บันทึกต่อไปนี้  เป็นบันทึกเกี่ยวกับเรื่องราวและประสบการณ์ในครอบครัวของครูอ้อย แซ่เฮ  ในเรื่องของการครองตน  ครองคน  และครองใจ 

การครองตน.....จากการตัดสินใจ  แต่งงานอยู่กินกันมา  เราทั้งคู่มีแต่ความซื่อสัตย์  พูดจริง  ทำจริง  ถึงแม้จะบั่นทอนจิตใจกันในระยะเริ่มแรก  แต่ต่อไป  เรารู้ใจกัน  เข้าใจกัน ไม่พยายามคิดแทนกัน  ด้วยการให้เกียรติ  และไม่เห็นแก่ตัว 

ครูอ้อย  สังเกตหลายๆครอบครัว  ที่ชอบคิดแทนคู่สมรส  กระทำการใดใด  โดยปราศจากการคิดร่วมกัน ชอบใช้การคิดแทนมาเสมอ  โดยลืมให้เกียรติ คู่สมรส   จะเกิดความลำบากใจในภายภาคหน้า  เพราะ  ความอดทน อดกลั้นจะลดน้อยถอยลง  หากเห็นคนอื่นสำคัญกว่า 

ดังนั้น  การทำตน หรือครองตนให้เสมอต้นเสมอปลาย เป็นเรื่องที่สำคัญดังกล่าว  ครูอ้อย  มักจะขี้เกรงใจ  และถามไถ่กันก่อนทุกครั้งที่จะทำอะไร  ถึงแม้สุดท้าย ครูอ้อยก็ต้องทำเอง.....ก็ตาม

ครองคน.....เป็นเรื่องที่ยาก และไม่มีการเรียนที่ไหน มาสั่งมาสอนให้รู้จักการครองคน  มันเป็นศาสตร์ เป็นศิลปของแต่ละบุคคล ที่จะมีและใช้ หลักการครองคนให้ได้  ยึดมั่นต่อกัน  ศรัทธาต่อกัน  ถึงแม้ว่า  สังคมจะมองว่าเราเสียเปรียบ มองว่าเราน่าจะมีอะไรๆๆดีกว่านี้ก็ตาม.....

ครูอ้อยศรัทธาในตนเองก่อน  ว่าสิ่งที่ทำไปนั้น  ถูกต้องและนำความสุขมาให้ตน  มากกว่าที่จะฟังคนอื่น  หรือทำตามความคิดของคนอื่น  จนไม่เป็นตัวของตัวเอง  เมื่อมีการผิดพลาดใครล่ะ  จะมารับผิดชอบชีวิตของเรา 

การครองคน ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ดังที่กล่าวมาแล้ว   สำหรับครูอ้อย  ทำใจดี  ทำคิดดี และทำปฏิบัติดี  คนดีที่เราพบ  ก็จะเข้าใจและปฏิบัติดีต่อเรา.....สักวัน 

และครองใจ.....เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากนัก  ครูอ้อยเติบโตมากับความละเอียดลออของคุณพ่อคุณแม่  ทนต่ออะไรๆๆได้เสมอ เพราะความละเอียดลออนี้เอง สอนให้ครูอ้อยเข้าใจคน  ค้นหาเหตุผลว่า....ทำไม  อะไร ที่ทำให้เขาเป็นอย่างนี้ 

เมื่อเข้าใจกันแล้ว  ไปไหนไหนก็มีความสุข  ตามสุข  ตามทุกข์ด้วยกัน 

เมื่อคืนนี้  ครูอ้อยกับพ่อบ้าน  ไปงานเลี้ยงโดยใช้รถมอเตอร์ไซค์ช็อปเป้อของพ่อบ้าน  ในขากลับ  รถราในท้องถนนไม่มีมากนัก  รถของพ่อบ้าน เสียงดังแครก  และมีอะไรหลุดออกจากรถ  กลิ้งไปบนท้องถนน ที่สี่แยกไฟแดงแห่งหนึ่ง

ครูอ้อย รู้สึกเจ็บที่ร้อยหวายข้างขวา  พ่อบ้าน  หยุดการดูรถขอเธอ และรีบมาดูที่ข้อเท้าของครูอ้อย  เธอถอดสายเชือกรัดรองเท้าครูอ้อยและก้มลงดูอย่างใกล้ๆๆเพราะเวลานั้นที่ถนนมัดมืดมาก 

ครูอ้อยเจ็บๆๆ  แต่ดูแลตนเองได้  พร้อมกับบอกให้พ่อบ้าน  ไปดูรถว่าเป็นอะไร  เธอเดินไปเก็บชิ้นส่วน  พร้อมกับมีผู้ชาย ขี่ซาเล้งมาช่วย  จับโช้ครถ  และแก้ไขได้ 

พ่อบ้านส่งครูอ้อยขึ้นรถแท็กซี่กลับบ้านรถติดไฟแดงหลายครั้ง 

พ่อบ้านก็ขี่รถมาจอดข้างๆแท็กซี่ และยิ้มยิ้มตลอดทางจนถึงบ้าน

ครูอ้อย  รู้สึกตัวว่า เหมือนเด็ก ที่ผู้ใหญ่เป็นห่วง เฝ้าติดตาม  ถึงบ้าน....อาบน้ำเสร็จแล้ว  เธอเอายามาทาที่ข้อเท้าของครูอ้อย

เรานอนคุยกัน  ก่อนหลับไปอย่างมีความสุข.......