"เราจะดูแลครอบครัวได้อย่างไร หากเราดูแลแค่ตัวเราเองไม่ได้ เราจะทำดีได้อย่างไร หากเราไม่ได้มีความรู้สึกที่ดี เราจะเป็นผู้นำคนอื่นได้อย่างไร หากเรานำตัวเองไม่ได้"
ฉันยังจำคำพูดของวิทยากร ที่มาอบรมผู้นำในแนวหน้า (First Line Leader) ที่บริษัทจัดขึ้นเมื่อเดือนก่อนได้อย่างขึ้นใจ เพราะนั่นเป็นประโยคหนึ่งที่จูเลี่ยนบอกกับจอห์นในตอนที่สามของเรื่อง The Monk Who Sold His Ferrari นี้ เมื่อเขาแนะถึงความสำคัญของการพัฒนาตัวเองให้กับอดีตลูกน้องคนสนิทของเขา
ในตอนที่หนึ่งจูเลียนเปรียบจิตใจที่สมบูรณ์ว่าเป็นเหมือนสวนดอกไม้ที่ได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากเจ้าของ ตอนที่สองเขาเปรียบประภาคารที่ตั้งตระหง่านในท้องทะเลกว้าง ว่าเป็นดั่งการตั้งจุดหมายในชีวิต และการค้นหาความหมายของชีวิตให้พบ
ในตอนทีสามนี้จูเลี่ยนเปรียบซูโม่ว่าเป็นเครื่องหมายแห่งการพัฒนาตัวเอง ดังคำในภาษาญี่ปุ่นว่า ไคเซ็น (Kaizen) ซึ่งหมายถึงความหนักแน่นและการพัฒนาโดยไม่มีการหยุดยั้ง ซึ่งการพัฒนาตัวเองถือเป็นเครื่องหมายทางการค้าของคนที่ต้องการมีชีวิตที่ตื่นอยู่เสมอ ด้วยความเชื่อที่ว่าความสำเร็จภายนอกเริ่มจากความสำเร็จภายใน หากเราต้องการพัฒนาบุคลิกภายนอก ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพร่างกาย ความสัมพันธ์กับบุคคลอื่นเรา ต้องเริ่มพัฒนาบุคลิกภายในก่อน และแนวทางที่จะช่วยให้คนคนหนึ่งเจิดจ้า สวยงามทั้งในและนอกก็คือการพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง ขงจื้อกล่าวไว้อย่างงดงามว่า "คนดีฝึกฝนตนเองโดยไม่หยุดหย่อน"
คนที่เปิดใจต้อนรับการพัฒนาตัวเอง การเป็นผู้นำของตัวเอง จะสามารถก้าวขึ้นสู่ที่สูงได้อย่างภาคภูมิ เปรียบได้กับแก้วที่ยังมีน้ำอยู่ไม่เต็มยังคงสามารถรองรับน้ำได้อีก จูเลียนย้ำกับจอห์นว่าการพัฒนาตัวเองเป็นรางวัลที่ดีที่สุดที่เราอาจหยิบยื่นให้กับตัวเองได้ บางคนอาจคิดไปว่าเขาหรือเธอยุ่งอยู่กับชีวิตในปัจจุบันจนไม่อาจแบ่งเวลาให้กับตัวเองเลย หากใครที่คิดอย่างนั้นให้ลองคิดดูใหม่เพราะในความเป็นจริง หากเราสามารถพัฒนาจิตใจ ดูแลรักษาร่างกาย และประคบประหงมจิตวิญญาณให้อยู่ในภาวะที่สงบสุขได้ เราจะมีความศรัทธาในความสามารถของตัวเอง มีจิตวิญญาณที่แกร่งกล้า และไม่มีอะไรที่จะอาจหยุดความสำเร็จในทุกด้านของชีวิตที่จะบังเกิดกับเราได้ นั่นแสดงถึงความพร้อมที่จะที่จะนำพาชีวิตไปสู่ความมั่งคั่งทั้งภายในและภายนอกได้เป็นอย่างดี
หากจุดมุ่งหมายในชีวิตของเราคือการที่จะได้มีโอกาสทิ้งโลกใบนี้ไปในสภาพที่ดีกว่าตอนที่เราเกิดมา เราอยากมีโอกาสช่วยทำฝันของคนอื่นให้เป็นจริงได้ จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดคือเริ่มจากการฝึกฝน พัฒนาตัวเราเองทั้งทางด้านกาย จิต และวิญญาณ
จูเลี่ยนแนะถึงวิธีที่จะช่วยนำพาเราไปสู่การฝึกฝนตนเองให้เรามีชีวิตที่สง่างาม 10 ข้อดังนี้
-
รื่นรมย์ในความเงียบ - ให้แบ่งเวลาแห่งความสงบให้กับตัวเองในแต่ละวัน อาจเริ่มจากตอนตื่นนอน ทำสมาธิ ทำจิตใจให้สงบ อาจใช้ช่วงเวลานี้ในการค้นหาพลังที่ซ่อนเร้นในตัวเรา ให้รู้จักตัวเราเองให้ดีขึ้น เวลาที่เราขับรถทางไกล เรามักจะหยุดเติมน้ำมัน พักเครื่อง พักผ่อนตามที่พักริมทางก่อนออกเดินทางต่อไปยังจุดหมายของเรา ช่วงเวลาแห่งความวิเวกนี้ก็เปรียบดั่งที่พักริมทางทีเราอาจให้กับชีวิตประจำวันของเรานั่นเอง
-
ดูแลสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ - เพราะหากเราดูแลร่างกายให้ดี ก็ถือเป็นการดูแลจิตให้ดีไปด้วย เราฝึกฝนสภาพร่างกายให้ดี ก็ถือเป็นการฝึกฝนจิตให้ดีไปด้วย แบ่งเวลาให้การออกกำลังกายในแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ จะช่วยให้ทั้งกายและจิตอยู่ในสภาวะที่พร้อมอยู่เสมอ
-
ให้อาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกาย - การรับอาหารที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายจะมีผลในทางลบต่อทั้งร่างกายและอารมณ์ เราจะเสียพลังงานที่ดีไปโดยเปล่า การรับอาหารที่ไม่เหมาะสมกับสภาพร่างกาย อาจทำให้สภาพจิตไม่โปร่งใสไปด้วย เพราะการบำรุงเลี้ยงร่างกายให้ดี ถือเป็นการบำรุงจิตให้ดีไปด้วย จูเลี่ยนพูดถึงการรับอาหารที่ปราศจากเนื้อสัตว์ และอาหารที่ทำจากของสด จากผักและผลไม้ (Live food) ว่าเป็นการให้พลังงานที่ดีต่อร่างกาย
-
ให้ขวนขวายใฝ่รู้ - Benjamin Franklin กล่าวเอาไว้ว่า "ความรู้ถือเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่ดีและคุ้มค่าที่สุด" การอ่านถือว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยให้เรามีความรู้มากขึ้น ดังคำกล่าวที่ว่า หนังสือคือเพื่อนที่สนิทที่สุดของคนฉลาด หนังสือบางเล่มอาจมีไว้ให้ลิ้มรส หนังสือบางเล่มอาจมีไว้ให้เคี้ยวเล่น และหนังสือบางเล่มอาจมีไว้ให้เรากลืนลงไปทั้งหมด หนังสือที่ดีบางเล่มเราต้องศึกษาอย่างจริงจังไม่เพียงแค่อ่าน เวลาที่เราอ่านหนังสือเราจะเริ่มรู้ว่าในโลกนี้มีความรู้มากมายที่รอคอยการนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเรา ฉันชอบประโยคที่จูเลียนพูดกับจอห์นในเรื่องการอ่านว่า "มันไม่ใช่เพียงความรู้ที่เราจะได้รับจากการอ่านที่ถือเป็นการพัฒนาตัวเอง แต่การที่หนังสือจะสะท้อนให้เห็นถึงการเป็นตัวเรานั่นต่างหากที่จะทำให้ชีวิตเราเปลี่ยนแปลงไป หนังสือจะช่วยให้เรามองเห็นคุณค่าที่อยู่ภายในตัวเราอยู่แล้ว"
-
ให้เวลาในการไตร่ตรองตัวเอง - ก่อนเข้านอนหากเราอาจแบ่งเวลาให้พิจารณาถึงวันที่ผ่านมา ว่าความคิดและการกระทำใดบ้างที่เป็นสิ่งที่ดีและควรทำต่อไป ความคิดและการกระทำใดบ้างที่ไม่สู้ดีเท่าไหร่ที่ควรแก้ไข ปรับปรุง การเขียนไดอารี่จะช่วยให้เราบันทึกความคิด ความรู้สึก และวางแผนชีวิตให้ดีขึ้นได้ หากเราไม่ให้โอกาสตัวเองหยุดคิดเราอาจเสียเวลาทั้งชีวิตในการดำเนินชีวิตที่ไร้สติได้ ว่ากันว่าสติคือสิ่งที่แยกแยะการเป็นมนุษย์กับสัตว์ไว้ เพราะมนุษย์เราสามารถที่จะนำตัวเราเองมาวิวิเคราะห์ว่าสิ่งที่เราทำไปถูกต้องหรือไม่ คิดถึงวันที่ผ่านมาว่าสิ่งใดที่ควรพัฒนาและเริ่มทำในวันรุ่งขึ้น
-
ตื่นแต่เช้า - การตื่นก่อนแสงพระอาทิตย์จะสาดส่องจะให้เวลาเราตระเตรียมตัวเองต้อนรับวันใหม่ วางแผนในการเริ่มต้นวันใหม่ที่งดงามจะช่วยให้แต่ละวันเริ่มต้นด้วยดี หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้ ฉันเริ่มเปลี่ยนตัวเองให้ตื่นแต่เช้า ฉันให้เวลากับตัวเองในการเริ่มทำสมาธิหรืออ่านหนังสือที่อยากอ่านหนึ่งชั่วโมง หลังจากนั้นฉันออกไปเดินออกกำลังกายสูดอากาศยามเช้าที่สดชื่นประมาณหนึ่งชั่งโมงแล้วก็เตรียมตัวออกไปทำงาน ฉันรู้สึกว่าวันของฉันเริ่มต้นด้วยดีในทุกๆวันและสามารถทำงานทั้งวันได้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น แม้ต้องทำงานจนดึก เพราะไม่ต้องกังวลในสิ่งที่ตัวเองอยากทำเพราะฉันทำในสิ่งที่ตัวเองรักเพื่อตัวเองก่อนตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว ใครอยากลองตื่นเช้ากว่าปกติสักสองชั่วโมงทำในสิ่งดีๆเพื่อตัวเองก่อนออกไปทำงานเพื่อคนอื่น เชิญตามสบายค่ะ ไม่สงวนลิขสิทธิ์
-
ฟังดนตรี - ดนตรีที่ไพเราะ งดงาม ผ่อนคลาย จะช่วยทำให้จิตใจเราสงบ เยือกเย็น มีสมาธิ
-
สวดมนต์ - การสวดมนต์ในตอนเช้าหรือก่อนเข้านอนจะช่วยให้จิตใจเรามีโฟกัส แข็งแกร่ง และเป็นสุข
-
มีชีวิตที่ปรองดอง - ในที่นี้หมายถึงการมีชีวิตอยู่โดยขจัดความขัดแย้งภายในและภายนอกที่มี ทำชีวิตให้สอดคล้องระหว่างความเชื่อกับการกระทำชีวิตประจำวัน เช่น คนที่เชื่อว่าคนดีคือคนทีมีความเมตตา ความสงบ ความอดทน ความซื่อสัตย์ และความกล้า หากในทุกๆวันของชีวิตเขาได้มีโอกาสทำในสิ่งที่เขาเชื่อ คนคนนั้นย่อมมีความสุข และเชื่อว่าโลกใบนี้งดงาม เขาสามารถใช้ชีวิตอยู่โดยเป็นสุข เป็นอิสระ และสามารถพัฒนาตัวเองขึ้นสู่อีกระดับหนึ่งได้อย่างง่ายดาย
-
มีชีวิตที่เรียบง่าย - ใส่ใจแต่สิ่งที่สำคัญในชีวิตที่สร้างความหมายให้กับเรา ชีวิตนี้จะสงบ มีค่า และมีอิสระขึ้น เพราะโดยทั่วไปเรามักมีความต้องการมากกว่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้ว ดังมีเรื่องเล่าว่ามีชายคนหนึ่งชอบทองมากมาย จนเขาอธิษฐานว่าขอให้ทุกสิ่งที่เขาจับต้องกลายเป็นทองขึ้นมา เมื่อคำอธิษฐานของเขาเป็นจริงขึ้นมา ตอนแรกเขาดีใจเป็นอย่างยิ่ง จนกระทั่งเมื่อเขาได้ตระหนักดีว่าเขาไม่อาจทานอะไรได้เลยเพราะอาหารที่เขาแตะกลายเป็นทองคำขึ้นมา
การพัฒนาตัวเอง การเป็นผู้นำให้ตัวเราเอง ดูเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่การจะทำให้สำเร็จต้องอาศัยความตั้งใจจริง ถ้าไม่อย่างนั้นโลกใบนี้คงเต็มไปด้วยคนที่มีความสุข ความสงบ ความเป็นอิสระ อยู่ทุกหนแห่ง.......... แต่มันก็ไม่ยากเกินไปใช่ไหมคะ?
ยินดีที่ได้รู้จักนะครับอาจารย์ ;)
บันทึกและงานเขียนมีมุมมองที่น่าสนใจมากครับ
ขอบคุณครับ
..ขอบคุณกับความลับที่ไม่ลับ..สิบข้อ..เจ้าค่ะ..ยายธี
ช่วงสาย ๆ วันนี้ (17 ตค.53) เจอคำสอนของ หลวงปู่พุทธอิสระ ทาง TV5 กองทัพบก ที่ให้ความรู้ผู้เข้าอบรมซึ่งมีข้อคำถามว่า "เป็นผู้สูงวัย ไม่สะดวกในการทำสมาธิ" หลวงปู่ถามกลับว่า "เวลาผู้สูงวัยดูละคร ลิเก ทำไมนั่งดูได้นาน ๆ " ฉันใดฉันนั้น สมาธิเป็นสิ่งที่ทำได้เช่นกัน ด้วยสภาพการนั่ง หรืออริยาบทอื่นตามข้อจำกัดของแต่ละบุคคล ให้หมั่นเพียรทำ เพื่อฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมก่อนวันที่จะถึงวันสุดท้ายของชีวิต ไม่เช่นนั้นเมื่อถึงวันนั้น คนที่ไม่เคยฝึกซ้อมมาก่อน จะคล้ายกับคนที่กำลังจมน้ำ แต่ไขว่คว้าหาอะไรยึดเหนี่ยวไม่ได้ เจอได้แต่อากาศหรือความว่างเปล่า
ชอบมากครับ ประโยค "รื่นรมย์ในความเงียบ" ความหมายดีจัง
สวัสดีค่ะ คุณ Wasawat Deemarn
ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ขอบคุณที่กรุณามาเยี่ยมอ่านค่ะ
กราบสวัสดีค่ะคุณยายธี ขอบพระคุณที่กรุณามาเยี่ยมค่ะ
สวัสดียามเย็นค่ะคุณคณิน ขอบคุณสำหรับข้อคิดดีๆที่นำมาฝากค่ะ ไม่มีใครแก่เกินฝึกตน ชอบจังค่ะ
สวัสดีค่ะครูหยุย เป็นเกียรติมากค่ะที่กรุณามาทักทาย ครูหยุยสบายดีนะคะ