อประโยชน์มีคุณมหาศาล
เลือกมาใช้มากน้อยให้ถูกกาล
ผู้เชี่ยวชาญรู้เท่าทันความผันแปร
สวัสดียามเช้าค่ะคุณยายธี
ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมblogค่ะ
ขอบคุณสำหรับข้อคิดเรื่องช้างกับทาก สัตว์ใหญ่และสัตว์น้อยที่ชวนให้นึกถึงเรื่องราวน้อยใหญ่ในบ้านเมืองเราค่ะ
เอิ้ออาทร ห่วงใย ไม่เบียดเบียนกัน สังคมคงสงบสุข น่าอยู่มากขึ้นนะค่ะ
สวัสดีค่ะคุณยายธี ระลึกถึงคุณยายธีเสมอ โดยเฉพาะตอนไปปฏิบัติธรรมที่วัดสุนันทวนาราม การเข้ามาอยู่บนเส้นทางธรรมช่วยได้มากเลยนะคะในการที่จะอยู่อย่างมีสติและ รู้จักปล่อยวางความรู้สึกร้ายๆที่เกิดขึ้นจากกิเลสนานาชนิด ตัวเบาขึ้นกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยค่ะ
เวลามีสิ่งกระทบใจ จำคำของพระอาจารย์มิตซูโอะเสมอ นำมาใช้ทันทีค่ะ " หายใจเข้าลึกๆ หายใจออกยาวๆ " นึกถึงความเมตตาและสำเนียงไทยปนญี่ปุ่นของท่านแล้วยิ้มได้จริงๆค่ะ
อากาศที่ทางซีกโลกคุณยายธีคงจะเริ่มหนาวขึ้นเรื่อยๆ เสียดายจังที่ปีนี้ไม่ได้มาชมใบไม้เปลี่ยนสีกับคุณยายธีค่ะ
ขอบพระคุณค่ะที่คุณยายยีไปทักทายคุยด้วยยามอาหารกลางวัน นุชนั่งอยู่ที่บ้าน เข้าบ้านไปดูคนงานล้างโคลนและไปสูดอากาศธรรมชาติให้เบิกบานชุ่มใจหน่อยค่ะ
และขอบพระคุณสำหรับกำลังใจที่แวะไปหยอดให้ไม่ห่างหาย
เมื่อช่วงน้ำท่วมได้ไปป่าโมก อ่างทองกับคนข้างกาย เขาพาไปทานข้าวร้านอาหารริมน้ำ ชื่อปิ่นโต วิวดีมาก อาหารงั้นๆ อิ อิ ฝีมือสู้พี่น้อยไม่ได้เลย ส่งวิวมาให้ชม ส่วนอาหารเชิญมาทานเมื่อกลับมาเมืองไทยครั้งหน้านี้นะคะ