การเดินทางอันยาวนานสอนให้ผมรู้จักอารมณ์และความรู้สึกที่ลุงว่า

มีความอดทน-3

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

                              การเดินทางอันยาวนานสอนให้ผมรู้จักอารมณ์และความรู้สึกที่ลุงว่า แต่ไม่เคยรู้ว่ามันจะมีปริศนาธรรมขนาดนี้ อารมณ์เหล่านี้เกิดขึ้นแล้วก็ผ่านไป “อดทนแล้วเอาไปใช้ในชีวิตในสังคมได้หรือเปล่า” มือขวาของลุงถือถ้วยชา มือซ้ายหยิบปลายด้ามฟืนดันเข้ากองไฟ “ได้ซี ได้มากทีเดียวคุณ” “อย่างไรบ้าง” “อดทนต่อคำด่าของคนพาลที่มีมากมายในสังคม อดทนต่อความโกรธที่มักจะโผล่ให้เห็นเสมอตอนเราเผลอ เราต้องไม่ดุร้าย”

                              ผมไม่เห็นด้วย “เขาโกรธเรา เราก็ต้องโกรธเขา ยุติธรรมดีแล้ว” ลุงว่าเรื่อยๆ แบบไม่รู้สึกรู้สา “ไม่ดีหรอก พระสอนว่า ไม่โกรธผู้ที่โกรธ ถือว่าชนะสงคราม” “ชาวบ้านเขาไม่คิดอย่างนี้” “จริง ไม่คิดอย่างนี้ เพราะเขาไม่ได้ฝึกความอดทน” “มีอะไรที่ต้องอดทนอีก” “มีอีกมาก เช่น อดทนไม่ก่อทุกข์ให้แก่ใคร อดทนทำงานด้วยใจเบิกบาน แจ่มใส เรียกว่ามีความคิดเชิงบวก มองโลกในแง่ดี โบราณสอนไว้ดี” “สอนว่าอย่างไร” “สอนว่า ปิดหูซ้ายขวา ปิดตาสองข้าง ปิดปากเสียบ้าง นอนนั่งสบาย”

                                ผมนิ่งคิดทบทวนคำคมของลุงแบบเพลินๆ ทอดสายตามองเปลวไฟลามเลียท่อนฟืนทีละน้อย “หากว่าผมจน ก็ทนจน โง่ ก็ทนโง่ รู้ว่าชั่ว ก็ทนชั่วอยู่อย่างนั้น ถือว่าเป็นความอดทนหรือไม่” ลุงชะงักนิดหนึ่ง หันหน้ามาตอบอย่างรวดเร็ว “เฮ้ย อย่างนั้นไม่ใช่ความอดทน แต่เป็นความเกียจคร้าน” “อดทนผมก็อดทน แต่ว่าใจคอหงุดหงิดขุ่นมัวจะถูกหรือไม่” “ไม่ได้ ขันติต้องมีอารมณ์แจ่มใสเบิกบานเสมอ จึงถูกต้อง”

 

                            “ลุงสอนผมเรื่องความอดทนได้ดีมาก สิ่งเหล่านี้ผมสงสัยมานาน แยกประเภทความอดทนได้หรือไม่” ลุงยิ้มในที พูดเรื่อยๆ เหมือนสายลมเย็นกลางป่ากำลังโรยริน “ได้ซี อดทนต่อความลำบากตรากตรำ อดทนต่อทุกขเวทนา อดทนต่อความเจ็บใจ อดทนต่ออำนาจกิเลส” “อำนาจกิเลสคืออะไร” “มากมาย กิเลสพันห้า ตัณหาร้อยแปด ย่อเหลือ 3 โลภ โกรธ หลง” “ชาวบ้านมักนินทากันมาก” “นั่นแหละขาดความอดทน แต่พระสอนว่า เขาด่าไม่โกรธถือว่ายากแล้ว เขาชมแล้วไม่ยิ้มยากยิ่งกว่า” ลุงกล่าวคำคมน่าชื่นชม