สภาพปัจจุบันหรือหลักการและเหตุผล

          เนื่องจากปัจจุบันโรงพยาบาลพิจิตรมีผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งลำไส้จนถึงทวารหนักและผู้ป่วยที่ได้รับอุบัติเหตุบริเวณลำไส้ใหญ่ มีจำนวนที่เพิ่มขึ้นทุกปี  จากทะเบียนผู้ป่วยมารับบริการในโรคดังกล่าวและได้รับการผ่าตัดทั้งหมด ใน 3 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีจำนวนผู้ป่วยทั้งหมด  44 รายโดยล่าสุดพบว่าในปี 2552 มีผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยในโรคดังกล่าว  107  ราย และมี 22 รายที่มีอุจจาระออกทางหน้าท้องและเข้ารับการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยพิเศษจำนวน 8 ราย โดยผู้ป่วยทั้งหมดได้รับการผ่าตัดเปิดทวารเทียมทางหน้าท้อง ส่งผลให้การดูแลต่อเนื่องจำเป็นต้องมีการนำอุปกรณ์ ที่มีขนาดและความเหมาะสมกับสภาพของผู้ป่วยแต่ละรายมาไว้ในโรงพยาบาล ให้เหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจ และความเจ็บป่วย ซึ่งอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ในการรองรับอุจจาระทางหน้าท้องมีราคาแพงจนถึงแพงมาก ส่งผลให้สิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายของผู้ป่วยและโรงพยาบาล  โดยเฉพาะโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยบางรายไม่สามารถซื้อหรือเบิกจ่ายได้  แต่ผู้ป่วยจำเป็นต้องใช้ถุงรองรับอุจจาระ บางรายต้องใช้ตลอดชีวิต ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะเครียดและวิตกกังวลกังวล  เนื่องจากไม่สามารถซื้อถุงมารองรับอุจจาระได้ เพราะจะต้องใช้ถุง  วันละ 2 ถุง ราคาถุงละ  12  บาท ชนิดชิ้นเดียว  ถ้าใช้แบบ    2 ชิ้น ราคาชุดละ  226  บาท ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นมาของผู้ป่วยและโรงพยาบาล ในขณะเดียวกันถุงพลาสติกที่สำเร็จรูปเป็นชนิดที่เหนียว หนา ทำลายยาก ส่งผลกระทบถึงระบบนิเวศน์ในสภาพแวดล้อมทั้งปัจจุบันจนถึงอนาคต

           ดังนั้นความสำคัญในการช่วยลดสภาพปัญหาดังกล่าว ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ดูแล โดยเฉพาะพยาบาลจะต้องตระหนัก และเห็นความสำคัญดังกล่าวให้มากขึ้นกว่าการดูแลผู้ป่วยเป็นประจำทุกวัน ดังนั้นพยาบาลต้องช่วยมองถึงการช่วยคิดค้นหาวิธีต่าง ๆ เพื่อบรรเทาปัญหาที่เกิดทั้งผู้ป่วย/ครอบครัว และสังคมร่วมด้วย จึงมีแนวคิดประดิษฐ์ถุงรองรับอุจจาระเพื่อลดค่าใช้จ่ายให้กับผู้ป่วยและโรงพยาบาลที่ต้องเสียเงินวันละ 24 บาท/ วัน/ คนหรือการใช้ถุงชนิด 2 ชิ้นราคาชุดละ 226 บาท/วัน/คน ถุงที่ประดิษฐ์ขึ้นใหม่ ราคาถุงละ 1.05 บาทดังนั้นจะเสียค่าใช้จ่ายเพียง วันละ 2.10 บาท/ คน/วัน และสามารถลดภาวะโลกร้อนจากการทำลายถุงด้วยการเผาไหม้ที่ใช้พลังงานน้อยลงมากกว่าถุงที่มีราคาแพงอีกด้วย

 

จากการวิเคราะห์โดยใช้ความสัมพันธ์ของเหตุและผลมี  2  ข้อ  ดังนี้  คือ

         1.วิเคราะห์จากปัจจัยด้านผู้ป่วยและครอบครัวรวมถึงด้านเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์  มีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกันในการเลือกใช้ถุงรองรับอุจจาระหน้าท้อง     แต่เมื่อวิเคราะห์ตามเหตุและผลแล้ว ด้านตัวเจ้าหน้าที่มีส่วนสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุน หรือกำหนดทางเลือกในการเลือกใช้ถุงรองรับอุจจาระ ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลได้มาก ทั้งด้านการจัดหา จัดซื้อ หรือแม้แต่การจัดทำ

        2.วิเคราะห์การช่วยชี้แนะช่องทางในการจัดซื้อ จัดหาอุปกรณ์ที่ส่งผลประโยชน์กับผู้ป่วย ครอบครัว และปัญหาในชุมชน ที่เกิดมลพิษในการใช้สารพลาสติกที่ทำลายยากน้อยลง จะส่งผลดีกับการช่วยลดภาวะโลกร้อนได้มากขึ้น

 การเก็บข้อมูลก่อนการปรับปรุง

       1.ก่อนการดำเนินโครงการมีการประดิษฐ์ ถุงทองหน้าท้องโดยการใช้พลาสเตอร์เหนียวด้านเดียวสีขาวติดกับถุงพลาสติกธรรมดาแต่วิธีการประดิษฐ์ยุ่งยากเนื่องจากเป็นกาวเหนียวด้านเดียวทำให้ติดถุงลำบากและสิ้นเปลืองพลาสเตอร์มากเวลาลอกถุงผู้ป่วยจะเจ็บและมีภาวะแทรกซ้อนที่ผิวหนังเช่นมีแผลถลอกและอุจจาระที่เป็นของเหลวมาถูกผิวหนังทำให้ผู้ป่วยปวดแสบปวดร้อน,แผลเปื่อยทุกข์ทรมานมาก  ถุงไม่แนบลำตัวไม่สามารถเก็บกลิ่นทำให้ผู้ป่วยไม่มีความมั่นใจและวิตกกังวลว่าคนอื่นจะรังเกียจ

      2.การดำเนินโครงการ ปี 2552 พบว่ามี 22 รายที่มีการเปิดทวารเทียมทางหน้าท้องและเข้ารับการดูแลรักษาในหอผู้ป่วยพิเศษจำนวน 8 ราย โดยใช้ถุงที่โรงพยาบาลสั่งซื้อจากบริษัทยาซึ่งมีราคาแพง ผู้ป่วยและโรงพยาบาลเสียค่าใช้จ่ายมากพร้อมทั้งการสังเกตความผิดปกติของลำไส้ภายหลังการผ่าตัดเห็นไม่ชัดเท่าถุงทองหน้าทองที่ผลิตขึ้นใหม่ใช้เทปกาวชนิด 2 หน้ามาติดกับถุงแทน  ทำให้การประดิษฐ์ง่ายขึ้นการลอกกาวที่ติดกับผิวหนังก็สะดวกไม่ระคายผิวหนังกาวมีลักษณะบางเบาและใสทำให้สะดวกในการใช้  ทำกิจวัตรประจำวันได้สะดวกขึ้นเมื่อใช้แล้วทิ้งได้เลย  นอกจากนี้สามารถมองเห็นความผิดปกติของอุจจาระและทวารเทียมได้ดีกว่าถุงที่ซื้อ  เช่น  การมีเลือดออก   การเปลี่ยนสีของลำไส้เป็นสีม่วงหรือคล้ำลงแสดงว่าลำไส้มีอาการของการขาดเลือดไปเลี้ยง  แพทย์อาจต้องทำผ่าตัดให้ใหม่เพื่อป้องกันการเน่าตายของลำไส้ซึ่งเป็นภาวะแทรกซ้อนทำให้เสียชีวิตได้

 

การวางแผนและดำเนินการแก้ไข / ปรับปรุง

1)ก่อนดำเนินการ

        1.ทบทวนปัญหาแนวทางในองค์กร

        2.กำหนดกิจกรรมและกลุ่มเป้าหมาย

        3.ลงมือประดิษฐ์

        4.ประสานความร่วมมือในงานที่เกี่ยวข้อง

2)ขั้นการดำเนินการ

         1.ประชุมทบทวนกำหนดแนวทาง การจัดทำประดิษฐ์อุปกรณ์

         2.กำหนดผู้รับผิดชอบ ติดตามผล ดำเนินการ

         3.ทดลองการนำไปใช้ในผู้ป่วยกลุ่มเป้าหมาย  ตามรูปแบบที่กำหนด

        4.ประเมินผลเป็นระยะ

        5.ปรับปรุงแก้ไขเป็นระยะ

        6.กำหนดทางเลือกและให้ผู้ป่วย/ญาติมีส่วนร่วม

        7.มีการจัดทำสำเร็จรูปใช้ต่อเนื่อง

        8.ประเมินผลหลังใช้ทุกราย

 

3)หลังดำเนินการ

        1.ทบทวนปัญหาอุปสรรคที่พบในกลุ่มเป้าหมายที่ทดลอง

        2.วิเคราะห์ปรับปรุงอุปกรณ์ตามปัญหาส่วนขาด

        3.ลงมือประดิษฐ์

         4.ทดลองการใช้

 

ผลลัพธ์ / การวิเคราะห์ผลและการจัดทำมาตรฐาน

        1.ความพึงพอใจของผู้ป่วยและครอบครัว  อยู่ระดับ > 90%

        2.อัตราการซื้อ colostomy  bag ในโรงพยาบาลลดลง

        3.มูลฝอยที่ถูกทิ้งเป็นพลาสติกที่สามารถทำลายได้ง่าย จากการเผาไหม้อย่างชัดเจน

       4.จากนวัตกรรมที่ได้จัดทำเป็นแนวทางการปฏิบัติ Tick 1 และ Tick 2 ให้กับเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันจนเกิดประสิทธิภาพ

       5.ผู้ป่วยและครอบครัวมีส่วนร่วมในการฝึกทักษะ (2 Tick) ทั้งขณะที่อยู่โรงพยาบาลและการเตรียมพร้อมเพื่อการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน

       6.หน่วยงานได้มีการจัดระบบการดูแลอย่างต่อเนื่องที่บ้านโดยการส่งต่อข้อมูล (บ.ส 1) ไปสู่ชุมชน และการใช้นวัตกรรม “ใบส่งมอบข้อมูลประจำตัวสู่ชุมชน” 

       7.จัดทำเอกสารคำแนะนำ เพื่อเผยแพร่ความรู้สู่ผู้ร่วมวิชาชีพทั้งในโรงพยาบาลและชุมชน

 

ประโยชน์ต่อตนเอง / หน่วยงาน / ลูกค้า

* ประโยชน์ต่อผู้ป่วยและญาติ

        1.ลดความเจ็บปวดและระคายเคืองของผิวหนังขณะใช้และลอกถุงเปลี่ยน

        2.ผู้ป่วยและครอบครัวสามารถดูแลตนเองได้อย่างถูกต้อง  สะดวก  สบายและเหมาะสมกับสภาวะเศรษฐกิจของครอบครัว

        3.เป็นการส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีในครอบครัวและระหว่างผู้ป่วย / ครอบครัวกับเจ้าหน้าที่   

*  ประโยชน์ต่อตนเอง

        1.สามารถสังเกตสี / ลักษณะความผิดปกติของแผลผ่าตัดและทวารเทียม  พร้อมทั้งอุจจาระที่ระบายออกได้ชัดเจนตลอดเวลา (โดยไม่ต้องรอดูตอนเต็มถุง / เปลี่ยนถุง )

       2.ลดภาระงานในการเปลี่ยนถุงโดยญาติและผู้ป่วยมีส่วนร่วมได้ง่าย

*  ประโยชน์ต่อหน่วยงาน/ชุมชน

       1.ลดต้นทุนการผลิต

       2.สามารถเก็บกลิ่นได้ดีไม่ทำให้ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดผู้ป่วยเกิดความเครียดจากกลิ่นรบกวน โดยเฉพาะเวลาเข้าสังคม

       3.ลดภาวะโลกร้อนจากมูลฝอยที่ย่อยสลายยาก

 

ภาคผนวก

วิธีประดิษฐ์ถุงทองหน้าท้อง

การเตรียมอุปกรณ์

      1.ถุงพลาสติกชนิดทนความร้อน ขนาด 6 นิ้ว X  9 นิ้ว

     2.กระดาษแข็งสำหรับทำแบบ

     3.เทปกาว 2 หน้าแบบบาง ขนาดกว้าง  2  นิ้ว หรือ 4  นิ้ว

     4.ไม้บรรทัด

     5.แบบวัดขนาดลำไส้มาตรฐาน

     6.ปากกาเมจิก

     7.กรรไกรปลายแหลม

     8.เครื่องรีดถุง  (ถ้าไม่มีให้ใช้เทียนไขแทน )

วิธีการประดิษฐ์

      1.นำกระดาษแข็งมาตัดให้พอดีกับถุงพลาสติกขนาด 6 นิ้ว X  9 นิ้ว

     2.วัดขนาดทวารเทียมของผู้ป่วยโดยใช้แบบวัดทวารเทียมมาตรฐาน

     3.ใช้ไม้บรรทัดวัดเป็นแบบลงบนกระดาษแข็งลงมา 1 นิ้ว ด้านข้างข้างละ 1 นิ้ว ตีเส้นเป็นรูปสี่เหลี่ยมขนาด 3.5 นิ้ว X 4 นิ้ว และวาดรูปลำไส้ลงบนกระดาษเป็นรูปวงกลม

     4.เทปกาว 2 หน้าแบบบางวาง (แปะ)ลงบนถุงตามแบบ

     5.วาดรูปลำไส้ลงบนเทปกาวเป็นรูปวงกลม

     6.นำกระดาษแข็งออกจากถุงพลาสติก

    7.นำกรรไกรตัดถุงพลาสติกตามรอยเส้นที่วาดไว้

    8.นำถุงพลาสติกที่ประดิษฐ์เรียบร้อยแล้วมาปิดปากถุงด้วยเครื่องรีดหรือใช้เทียนไขมาลนปากถุงให้ปิดสนิทโดยรีดให้ห่างจากปากถุง  1 เซนติเมตร

    9.ทดสอบประสิทธิภาพ  การรั่วของถุงใส่ลมธรรมชาติ  บีบทุกด้านของของถุงไว้  เพื่อทดสอบรอยรั่วของลมในถุงที่ประดิษฐ์

    10.สามารถทำไว้ครั้งละหลายๆถุงได้  พกพาสะดวก

 

การใช้งาน

      1.ทำแผลบริเวณ Colostomy เหมือนแผล Contaminate ทั่วไป

      2.นำถุงประดิษฐ์ที่พร้อมใช้ดึงกระดาษป้องกันกาวออกแล้วแปะให้สนิท โดยใช้เทคนิค   การไล่ลมก่อนแปะสนิท 100% มุมใดมุมหนึ่งก่อน

      3.สังเกตลักษณะของอุจจาระได้ด้วยตาตนเองตลอดเวลาโดยไม่ต้องดึงถุงออก หรือรอจนถึงเวลาหรือเมื่ออุจจาระเต็มถุง

      4.สามารถเปลี่ยนถุงประดิษฐ์ในห้องน้ำได้ทุกที่โดยเทอุจจาระลงโถส้วมก่อนทิ้งถุงประดิษฐ์ลงถังขยะ

      5.ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง

      6.ประเมินผลงานเป็นระยะ

 

งบประมาณ

      1.ถุงพลาสติก  ครึ่งกิโล                                                         35     บาท

      2.เทปกาวสองหน้าแบบบางขนาด 2นิ้ว 1 ม้วน           45     บาท

      3.ไม้บรรทัด                                                                      5       บาท

      4.ปากกาเมจิก                                                                  12      บาท

      5.กรรไกรปลายแหลม                                                         25      บาท

      6.เครื่องรีดถุง                                                                  500      บาท

      งบประมาณรวม                                                                622      บาท