วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2553

 

ผมสังเกตตนเองในระยะเวลานี้ พบว่า ถ้าเราทำงานเล็ก ๆ เช่น

ปลูกต้นไม้ ทำสวน รดน้ำต้นไม้ ล้างจาน ซักผ้า หรืองานอื่นที่ทำในชีวิตประจำวัน

กลับรู้สึกมีคุณค่ามากขึ้น ทั้งที่แต่ก่อน ผมคิดว่า ถ้าทำงานแล้วได้เงิน

จะถือว่า งานนั้น มีคุณค่า และ มีความหมาย

 

และเมื่อปัจจุบันกับมุมมองชีวิตที่เปลี่ยนไป

งานเล็ก ๆ เหล่านั้น กลับทำให้ผมค้นพบ คุณค่า และ ความหมาย ในชีวิต

งานเล็ก ๆ ทำด้วยหัวใจ  กลายเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ และงดงามเสมอ

 

เมื่อผมทำงานเล็ก ๆ ด้วยหัวใจ  จะทำให้เราใส่ใจ และมีสติในสิ่งที่ทำ

เช่นเมื่อก่อนล้างจาน ผมเคยคิดว่า เป็นงานไร้สาระ ล้างเมื่อไหร่จะเสร็จสักที

คิดไปคิดมา ล้างจานไปล้างจานมา ยิ่งไม่เสร็จ และอารมณ์ก็ขุ่นมัวไปเรื่อย ๆ

และปัจจุบัน พบค้นพบว่า เมื่อผมล้างจานด้วยหัวใจ

กลับทำให้ผมสุขใจและมีความสุขอย่างประหลาด

 

และเมื่ออ่านหนังสือของท่าน "ติช นัท ฮันห์" ผมกลับค้นพบว่า

ท่านก็เคยเล่าให้ประเด็นนี้ ซึ่งผมคิดว่า มันประหลาดและช่างมหัศจรรย์มาก

 

ท่านเล่าว่า...

ฉันไม่รู้ว่างานการของคุณในทุกวันนี้คืออะไร?

แต่ฉันรู้ว่า การงานบางอย่างบางประการมีธรรมชาติที่ช่วยให้เรารู้เท่าทัน

ได้ง่ายกว่างานอื่น ยกตัวอย่างเช่น การเขียนหนังสือ

การเขียนหนังสือเป็นสิ่งที่ยากต่อมีมีสติ ฉันได้พัฒนามาถึงจุดที่รู้ว่า

ประโยคจบลงเมื่อไร แต่ในขณะที่กำลังเขียนอยู่นั้น บางครั้งก็เผลอลืม

ด้วยเหตุนี้ ภายในเวลาสองสามปีที่ผ่านมา ฉันจึงทำงานที่ต้องใช้ไม้ใช้มือ

มากกว่าที่จะเขียนหนังสือ บางคนเคยได้กล่าวกับฉันว่า

 

"การปลูกมะเชือเทศ หัวผักกาด จะนำไปสู่ความวุ่นวาย ไม่ใช่ทุกคน

จะเขียนหนังสือนิทาน และบทกวีอย่างที่คุณทำได้ กรุณาอย่า

เสียเวลากับงานที่ใช้มือใช้ไม้เลย"

 

ฉันไม่เคยปล่อยเวลาให้สูญเปล่าเลย เพาะเมล็ดพืช ล้างจาน ตัดหญ้า

เป็นกิจกรรม ที่เป็นนิรันดร์ สวยงาม เฉกเช่นเดียวกับการเขียนบทกวี !

ฉันไม่เข้าใจเลยว่า บทกวีจะดีกว่าต้นสะระแหน่ได้อย่างไร

การปลูกพืชให้ความรื่นรมย์แก่ฉันไม่แพ้การเขียนบทกวี

สำหรับฉันแล้วหัวผักกาด หรือต้นสะระแหน่จะอยู่ได้นาน

ไม่แพ้บทกวี

 

ใช่ครับ ...งานเล็ก ๆ ทำด้วยหัวใจ  กลายเป็นงานที่ยิ่งใหญ่

คนเล็ก ๆ ทำงานด้วยหัวใจ ก็กลายเป็นผู้ที่ยิ่งใหญ่ได้....

 

 

*******