แกเล่าให้ผมฟังว่าแกอยากถ่ายรูป มีคนอาสาถ่ายให้แก แกก็บอกว่าให้ถ่ายทั้งตัวให้ติดตีนด้วยนะ พอถ่ายเสร็จเอารูปมาดูแกบอกว่า “ผมหัวเราะเกือบตาย” แล้วแกก็เอารูปนั้นมาให้ผมดู รูปของแกไม่มีหัวมีแต่ท่อนลำตัวถึงเท้า...ฮา...

        ความจริงก็ว่าจะจบแล้วนะเรื่องเล่าว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง แต่ในความเป็นจริงการเดินทางท่องเที่ยวกับคณะทัวร์จะว่าไปแล้ว ค่อนข้างจะวุ่นวาย ไม่ได้ดังใจ และมีคนโวยวายสารพัดเรื่อง ต้องชมไกด์ที่พาเราไปไม่แสดงอาการโกรธให้เห็นเลย ไม่ว่าจะถูกโขกสับอย่างไร แต่ก็อย่างว่าแหละครับใครโชคดีก็ได้ไกด์ดี คนขับรถดี  โชคไม่ดีก็มีปัญหา

ผมเคยไปเที่ยวเซี่ยงไฮ้มาแล้ว เป็นประธานรุ่นนักเรียนที่จะต้องติดต่อประสานงานกับทัวร์ในการพาเพื่อนร่วมชั้น ๖๐-๗๐ คน ไปทัศนศึกษา พอรับรู้ข้อมูลมาบ้างว่า เฉพาะค่าเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเซี่ยงไฮ้ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่ตอนนั้นเราไปกัน ๕ วัน ๔ คืน ในราคา ๑๙,๙๐๐ รวมทั้งที่พักและอาหาร เพราะฉะนั้นเขาพาเราไปฟันค่าหัวอยู่แล้ว รู้แล้วก็เฉยไว้

โปรแกรมที่เขาจัดให้เรามันจะขาดจะหายไปบ้าง ผมอโหสินะเพราะถือว่าแค่เดินทางไปกลับกับมีที่พักและอาหารทุกมื้อทุกวันนี่มันก็คุ้มแล้วนะ ได้ไปดูสถานที่สวยงามบ้างตามสมควร ผมพอใจ เพราะไปคราวนี้อยู่เมืองจีนถึง ๗ คืน ในราคาเดิม เราไปเที่ยวก็อย่าเครียด หาเรื่องสนุกๆเข้าไว้ ผมเชื่อว่าทุกทัวร์มันต้องมีเรื่องสนุกๆบ้างแหละน่า ทัวร์ที่ผมไปก็เหมือนกัน

เราแบ่งกัน ๓ บัส ผมก็แสวงหาความมันของบัสอื่น ปรากฏว่าในการเดินทางระหว่างเมือง บางวันเราต้องเดินทางประมาณ ๔ ชั่วโมง ต้องอย่าลืมว่าผู้สูงอายุมีหลายคน เวลาไม่เกินสองชั่วโมงต้องเข้าห้องน้ำ รถคันที่ผมนั่งดีหน่อย คนขับเขาเข้าใจ เส้นทางที่เราจะแวะเข้าห้องน้ำปรากฏว่าปิดปรับปรุง เขาพาเราอ้อมเส้นทางเพื่อจะพาเราไปเข้าห้องน้ำ พวกเราไม่มีปัญหา แต่อีกบัสหนึ่งสิ ผู้สูงวัยจะเข้าห้องน้ำแต่ไม่มีที่ให้จอด คนขับก็ไม่สนใจที่จะหาห้องน้ำให้ แกไม่รู้จะทำอย่างไรก็เดินไปหยิบถังขยะด้านหน้ารถเอาไปข้างหลังรถ พอรถวิ่งเข้าอุโมงค์ก็จัดการนุ่งผ้าถุงแล้วฉี่ใส่ถังขยะ ฮ่าๆ ผมไม่มีข้อมูลว่ากี่คน พอถึงจุดที่กำหนดจอด ส.ว.คนนี้แกก็เอาถังขยะไปล้างให้ แต่คนขับรถโมโหมาก เอาไปเขวี้ยงทิ้ง...ฮา...

รถผมก็เบาซะเมื่อไหร่ ส.ว.ท่านหนึ่งชอบช้อบปิ้งและชอบถ่ายรูป รูปถ่ายของแกจะต้องถ่ายเต็มตัวด้วยนะ วิวข้างหลังไม่เป็นไร ขอให้รูปแกเต็มตัวใช้ได้ ฮ่าๆ  แกเล่าให้ผมฟังว่าแกอยากถ่ายรูป มีคนอาสาถ่ายให้แก แกก็บอกว่าให้ถ่ายทั้งตัวให้ติดตีนด้วยนะ พอถ่ายเสร็จเอารูปมาดูแกบอกว่า “ผมหัวเราะเกือบตาย” แล้วแกก็เอารูปนั้นมาให้ผมดู  รูปของแกไม่มีหัวมีแต่ท่อนลำตัวถึงเท้า...ฮา...

มีอยู่วันหนึ่งระหว่างที่เราไปเที่ยวกัน ตอนเช้าอาแปะคนนี้สวมเสื้อสีฟ้า พอไปถึงจุดช้อบปิ้งแกเห็นเสื้อสวยราคาไม่แพงก็เลยซื้อมาอีกตัว ซื้อแล้วแกก็อยากถ่ายรูปก็เปลี่ยนเสื้อเป็นตัวใหม่ ให้เขาถ่ายรูปให้ ฮา...หลังจากนั้นได้เวลาขึ้นรถ คนอื่นขึ้นมาหมดแล้วแต่แกยังไม่ขึ้นมา ไกด์ลงไปตามจนเหงื่อแตก เพราะแกไม่สวมหมวกที่เขาให้ เรื่องนี้สำคัญนะครับเวลาไปทัวร์เขาแจกหมวกให้เราสวมก็ต้องสวมครับ เพราะเวลาหลงไกด์เขาสามารถมองเห็นแต่ไกล แต่ของส.ว.แกไม่สวมหมวกเขาก็หาแกยาก มาถามที่รถว่าแกใส่เสื้อสีอะไร เพื่อนๆก็บอกว่าที่แกใส่ตอนเช้าสีฟ้า ไกด์ก็หาคนสวมเสื้อสีฟ้าแต่ก็ไม่เจอ ดีที่แกขอความช่วยเหลือจากคนจีนให้โทร.หาไกด์เพราะแกมีเบอร์โทร.ของไกด์อยู่ เล่นเอาเป็นห่วงกันแทบแย่ พอแกเดินมาขึ้นรถ พวกหัวเราะกันกิ๊กกั๊ก เพราะแกใส่เสื้อสีน้ำตาล ส่วนเสื้อสีฟ้าอยู่ในถุง ฮา....

ไปตลาดขายของก๊อบปี้ สนุกดีตรงที่จีนเขาช่าง copy ของ copy ยังแบ่งเกรดด้วยนะ เกรด A ก็แพงหน่อยแต่งานละเอียดดูเผินๆไม่รู้ว่าของจริง ตาอย่างเราๆท่านๆเห็นคนมีฐานะสวมนาฬิกาล้อเหล็ก ก็เข้าใจว่า Rolex เพราะของ Copyเกรด A มีฝังเพชรด้วยนะ ขายเรือนละ ๒๐,๐๐๐ บาท ผมอยากซื้อแต่กลัวว่าพอใส่แล้วเขาบอกหน้าตาอย่างลื๊อไม่มีวาสนาสวม Rolex แท้แน่..อิอิ แต่ตอนนี้เขาว่าตลาดเกาหลี copy เนี๊ยบกว่า ไม่รู้จะเปรียบเทียบอย่างไรเพราะไม่เคยไปเกาหลี

ไปคราวนี้ ผมรู้สึกสนุกตรงที่ได้ดูลูกทัวร์ซื้อของเล่นไปฝากหลาน เพราะส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย อาแปะคนหนึ่งซื้อของเล่นแล้วเอามาอวดผม บอกว่าเดินไปเห็นมันเอาขว้างลงกับพื้นแตกเละเลย แต่พอหยิบขึ้นมามันก็รวมตัวเข้าเหมือนเดิม สนุกดีซื้อไปฝากหลาน ผมอมยิ้มเพราะไม่รู้ว่าแกซื้อไปฝากหลานหรือซื้อไปเล่นเอง ฮา...

ของที่ฮิตกันมากในบรรดาของเล่นก็คือเฮลิคอปเตอร์ ลำละ ๓๐๐-๓๕๐ หยวน ซื้อกันคนละลำสองลำหิ้วกันตั้งแต่วันแรกๆ พอวันจะกลับมีคนซื้อได้ในราคาเพียง ๒๐๐ หยวน ความจริงของพวกนี้ตามห้างฯบ้านเราก็มีขาย ราคาก็พอกันเพียงแต่ตอนอยู่เมืองไทยเราไม่ค่อยสนใจ พอไปถึงเมืองจีนเห็นมันบังคับให้บินขึ้นลงได้เดินหน้าถอยหลังได้ เอ๊ะมันเข้าท่าดี ราคาประมาณพันกว่าบาทก็รู้สึกว่ามันถูก ไกด์ของเราเอามาล้อเล่นว่า เราซื้อของมาเยอะไม่เป็นไร โหลดกระเป๋าขึ้นเครื่องไปไม่ได้เราเอาเครื่องบินของเราบินไปเอง เพราะมีหลายลำ ฮา....

ร้านขายบัวหิมะ เราไปวันชาติจีนเขาบอกว่าบริษัทฯเขาปิดปรับปรุง พนักงานรู้ว่าพวกเราไปเขาอุตส่าห์มาบริการให้นะ บริษัทฯปิดเขาเอามาอธิบายบนรถไม่ให้พวกเราไปไหน ฮ่าๆ ผมเห็นมาสองสามครั้งแล้ว แต่คราวนี้มีน้ำมันนวดแก้ปวดเมื่อย เอาหยดลงในน้ำอุ่นสองสามหยดแล้วเอาเท้าลงแช่จะทำให้ร่างกายผ่อนคลาย เพราะมีส่วนผสมของน้ำมันชะโม๊ะเชะ ผมนึกในใจ...หา....น้ำมันไรวะ ไม่เคยได้ยิน แต่แล้วก็นึกได้ อ๋อ...น้ำมันชะมดเช็ด...ฮา...

เราไปเที่ยวเพื่อปลดปล่อยความเครียดสะสมจากการทำงาน ผมจึงมองปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างทัวร์ด้วยความรู้สึกเป็นกลาง มองปัญหาของทัวร์เป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เข้าใจความรู้สึกของคนที่ซื้อทัวร์ไปเที่ยวว่าเขาคาดหวังได้รับการตอบสนองที่ดี และเริ่มต้นก็มีปัญหาที่คนจองชุดแรกๆราคาถูกกว่านี้อีกประมาณ ๒,๐๐๐ บาท และเที่ยว ๗ วัน ๖ คืน แต่ต่อมากลับมาเพิ่มราคาทัวร์เท่ากัน พวกจองทีหลังได้อยู่นานกว่าเป็น ๘ วัน ๗ คืน ในราคาเท่ากัน(ไม่ทราบจริงเท็จแค่ไหน แต่ลูกทัวร์เขาว่าอย่างนั้น) เป็นผมก็เสียความรู้สึก แถมแจกโปรแกรมทัวร์ไว้อย่างหนึ่ง พอเดินทางจริงเปลี่ยนโปรแกรม บางรายการไม่มีอยู่ในโปรแกรมใหม่ ก็เริ่มโวยกันตั้งแต่สนามบินภูเก็ต ผมว่านี่เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับบริษัททัวร์ในการบริหารจัดการครับ

ผมชวนคุณแอ๊ดไปเที่ยวบ่อยครั้ง แต่คุณแอ๊ดปฏิเสธเพราะลูกยังไม่จบ ลูกยังไม่ทำงาน จนกระทั่งลูกทำงานแล้วก็ยังมีภาระในการผ่อนบ้าน แต่ช่วงนี้ทุกอย่างก็เบาลงหมดแล้ว ลูกชายก็แยกครอบครัวไป ลูกสาวได้งานที่กรุงเทพ ก็เลยอยู่กันสองคนตายาย ลูกชายลูกสะใภ้มาทานข้าวเที่ยงด้วยกันบ้าง ไปทานอาหารเช้าด้วยกันบ้าง มีความสุขดีและพอมีเวลาก็เลยได้โอกาสพาคุณแอ๊ดเที่ยว เพิ่มความรักความอบอุ่นให้กับครอบครัวอย่างพอเพียง และการไปเที่ยวครั้งนี้เป็นการไปฮันนีมูนรอบที่เท่าไหร่จำไม่ได้เพราะจำไม่หวาดไม่ไหว อิอิอิ.