จากการที่หนูกับพี่อ้อได้เดินทางไปร่วมงานเกษียณของแม่ติ๋ว ที่รพ.สต. กะบาก ในวันเดียวกันเราทั้งคู่ได้ไปเยี่ยมเยียนเครือข่ายคือ อบต. ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก หลังจากพูดคุยแบบเยี่ยมยามถามไถ่ ก็ได้ทราบว่า พี่กุ้งกำลังจะจัดประชุม พี่อ้อจึงเสนอว่า "มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ"

แต่คำสั้น ๆในวันนั้น เมื่อถึงเวลา พี่กุ้งก็ กริ๊งกร๊างมาหาเราทันที แจ้งว่า

"กำลังจะจัดตั้งสภาเด็กและเยาวชน อยากจะขอให้ช่วยมาบรรยายเรื่องถุงยางอนามัยและการคุมกำเนิดให้หน่อย"               

เมื่อได้ทราบหัวข้อที่พื้นที่ขอมา พี่อ้อเดินมาแจ้งให้หนูทราบ ใจหนูก็ร้อง

“เฮ้ย ฉันจะทำไงดีเนี่ย งานเข้าแล้ว”

คิ้วขมวดไปชั่วขณะก็ แว๊บขึ้นมาในในว่า

“ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ ๖ (ขอนแก่น) มีงานรังสี ที่ดูแลเรื่อง คุณภาพของถุงยางอนามัย อาจจะขอจีบ ๆ ทีมพี่เขามาช่วยแจม”

แต่พอไปคุยปรากฏว่า

“ท่านติดงาน ไม่มีถุงยางอนามัยให้ด้วย เพราะตอนนี้ไม่มีนโยบายแจก แต่โชคดีที่มีหนังสือ ๒๐ ปีถุงยางอนามัย ที่พี่เซ้ (สุภาวรรณ จงธรรมวัฒน์) ทำไว้มาช่วยชีวิต”

กลับมาที่โต๊ะทำงานมานั่งนึก ๆ ทบทวนกับตนเอง

 

“ผู้ฟังคือใคร เราต้องการสื่ออะไร เรายังขาดอะไร”

 

 ด้วยความที่เคยเป็น HiPPS ก่อนหน้านี้ได้รับมอบหมายให้ไปช่วยงาน

“เปิดพิพิธภัณฑ์ถุงยางอนามัย ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ นนทบุรี”

ประกายใส ๆ ของปัญญาก็ปรากฏ ชื่อของพี่ก้อย (พรนภา ธรรมาธิวัฒน์) ลอยมา หนูรีบรุด mail ขอความช่วยเหลือท่านทันที แบบไม่ต้องรอนาน แค่ข้ามคืน ท่านก็ส่งข้อมูลมาให้มากมาย พร้อมทั้งคำแนะนำ รู้สึกโชคดีจังเลยค่ะที่ได้เข้าไปเจอพี่ ๆ แค่ไม่กี่นาทีที่นั่งประชุม ช่างเป็นหัวเชื้องาม ๆ ให้ความรู้ได้งอกเงย

จากข้อมูลที่ได้ ทำให้หนูไปพยายามไปหาคลิปข่าว และวิดิโอเกี่ยวกับถุงยางอนามัย พอเห็นคลิปข่าวและบทสัมภาษณ์ของพี่ ๆ ใจหนูยิ้มแฉ่ง มีพี่ ๆเก่ง ๆ ก็ แบบนี้นี่เอง น้อง ๆ อย่างหนูก็เลยสบายปรื๋อ รีบโหลดมาเก็บไว้ใช้ในช่วงบรรยายทันที

หลังจากได้คลิปข่าวแล้ว ตาหนูก็ไปสะดุดกับคลิปสอนการใส่ถุงยางอนามัย ครานี้เหมือนฟ้าประทาน ใจหนูร้อง

“ไชโยหัวใจเต้นตุ๊บ ๆๆ จนต้องดึงลมหายใจเข้าลึก ๆ ผ่อนลมหายใจออกยาว ๆ”

เดี๋ยวจะดีใจเกินเหตุ เพราะอะไรหน่ะเหรอค่ะ

“ก็หนูเคยใส่ถุงยางอนามัยซะที่ไหนหล่ะค่ะ”

 แม้จะเป็นเด็กหน้ามึน ๆ แก่น เปรี้ยว เซี้ยว ซ่าส์ แต่ว่าก็หัวโบราณ ไม่ค่อยจะรู้เรื่องเพศสัมพันธ์สักเท่าไหร่ หลังจากได้คลิปต่าง ๆ ก็ค้นข้อมูลเพิ่มเติมที่จะมาบรรยาย ทั้งบอกตนเองว่า

“พูดเท่าที่รู้ และสิ่งที่น้อง ๆ ควรรู้ ประโยชน์ โทษ ข้อจำกัด ข้อควรระวัง ประวัติศาสตร์ กรณีศึกษา เอาแบบฮา ๆ จะได้ไม่เครียด ประมาณนี้น่าจะพอไหว ได้คำชี้แนะจากพี่อ้อมาเพิ่มว่า ต้องเปิดใจน้อง ๆให้ได้ ว่า การเรียนรู้เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องอาย”

“อืม จริงค่ะพี่ แต่ตอนที่ฟังพี่ แม้จะหน้าเฉย ๆ แต่ข้างในก็อายอยู่ เฮอะ ๆ”

คิดอีกที ไม่แน่น้อง ๆ อาจจะรู้อยู่แล้ว หรือถ้าใครอยากรู้ ก็สามารถหาเพิ่มเติมได้ใน google หรือไม่ก็แหล่งต่าง ๆได้ หนูจึงแว๊บขึ้นมาว่า

“น่าจะมีเว็บไซด์แนะนำ ซึ่งก็ค้นเจอเว็บดี ๆ ที่มีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตอบ และน้อง ๆ สามารถปรึกษาได้โดยไม่ต้องเปิดเผยตัว”

งานนี้เริ่มต้นด้วยความไม่รู้ จึงต้องตั้งใจทำข้อมูล หาข้อมูล คิดกระบวนการนำเสนอให้สอดคล้องกับผู้ฟังมากที่สุด แต่ก็รู้สึกดีนะคะ เพราะเหมือนได้ลุยและเตรียมการกับตนเองอย่างเต็มที่เต็มภูมิของคำว่า “ความรับผิดชอบ”

 

 

สรุปความเข้าใจ “ได้อะไรจากสิ่งที่ทำ”

 

  1. อิ่มใจค่ะ จะบอกว่ายังไงดี คาดไม่ถึงว่า “จะได้ข้อมูลจากพี่ก้อยรวดเร็วและมากมายขนาดนี้ค่ะ ซึ้งใจมาก” เป็นการแสดงให้เห็นชัดขึ้นมาอีกว่า “การที่เราได้รู้จักใครสักคนหนึ่ง เป็นความงดงามของการเกื้อหนุนกัน เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” ใครจะคิดหล่ะค่ะว่า “หนูต้องมาพูดเรื่องถุงยางอนามัย”
  2. สิ่งที่ผู้รู้ทำไว้ดีแล้ว เราสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เลย เช่น ตำรา ๒๐ ปีถุงยางอนามัยที่พี่เซ้ทำไว้ ช่วยชีวิตหนูครั้งนี้ได้อย่างงดงาม เอกสารบางส่วนก็สามารถสำเนาให้น้อง ๆได้เลยค่ะ และยิ่งเป็นคลิปสั้น ๆ แค่รู้ว่ามีก็สามารถเพิ่มความมั่นใจได้
  3. การตั้งคำถามกับตนเองว่า “ผู้ฟังคือใคร เราต้องการสื่ออะไร เรายังขาดอะไร” คำถามเหล่านี้ช่วยให้การเตรียมข้อมูลพร้อมสำหรับการทำงานมากขึ้นค่ะ
  4. แท้ที่จริงการทำงาน เราไม่ได้ใช้ใบปริญญาไหนในการทำงาน “แต่เราใช้ศักยภาพที่มีทั้งหมด รวมถึงความสามารถในการเรียนรู้ได้ภายในตัวเรา”