บันทึกนี้ต่อจาก http://gotoknow.org/blog/krutoiting/402897 

การทำงานวันนี้ฉันได้รับความไว้วางใจจากคุณหมอจอย

ให้รู้จักเพื่อนผู้ป่วย สูงวัยอีกท่านหนึ่ง คุณป้าเป็นผู้ป่วยเบาหวาน

ซึ่งเป็นโรค 1 ในจำนวนโรคเรื้อรังไม่ติดต่อ คุณป้าเป็นคนรูปร่างสมส่วนของความอ้วน

เยื้องกายช้าๆ แต่มั่นคง ไม่พูดจาอะไรเลย ไม่ยิ้มด้วย อิอิ

 ฉันยกมือสวัสดีคุณป้าเมื่อคุณหมอแนะนำว่าฉันจะมาเป็นเพื่อนคุณป้า

คุณป้าหันมามองแล้วสีหน้ามีกังวลและสงสัยเล็กน้อย

คิ้วเริ่มผูกโบว์แบบหลวมๆค่ะ คุณหมอบอกคุณป้าว่า...เอาเพื่อนมาให้คุยกับคุณป้า

 ฉันเอ่ยปากเชิญคุณป้าไปยังจุดที่คุณหมอบอกไว้

 สถานที่ที่เราจะทำความรู้จักกันนั้นปลอดจากผู้คนเดินไปมาเหมือนผู้ป่วยรายแรก 

ต้องขึ้นบันไดไปอีก 5-6 ขั้น เป็นอาคารชั้นบนของสถานีอนามัยบางโทรัด

เราอาศัยระเบียงชั้นบนนั่งคุย และแลกเปลี่ยน ทำความรู้จักกัน

คุณป้าเองก็งง และคิดไม่ออกว่าฉันจะมาเป็นเพื่อนเบาหวานยังไง..อย่างไร

เราสนทนากันโดยฉันเป็นผู้เล่าสั้นๆว่าฉันเป็นอาสาสมัครช่วยเพื่อนผู้ป่วย

มีอาชีพประจำเป็นข้าราชการครู ครูสอนเด็กประถม ช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอม

จึงอาสามาทำงานกับเพื่อนผู้ป่วย

มีอีกหลายๆคน หลายๆอาชีพ เรารวมตัวกันทำกิจกรรมต่างๆ ให้สนุกสนาน

และช่วยเพื่อนผู้ป่วยด้วยกัน รวมทั้งช่วยงานโรงพยาบาล

เรารับความรู้จากรพ..........และดูแลตัวเองให้มีสุขภาพดี

คุณป้ายิ้มน้อยๆ และเริ่มคุยเรื่องของตัวเองบ้าง

รวมไปถึงรสชาติ ความอร่อยของหมูย่างที่ลือชื่อในตำบลที่ป้าอาศัยอยู่

ดูเหมือนป้าจะค่อยๆยิ้มออก และเริ่มบอกว่ามันเหนื่อยมาก

บางวันหมดแรงถึงบ้านก็ล้มแผละๆ

แต่ก็ต้องลุกขึ้นมาทำ เพราะมันคืออาชีพ

ฉันยิงคำถามว่า....คุณป้าเหนื่อยบ่อยๆเคยเป็นลมไหมและใครช่วยพาไปหาหมอ

คุณป้าบอกว่าไม่มี ก็นอน แล้วก็กินยา ค่อยยังชั่วก็ลุกขึ้นมาทำ

บางวันมันเพลียมาก  นอนไม่หลับ

นอนไม่หลับก็กังวลว่าจะเป็นอะไร กังวล แล้วก็หิว ต้องลุกขึ้นมากินขนมหวาน

ให้ชื่นใจแล้วก็นอนหลับได้

มีอะไรบ้างหละที่ป้าชอบกินมากที่สุด .......

ป้าบอกว่าพวกขนมพวกเต้าส่วน บัวลอย ขนมหวานๆที่มีน้ำชอบกิน

แล้วทองหยิบ ฝอยทองป้าชอบไหม ก็กินได้แต่ไม่บ่อยชอบขนมน้ำๆ

ที่มันหวานๆ ถึงจะนอนหลับ นี่แต่อย่าไปบอกหมอนะ เดี๋ยวแกเอ็ดเอา ..ฮา

คุณป้ากินข้าวเยอะไหม ข้าวขาวเหรอ ..อื้อ...ไม่เยอะหรอก กินนิดเดียว

แต่กินอะไรๆจุ๊กจิ๊กมากกว่า ข้าวกล้องกินไม่เป็น

แล้วหมูย่างหละ ป้ากินไหม บางคนเขาบอกว่าไม่กินของที่ทำเองนะ เพราะมันเบื่อ

คุณป้าแกร้องโอยเสียงดัง ........ฉันไม่อย่างนั้น....

แล้วเป็นอย่างไหนหละป้า ...

ก็ต้องชิมซิ ถึงจะรู้ว่าอร่อย รสชาตเป็นไง

แล้วคุณป้าชิมครั้งละกี่ไม้ค่ะ

ก็ ไม้ ..สองไม้เอง

บ่อยไหมป้า...ป้าส่ายหัว ฉันหยอกว่าแต่ทุกวันใช่ไหมคะ......

คุณป้ายิ้มอาย และพูดว่าก็งั้นๆแหละ...

ฉันจึงถามว่า...ก็งั้นก็ต้องติดมันใช่ไหมป้าถึงจะอร่อย

คุณป้าหัวเราะหึๆ และพยักหน้า ท่าทางแกจะเป็นมิตรกับฉันแล้ว

ฉันจึงเล่าเรื่องเบาหวานของฉัน

คุณป้าแกบอกว่าเอ้าเป็นเหมือนกันรึ......ป้าไม่ค่อยกลัวหรอกเบาหวานนี่

ทำไมไม่กลัวจ๊ะป้า ...

ก็ใครๆก็เป็นกันทั้งนั้น..อิอิ..มีเพื่อนเป็นไม่กลัว...แป่วววว.

หลังจากนั้นก็สอบถามอาหารอื่นๆเช่น ปวดขาบ้างไหม วิงเวียนศรีษะบ่อยไหม

มีอาเจียนไหม ฉี่บ่อยไหม ฉี่คืนละกี่ครั้ง เยอะไหม นอนกี่ชั่วโมง กินกี่มื้อ

และกินอะไรเป็นหลัก ป้ากินยาแก้อะไรบ้าง....กินยาตรงเวลาไหม ครบทุกมื้อไหม

กินข้าวเช้ากี่โมง กินข้าวอะไร ข้าวกล้องกินได้ไหม ถ้ากินข้าวไม่ครบมื้อก็กินยาไม่ครบ

แล้วทำไงกินยาไม่ครบ.......ก็กินเข้าไม่ตรงเวลา บางทีเช้าไม่ว่างก็ไม่ได้กิน

บางทีมันไม่หิวก็เลื่อนไปกินสาย กินเที่ยงเลย

คุณป้ากังวลใจใช่ไหม

ใช่..ป้าอยากหายไวๆ เบื่อเหมือนกันมันเพลียๆ แล้วมึนๆหัว

ฉี่กลางคืน 3-4 ครั้ง....ไม่อยากลุก

เราคุยกันถึงอาการเบาหวาน ความรู้สึก และลึกลงไปถึงครอบครัว

ฉันบันทึกข้อมูลต่างๆเก็บไว้

ข้อมูลเหล่านี้ อาจไม่จำเป็นสำหรับแพทย์

แต่เมื่อฉันทำกิจกรรมกับคุณป้าเสร็จแล้วพาไปหาคุณหมอ พร้อมข้อมูลดิบที่สนทนากัน

คุณหมอจึงทราบว่า ป้ากินยาไม่ครบ ไม่ตรงเวลา เพราะกินข้าวไม่ตรงมื้อ

และกินขนมหวานก่อนนอน รวมทั้งชอบกินอาหารมันๆ

คุณหมอบอกฉันว่าผู้ป่วยเกือบทุกรายจะไม่ค่อยเล่ารายละเอียดอะไรให้หมอฟัง

จะบอกแต่อาการที่เกิด เช่นวันนี้ปวดหัว ไอ เจ็บคอ

ปวดท้อง ฯลฯ ผู้ป่วยจะมีความรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้นหากคนถามไม่ใช่หมอ

เช่นคุณป้ารายนี้กับฉันนี่แหละ

คุณหมอจึงแนะนำการรับประทานอาหารให้ป้าใหม่ โดยให้ป้ากินข้าวครึ่งหนึ่ง

และส่วนข้าวที่หายไปให้กินขนมหวานแทน กินผักบ้าง เยอะได้ดี ดื่มน้ำบ่อยๆ

กินยาตามเวลา มื้อไหนไม่หิวก็ต้องหานมดื่ม ผลไม้สักเล็กน้อย

 

คุณหมอทำการวิเคราะห์ข้อมูล และแจ้งให้คุณป้าท่านนี้ทราบอย่างช้าๆ และชัดเจน

ดูสีหน้าและสังเกตอารมณ์ของคุณป้าคลายความเครียดไปมากทีเดียว

อมยิ้มน้อยๆแล้วค่ะ และกล้าพูดกับคุณหมอมาขึ้น

ข้อมูลที่ฉันเก็บได้จากการสัมภาษณ์จึงมีประโยชน์และ

นำไปสู่การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้ป่วย ซึ่งมีผลกับการดูแลติดตามผู้ป่วยเบาหวาน

ให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร รวมทั้งควบคุมไขมัน ออกกำลังกาย

ฉันจดบันทึกน้ำหนัก และส่วนสูงของผู้ป่วย แล้วหามวลกาย

 สรุปผลตามตารางพบว่าคุณป้ามีน้ำหนักเกินมาก

ส่งผลให้คุณป้ารายนี้มีอาการปวดหัวเข่า และเสียวขาเวลาเดิน

คุณป้าพึงพอใจการมารับการรักษาครั้งนี้ ระหว่างรอรับยา อดที่จะเล่าให้เพื่อนฟังไม่ได้

แล้วก็ถึงเวลาที่คุณป้าจะต้องไปรับยา

ฉันขอไปยืนใกล้ๆเพื่อสังเกตคุณป้า ..ฮามากเลย

Large_mv520

คุณอี๊ดพยาบาลใจดีของรพ.สมุทรสาครได้มาช่วยในเรื่องการจัดยาให้ผู้ป่วย

และให้ความรู้แก่ผู้ป่วย และเป็นมือขวาของคุณหมอจอยในการลงพื้นที่เกือบทุกครั้งค่ะ

  

เมื่อหมออนามัยถามว่าป้าจำยานี้ได้ไหม แก้อะไร กินอย่างไร

ยาอะไรกินคู่กับอะไร กี่มื้อ สังเกตว่าคุณป้าตอบไม่ค่อยถูก

คุณหมออนามัยสงสัยจึงขอดูซองยา

ปรากฎว่าคุณป้าได้แบ่งยาเบาหวานมาใส่ในถุงยาเก่าที่ไม่ใช่ถุงยาเบาหวาน

เพื่อง่ายแก่การพกพา เวลาไปขายหมูย่าง

ซึ่งสลากยาได้เขียนวิธีกินยาต่างจากยาเบาหวาน

ดีนะ.....ที่คุณหมอท่านมีประสบการณ์การทำงานกับผู้สูงอายุมาก

มิน่าคุณหมอจึงย้ำแล้วย้ำอีก ทวนแล้วทวนอีก 

 

ฉันคิดว่าฉันจะทำหน้าที่คอยเตือนคุณป้าทางโทรศัพท์

แต่คุณป้าไม่มีโทรศัพท์ จึงต้องรบกวนคุณหมออนามัย หาเบอร์ลูกหลาน

ได้เบอร์มาแล้ว แต่ต้องรอให้ลูกเข้าบ้านก่อน ซึ่งก็เสี่ยงต่อการรบกวนเวลาหลังเลิกงาน

 คุณป้าเล่าว่าทุกคนต้องทำงาน มาถึงบ้านก็หมดแรงกันแล้ว

และจะพยายามกินยาตามที่หมอบอก ฉันจึงต้องย้ำว่า

หากคุณป้าลืมเรื่องการกินยาให้เดินมาถามคุณหมอใหม่อีกครั้งนะ

หรือให้ลูกอ่านให้ฟังอีกครั้งจะได้หายเร็วๆ

ก่อนส่งคุณป้าฉันย้ำเรื่องวันที่หมอนัด แนะนำให้คุณป้าหันมากินข้าวกล้อง

ย้ำให้คุณป้าบริหารกล้ามเนื้อขาที่ได้ให้คำแนะนำ และฝึกทดลองทำแล้ว

ให้กำลังใจ ว่าป้าทำได้ แล้ววันหนึ่งป้าจะรู้ว่าเบาหวานนี่เราควบคุมมันได้

หากเราเอาใจใสสุขภาพแต่เนินๆ ป้าจากไปพร้อมรอยยิ้ม

ก่อนกลับป้าไม่ลืมที่จะเก็บฝักมะรุมกลับไปเพาะที่บ้านด้วย

 ขอบคุณคุณหมอจอย คุณอี๊ด คุณหมออนามัยและจนท.

สถานีอนามัยต.บางโทรัดทุกท่านค่ะ

ที่ให้มีวันนี้...ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณข้อมูลโรคไม่ติดต่อ และอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่นะคะ

http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php 

                               http://kmncd.org/pages/1833/

             http://www.paktainews.com/bbs/viewthread.php?tid=1901

http://www.yimwhan.com/board/show.php?user=pong-za&topic=4&Cate=2

     

                                        ข่าวเด่นวันนี้

รพ.สมุทรสาครมีผู้ป่วยเบาหวาน กว่า 7,000 คนที่เข้ารับการรักษาแล้ว

และในจำนวนนี้มีผู้ป่วยเบาหวานที่มีอาการแทรกซ้อน เช่นโรคไต โรคหัวใจ โรคเครียด

ซึ่งหมายถึงรัฐจะต้องใช้งบประมาณในการรักษา สูงมากขึ้น ยังรวมหมายถึง

ผู้ป่วยที่ไม่ได้เข้ามารับบริการจากรพ.ประจำจังหวัด อีกมากกว่า 3,000 คน

แนวโน้มผู้ป่วยโรคเรื้อรังไม่ติดต่อจึงถูกคาดการณ์ว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ

และถ้าพวกเราทุกคนหันมาดูแลสุขภาพตนเอง

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหาร

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และรักษาสมดุลของอารมณ์ตัวเองให้ดี

ก็จะยืดอายุไปได้อีกนานๆ อย่างมีความสุข ไปนานๆทุกคน

ขอบคุณค่ะ

 

จำนวนผู้ป่วยเบาหวาน จากรพ.ประจำจังหวัด 44 แห่งของรัฐ

มีผู้ป่วยเบาหวานเข้ารับการรักษา 645,620 คน