สี่ประสานเพื่อเด็ก จันทร์ที่ 18 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการเปิดตัวอย่างป็นทางการของ โครงการรักเรียน เรียนอย่างเป็นสุข โดยโครงการนี้เป็นการร่วมมือกันอย่างใกล้ชิดของสี่ฝ่าย คือ 1.ฝ่ายรัฐ ประกอบด้วย กระทรวงพัฒนาสังคมฯ กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงสาธารณสุข 2.ฝ่ายท้องถิ่น ได้แก่ กรุงเทพมหานคร 3.ฝ่ายองค์กรพัฒนาเอกชน ได้แก่ มูลนิธิสร้างสรรค์เด็ก มูลนิธิเด็กอ่อนในสลัมฯ และมูลนิธิพัฒนาบุคคล (เมอซี่เซ็นเตอร์) 4.ฝ่ายธุรกิจเอกชน ได้แก่บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง ประเทศไทย จำกัด หรือที่เรียกชื่อย่อจำง่ายว่า P and G เจ้าของผลิตภัณฑ์มากมายได้แก่ เครื่องสำอางค์ Olay ใบมีดโกนหนวดยี่ห้อยิลเล็ต แปรงสีฟัน Oral-B ฯลฯ งานนี้ พณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมฯ "นายอิสระ สมชัย"มาเป็นประธานเปิด มีคุณประวิทย์ มาลีนนท์ จากช่อง 3 มีคุณไก่วรายุทธ มีคุณนัท มีเรีย และดารารุ่นใหม่หลายคนที่ผมคนรุ่นเก่าจำไม่ได้ มาร่วมงานอีกมาก ท่ามกลางความสนใจของสื่อมวลชนจำนวนมาก ความจริงแล้ว งานนี้มีขึ้นได้เพราะ "คุณกรรณิการ์ จรัสอุไรสิน"ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเทคนิคและองค์กรสัมพันธ์ ของบริษัทพรอคเตอร์ฯ ได้แรงบันดาลจากการเห็นเด็กเร่ร่อนย่านสุขุมวิท เตร็ดเตร่ขอทานโดยไม่ได้เรียนหนังสือ จึงได้หารือกับผมและเพื่อนๆ คนทำงานด้านเด็กจำนวนหนึ่ง กระทั่งเธอได้เขียน โครงการรักเรียน เรียนอย่างเป็นสุข ขึ้นเสนอไปยังบริษัทแม่ในต่างประเทศ ไม่นานนัก งบสนับสนุนก็เดินทางมาถึงและกลายเป็นโครงการใหญ่ จนมาถึงวันเปิดงานครั้งนี้ (รายละเอียดโครงการ เปิดอ่านไปยังข้อเขียนก่อนหน้านี้ของผม) เหตุที่เล่าให้ฟังเช่นนี้ ก็เพื่อต้องการเน้นว่า แรงบันดาลใจเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะนำไปสู่การทำงานที่ดีๆ มากมาย ดั่งเช่นโครงการนี้ที่เกิดจากแรงบันดาลใจของผู้หญิงคนหนึ่งในบริษัทเอกชน ที่ก่อเกิดกลายเป็นงานใหญ่เพื่อเด็กด้อยโอกาสขึ้นได้
ขอบคุณแทนเด็กและเยาวชนครับ ท่านเป็นตัวอย่างที่ดีแก่บริษัทอื่น ๆ ครับ และหากเราช่วยกันอย่างเต็มที่ทุกฝ่ายเช่นนี้เด็กและเยาวชนไทยจะมีอนาคตที่ดีขึ้นนะครับครูหยุย ขอบคุณเรื่องดี ๆ ที่แบ่งปันครับ
คุณศุภัชณัฎฐ์ครับ ตอนแรกที่คุณกรรณิการ์เธอมาขายความคิด ผมยังไม่แน่ใจว่าเธอจะเอาจริงหรือบริษัทเองจะสนใจ แต่ที่ไหนได้เธอลุยแหลก เพียงแค่สองเดือนเท่านั้น ทุกอย่างก็ตอบรับกลับมา
ครูหยุยครับ พวกเราจะจดจำชื่อบริษัทนี้ไว้ครับ บริษัทพรอคเตอร์ แอนด์ แกมเบิล เทรดดิ้ง ประเทศไทย จำกัด หรือ P & G
คุณศุชณัฎฐ์ครับ เท่าที่ผมพยายามสืบค้นดู เขามีโครงการใหญ่ก่อนหน้านี้คือ 1 ปี 1 อาคารเรียน และกองทุนคุณอรพินทร์ (เธอเคยเป็นระดับผู้บริหารคนหนึ่งของบริษัทนี้ และเสียชีวิตในเหตุการณ์สึนามิ บริษัทจึงตั้งเป็นกองทุนในชื่อของเธอ) ช่วยด้านการศึกษาของเด็กยากจนในไทยอะไรทำนองนี้
ด้วยความตั้งใจจริง แม้ ไม่ใช่เป็นหน้าที่โดยตรงของตัวเอง
ก็ทำให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กไทย ได้ อย่างสวยงาม
ขอขอบคุณ P&G ด้วยคนค่ะ
สวัสดีค่ะ
อนุโมทนาบุญด้วยนะคะ..กับโครงการดีๆสำหรับเด็กๆค่ะ
เจ๊ปุ๊ครับ หากภาคธุรกิจเน้นการคืนกำไรสู่สังคมมากเท่าไหร่ สังคมเติบโตในทางที่ดีมากขึ้นเพียงนั้นครับ
ครูคิมครับ ขอบคุณมากนะครับสำหรับน้ำใจที่มีต่อเด็กๆ เสมอมา เดี๋ยวผมจะให้น้องๆ ที่มูลนิธิฯ เขาตรวจดูระบบนะครับ
มาตายีครับ การประสานร่วมกันหลายฝ่ายแบบนี้ ทำงานได้ง่ายและผลออกมาได้ดีมากครับ
สวัสดีค่ะ
อนุโมทนากับทุกท่าน สำหรับกิจกรรมที่ช่วยกันสร้างสรรค์เพื่อสังคมค่ะ
มีภาพจากบันทึก องค์ธรรมจากนิทาน มาฝากค่ะ
เป็นโครงการที่ดีมากเลยและขออนุโมทนาบุญด้วยคนนะคะ และดีใจกับเยาวชนของชาติทุกคนเลย ^^
ณัฐรดาครับ ภาพสะท้อนความจริง ความดี ความงงาม ของมนุษย์ชาติได้ดีจังเลยครับ
สยามมลครับ การที่ภาคส่วนธุรกิจมีจิตมีใจมาร่วมพัฒนาเด็กด้อยโอกาสนั้น ทำให้พลังการช่วยเพิ่มมากขึ้นครับ
มาอีกครั้งค่ะ
มาเรียนว่า ภาพไม่ได้วาดเองค่ะลูกสาววาดให้
ตั้งแต่สมัยยังเรียนอยู่ชั้นประถมค่ะ
สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้และยินดีที่จะช่วยเหลือเมื่อมีโอกาสครับ
สู้ๆ ครับ เป็นกำลังใจให้และยินดีที่จะช่วยเหลือเมื่อมีโอกาสครับ
ณัฐรดาครับ ผมไม่แน่ใจว่า ต่อไปลูกสาวจะวาดได้ดีกว่าแม่หรือเปล่า แต่ค่อนข้างจะน่าเชื่อว่า ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นครับ
Utopia ครับ ขอบคุณสำหรับกำลังใจที่มีมาให้นะครับ แต่ที่ต้องขอบคุณไปด้วยขณะเดียวกันคือ ความมุ่งมั่นตอบแทนคืนกลับสู่สังคมไทยที่บริษัท P and G มีต่อเด็กๆ ด้อยโอกาสในสังคมทั้งหลาย
สวัสดีค่ะ ครูหยุย
ขอบคุณค่ะที่แวะไปเยือนblogและแลกเปลี่ยนคมความคิดค่ะ