เมื่อวันที่ 23-25 ต.ค. 2553 ที่ผ่านมาข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปทำบุญเนื่องในวันออกพรรษาที่จังหวัดอุตรดิตถ์ ณ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง และวัดสว่างอารมณ์ วัดทั้ง 2 แห่งอยู่ในอ.ลับแล จ.อุตรดิตถ์ ข้าพเจ้าเลยมีโอกาสได้เก็บภาพพวงมโหตรที่วัดทั้ง 2 แห่งมาฝากให้เพื่อนๆได้ชมกันค่ะ

ประเพณีการจัดสร้างพวงมโหตร
มโหตร  หมายถึง  ดอกไม้  พวงมโหตร  หมายถึง  พวงดอกไม้สดและแห้งที่ชาวบ้านจัดสร้างขึ้น เพื่อใช้ตกแต่งศาลาการเปรียญ  ระหว่างการเทศน์พระมาลัยและเทศน์มหาชาติ  ในเทศกาลออกพรรษา พวงมโหตรมีลักษณะเป็นดอกไม้ที่ปักกันเป็นชั้นๆ แต่ละชั้นจะห่างกันประมาณ  50 –70 เซนติเมตร  จำนวน  7 – 9  ชั้น  มีอุบะดอกไม้แห้ง  หรือ อุบะนก  ปลา  ฯลฯ  หรือกระดาษสายรุ่งสีต่างๆ  ห้อยไว้ที่ปลายก้านของดอกไม้แต่ละดอก  เพื่อให้ชั้นของดอกไม้ต่อเนื่องกันลงมาเป็นพวง  ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 150–200 เซนติเมตร  ที่โคนของก้านดอกไม้แต่ละดอกจะผูกของกินของใช้  เช่น  ขนมแห้ง  ปากกา  สมุด  ดินสอไว้ด้วย  การสร้างพวงมโหตรจะเริ่มสร้างในวันขึ้น 14  ค่ำ  ภาคเช้า  ก่อนออกพรรษา 2 วัน  ใช้เวลาสร้างประมาณ  2-3  ชั่วโมง  โดยใช้เชือกไนลอนแขวนที่ขื่อของศาลาจนครบทั้ง 9  ชั้น  และจะถวายพวงมโหตรในวันออกพรรษา  เช้าวันขึ้น 15 ค่ำ ทำบุญตักบาตร ถวายพวงมโหตร และมีเทศน์มหาชาติ การสร้างพวงมโหตรนี้  ชาวบ้านเชื่อกันว่าได้บุญกุศลมากมายมหาศาล  เพราะนอกจากจะได้ร่วมฉลองเทศน์มหาชาติถึง 13  กัณฑ์  และช่วยกันหาข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นถวายให้แก่วัดแล้ว  ยังช่วยสร้างความสามัคคีให้แก่คนในหมู่บ้านเดียวกัน  และหมู่บ้านใกล้เคียงเป็นสื่อกลางให้หนุ่มสาวได้ทำความรู้จักคุ้นเคยและสนิทสนมกัน  ช่วยสืบทอดวัฒนธรรมการขับร้องเพลงพื้นบ้านและการเล่นเพลงรำวง  ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดจากการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่นได้อีกทางหนึ่ง

พวงมโหตรวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง

        

            

            

มาทำความรู้จักวัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งกันค่ะ

วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้ง หรือ วัดพระบรมธาตุ ตั้งอยู่ที่กลางเทศบาลตำบลทุ่งยั้ง ตำบลทุ่งยั้ง อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นวัดโบราณประดิษฐานพระมหาธาตุประจำเมืองทุ่งยั้ง เมืองโบราณตั้งแต่สมัยก่อนสุโขทัย  ตามตำนานการสร้างพระบรมธาตุกล่าวว่า สมเด็จพระมหาธรรมราชาลิไท ผู้ครองเมืองสุโขทัย ได้เชิญพระบรมสารีริกธาตุของ สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มาบรรจุไว้ในถ้ำใต้ดินโดยขุดลงไปเป็นถ้ำแล้วก่อพระธาตุไว้ โดยลักษณะเดิมของพระบรมธาตุเมืองทุ่งยั้งคงเป็นรูปเจดีย์พุ่มข้าวบิณฑ์ แต่ต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมโดยพญาตะก่าพ่อค้าไม้ชาวพม่าในสมัยรัตนโกสินทร์ ช่วงก่อนปี พ.ศ. 2544 เป็นลักษณะเจดีย์อย่างพม่า จนใน พ.ศ. 2451 ได้เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้ยอดพระบรมธาตุเจดีย์หักพังลงมา หลวงพ่อแก้วสมภารวัดพระบรมธาตุในขณะนั้นได้เป็นหัวหน้าปฏิสังขรณ์ซ่อมเพิ่ม เติมดังรูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบัน  วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งในปัจจุบันได้รับการ บูรณะซ่อมแซมบำรุงอยู่เสมอในฐานะวัดสำคัญประจำเมืองทุ่งยั้ง ซึ่งเมืองทุ่งยั้งในปัจจุบันถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีผู้คนอาศัยติดต่อกันมา อย่างยาวนานตั้งแต่สมัยสุโขทัย ซึ่งพิจารณาได้จากสำเนียงการพูดของคนทุ่งยั้งเทียบกับกลุ่มคนในชุมชน ชาวสุโขทัยเดิมที่มีประวัติชุมชนว่าเป็นกลุ่มคนที่อพยพไปตั้งบ้านเรือนที่ อื่นได้ นอกจากนี้ วัดพระบรมธาตุทุ่งยั้งยังมีประเพณีประจำปีที่สำคัญคือ ประเพณีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ทุกวันแรม 8 ค่ำ เดือน 6 ของทุกปี โดยเป็นวันงานสลากภัตของวัดและจะมีการจัดแสดงพุทธประวัติตอนถวายพระเพลิงพระ บรมศพด้วย

(ข้อมูลจาก : www.sanookholiday.com/city_travel_id.php?id_travels=168)

พวงมโหตรวัดสว่างอารมณ์