เดินออกจากสนามบินจะไปขึ้นรถบัสอากาศเย็นมาก ประมาณ 3 องศา C มีฝนตกประปราย ทั้งหนาวทั้งมีลม แต่รถก็ยังมาไม่ถึง

          พอวันเดินทางมาถึง เราสามคน (พีทลูกชายคนโตเดินทางไปด้วย) พร้อมกระเป๋าคนละใบ เดินทางไปถึงสนามบินสุวรรณภูมิประมาณแปดโมงเช้า ในคณะทัวร์มีทั้งหมดยี่สิบคนบวกไกด์อีกหนึ่งเป็นยี่สิบเอ็ดคน เดินทางด้วยเครื่อง TG 974 ออกจากสุวรรณภูมิ 10.10 น. ถึงสนามบินดามาเดทดาวา - Domodedovo International Airport (ดูภาพ) เวลาเกือบห้าโมงเย็น (เกือบสองทุ่มเมืองไทย) ใช้เวลาบินทั้งสิ้นเกือบสิบชั่วโมง ตามโปรแกรมทัวร์ จะต้องอยู่สนามบินสองชั่วโมงครึ่งเพื่อขึ้นเครื่องภายในประเทศ (สายการบินโรสซิยา) บินต่อไปยังเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก (ใช้เวลาบินประมาณหนึ่งชั่วโมงยี่สิบนาที)

           

         

          แต่ปรากฏว่าจริงๆ แล้วไม่เป็นไปตามโปรแกรมเลย คือหลังจากที่ผ่านการตรวจคนเข้าเมือง (ซึ่งใช้เวลาไม่มาก) หลังจากที่ได้กระเป๋ากันครบทุกคนก็เดินออกไปเพื่อจะพบไกด์ชาวรัสเซียเป็นผู้หญิงผมสีทอง (ตามที่ไกด์ไทยบอก) ออกไปถึงมองหาก็ไม่เห็น รอสักพักก็มีผู้หญิงคนหนึ่งผมสีทองอ่อนรีบเดินเข้ามา ปรากฏว่าไม่ใช่สาวๆ อย่างที่คิดไว้ แต่เป็นคนวัยห้าสิบกว่าพูดจาชัดถ้อยชัดคำ (แต่สำเนียงภาษาอังกฤษฟังยากสักหน่อย) สักพักหนึ่งไกด์ไทยก็บอกว่ามีการเปลี่ยนสายการบินเป็น S-7 เครื่องออกเกือบเที่ยงคืน (23.55 น.) ซึ่งหมายความว่าต้องรอกันอีก 7 ชั่วโมง ฟังแล้วใจเริ่มไม่นิ่ง แต่ก็เตือนสติว่า ถ้ามากับทัวร์ก็ต้องทำใจ แต่มันก็ทำได้ยากเหมือนกันนะ เพราะตั้ง 7 ชั่วโมง

          ไกด์รัสเซีย (ชื่อโอก้า) พาไปเช็คอินโหลดกระเป๋าใหญ่กันก่อน กว่าจะรู้เรื่องว่าจะไปช่องไหนก็ต้องใช้บริการของโอก้าในการพูดคุยติดต่อจนเขาเปิดช่องใหม่เพื่อเช็คอินให้กับทัวร์กรุ๊ปนี้ จากนั้นก็บอกว่าจะพาไปทานอาหารเย็นนอกสนามบินเป็นนอาหารจีน ตอนเดินออกจากสนามบินจะไปขึ้นรถบัสอากาศเย็นมาก ประมาณ 3 องศา C มีฝนตกประปราย ทั้งหนาวทั้งมีลม แต่รถก็ยังมาไม่ถึง ไกด์โอก้าโทรหารถที่มารับ ต้องตากลมหนาวรอเกือบ 15 นาที จิตใจก็เริ่มไม่ค่อยดีอีกแล้ว (ทำไมไม่โทรคุยกับคนขับรถให้แน่ใจก่อนว่าใกล้แล้วค่อยเรียกพวกเราออกไป) ทำไมต้องให้คนตั้งยี่สิบเอ็ดคนต้องมายืนตากลมหนาวสั่นกันที่ริมถนน รอกันในสนามบินก่อนไม่ได้หรือ นี่เป็นจุดที่ไม่ค่อยประทับใจกับการประสานงานของบริษัททัวร์เลย พอรถบัสมาก็รีบเร่งขนของขึ้นรถกัน มีฝนพรำๆ ทำใจแล้วทำใจอีกว่าถ้ามีฝนอย่างนี้ทั้งห้าวัน คงแย่แน่ๆ (ไม่อยู่กับปัจจุบันเลยนะเรา วิตกจริตอีกแล้ว)

           นั่งรถประมาณ 45 นาที (รถก็ติดไม่แพ้กรุงเทพ) เข้าใจว่าพามาบริเวณชานเมืองมอสโคว์ มาที่ร้านอาหารชื่อเซี่ยงไฮ้ มื้อแรกนี้เป็นอาหารจีน แต่รสชาติแย่จริงๆ คิดว่าเป็นอาหารจีนที่แย่ที่สุดเที่เคยทานมาเลยก็ว่าได้ ไม่ประทับใจเลยมื้อแรกนี้ อดนึกถึงที่เกาหลีไม่ได้ กินง่ายๆ กินของที่อยากกิน ไม่ต้องมากอย่าง ราคาไม่ต้องแพงมาก แต่อาหารถูกปาก ถูกใจ (อ้าว! เราไม่ได้อยู่กับปัจจุบันอีกแล้ว กลับไปถึงที่เกาหลีแน่ะ) ไกด์บอกว่าข้างๆ ร้านอาหารมีร้านสะดวกซื้อสามารถไปซื้อได้โดยเฉพาะน้ำดื่ม เพราะน้ำในโรงแรมไม่มีให้และในก๊อกก็กินไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ไปเพราะฝนตกตลอดเวลา กินกันเสร็จรอฝนซาแล้วก็เดินฝ่าฝนมาขึ้นมาบนรถบัสเพื่อกลับมายังสนามบิน ตกลงใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณสามชั่วโมง (เดินทางไปกลับชั่วโมงครึ่ง ทานอาหารอีกชั่วโมงครึ่ง) หมดเวลาไปกับการกินมื้อนี้โดยที่อาหารไม่ได้เรื่องเลย

          แต่ถึงจะใช้เวลาไปสามชั่วโมง ก็ยังต้องนั่งอยู่สนามบินอีกตั้งสี่ชั่วโมงกว่าเครื่องจะออก ตอนจะขึ้นเครื่อง ก็ต้องเดินฝ่าความหนาวออกไป เพราะเครื่องจอดอยู่ใกล้ๆ กับ Terminal แต่ไม่ได้เข้างวงช้าง บินไปถึงเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตีหนึ่งครึ่ง (เวลาเมืองไทยตีสี่ครึ่ง) ตั้งแต่ออกเดินทางจากเมืองไทยยังไม่ได้นอนนะเนี่ย เมื่อไปถึงโรงแรมหลังจากเอาของเข้าห้องเสร็จ ผมและภรรยาต้องเดินฝ่าลมหนาวไปซื้อน้ำที่ร้านสะดวกซื้อซึ่งอยู่ข้างๆ โรงแรม (ก็ไม่ใกล้นัก) กลับเข้าพักกว่าจะได้นอนก็ปาไปตีสาม (หกโมงเช้าเมืองไทย) โอ๊ย จะบ้าตาย นี่มาทรมานตัวเองทำไมนะเนี่ย ไม่ได้นอนมา 24 ชั่วโมงพอดีเลย !