ระเบียบวิธีวิจัยขั้นสูง

     ตัวแปรมีชื่อหลากหลายมาก  บางครั้งตัวแปรชนิดเดียวกันก็อาจเรียกชื่อต่างกันไปตามงานวิจัย ดังนั้นเราควรมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวแปรชนิดต่างๆ เพื่อที่จะสามารถเลือกใช้ตัวแปรได้อย่างถูกต้องต่อไป       

ประเภทของตัวแปร แบ่งตามสาเหตุและผลของตัวแปร

1) ตัวแปรต้น หรือ ตัวแปรอิสระ (Independent variable) คือ ตัวแปรที่มีผลทำให้ตัวแปรตามเกิดการแปรเปลี่ยนค่า เป็นสาเหตุ ในงานวิจัยเชิงทดลอง ตัวแปรต้น เทียบได้กับ ตัวแปรทดลอง ตัวแปรกระทำ ตัวแปรสาเหตุ

2) ตัวแปรกระทำ (Active variable) ในงานวิจัยเชิงทดลองเป็นตัวแปรที่นักวิจัยทำการดัดแปลง จัดกระทำ เพื่อเป็นเงื่อนไขในการทดลอง                        

3) ตัวแปรสาเหตุ (Causal variable) เป็นตัวแปรที่นักวิจัยทำการดัดแปลง จัดกระทำ เพื่อเป็นเงื่อนไขการทดลอง ให้แก่สิ่งที่เข้ารับการทดลอง

4) ตัวแปรทดลอง (Experimental variable) เป็นตัวแปรที่นักวิจัยจงใจสร้างขึ้นเพื่อ เป็นเงื่อนไขในการทดลอง ให้แก่สิ่งที่เข้ารับการทดลอง

5) ตัวแปรจัดกระทำ (Manipulate variable) เป็นตัวแปรที่เป็นเงื่อนไข ที่นักวิจัยจงใจสร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทดลอง และเพื่อสังเกตผลจากการใช้เงื่อนไขดังกล่าว เช่น ชมและด่า (จัดกระทำ) นักเรียนก่อนทำการสอน แล้วดูผลว่าเป็นอย่างไร

6) ตัวแปรทำนาย (Predictor variable) เป็นชื่อเรียกของตัวแปรต้นในงานวิจัยที่ใช้เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลแบบถดถอย เป็นตัวแปรที่ทำหน้าที่ทำนายตัวแปรชนิดอื่นๆ     

7) ตัวแปรตอบสนอง (Response variable) เป็นการแสดงพฤติกรรมออกมา  จากการได้รับการกระตุ้นโดยสิ่งเร้า  พฤติกรรมสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตา

8) ตัวแปรสิ่งเร้า (Stimulus variable) เป็นตัวแปรที่กระตุ้นให้เกิดการตอบสนอง เป็นตัวแปรที่ใช้ในการศึกษาทางพฤติกรรมศาสตร์ (เป็นตัวแปรชนิดเดียวกับตัวแปรทดลอง ตัวแปรสาเหตุ)

9) ตัวแปรเงื่อนไขกระทำ (Treatment variable) เป็นตัวแปรเงื่อนไขที่นักวิจัยสร้างขึ้น เป็นตัวแปรชนิดเดียวกับ ตัวแปรทดลอง ตัวแปรจัดกระทำ               

10) ตัวแปรผล (Effect variable) เป็นตัวแปรที่แปรเปลี่ยนค่าไปตามตัวแปรสาเหตุ

11) ตัวแปรตาม (Dependent variable) เป็นตัวแปรที่มีค่าแปรเปลี่ยนไปตามตัวแปรชนิดอื่นๆ       

ประเภทของตัวแปร แบ่งตามระดับการวัดตัวแปร

1) ตัวแปรต่อเนื่อง (Independent variable) เป็นตัวแปรที่มีค่าการวัดอยู่ในระดับมาตรช่วงหรืออันตรภาค (Interval scale) มีค่าเรียงต่อกันอย่างเนื่อง เช่น คะแนน อุณหภูมิ ความสูง น้ำหนัก อายุ เป็นต้น

2) ตัวแปรแบ่งสอง (Active variable) เป็นตัวแปรที่สามารถจัดได้เป็น 2 กลุ่ม เช่น เพศ จัดเป็นเพศชายและเพศหญิง ผลการสอบ จัดเป็นสอบผ่านและสอบไม่ผ่าน เป็นต้น

3) ตัวแปรขาดช่วง (Discrete variable) เป็นตัวแปรที่มีค่าการวัดอยู่ในระดับนามบัญญัติและเรียงลำดับ (Nominal and ordinal scale) เป็นตัวแปรที่แบ่งจากกันอย่างเด็ดขาด ไม่มีทศนิยม เช่น 5 คน 8 คน * เป็นจำนวนเต็ม แยกขาดออกจากกัน

4) ตัวแปรจัดกลุ่ม (Categorical variable) เป็นตัวแปรที่มีค่าการวัดอยู่ในระดับนามบัญญัติ (Nominal scale) บางครั้งเรียกว่า ตัวแปรคุณภาพ (Qualitative variable) เช่น เพศ ตำแหน่ง อาชีพ เชื้อชาติ ศาสนา เป็นต้น

5) ตัวแปรหุ่น (Dummy variable) เป็นตัวแปรที่นักวิจัยสร้างขึ้นเพื่อประโยชน์ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น การกำหนดเพศด้วยตัวเลข เพศชาย แทนด้วยเลข 0 , เพศหญิง แทนด้วยเลข 1 โดยตัวเลขที่นำมาแทนค่านี้อยู่ในระดับนามบัญญัติ (Nominal scale) เท่านั้น ไม่สามารถนำตัวเลขมาบวกลบกันได้

ประเภทของตัวแปร แบ่งตามคุณลักษณะของตัวแปร

1) ตัวแปรลักษณะ (Attribute variable) เป็นตัวแปรที่แสดงถึงคุณลักษณะต่างๆ ของบุคคล เช่น เพศ ความถนัด อาชีพ สติปัญญา เป็นต้น เป็นตัวแปรที่ไม่สามารถจัดกระทำได้              

2) ตัวแปรประกอบ (Component variable) เป็นตัวแปรย่อยที่มาประกอบเป็นตัวแปรใหญ่ เช่น รายได้ ระดับการศึกษา อาชีพ ค่านิยม เหล่านี้เป็นตัวแปรย่อยที่จะมาประกอบกันเป็นตัวแปรใหญ่ คือ ฐานะทางสังคม

3) ตัวแปรโครงสร้าง (Construct variable) เป็นตัวแปรที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เป็นตัวแปรนามธรรม ซ่อนอยู่ด้านใน เป็นตัวแปรแฝง สร้างขึ้นมาจากทฤษฎีหรือสมมติฐาน เช่น สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ เจตคติ เป็นต้น                  

4) ตัวแปรแฝง (Latent variable) เป็นตัวแปรทางจิตวิทยา ที่อยู่ภายในตัวของมนุษย์ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ เช่น ความซื่อสัตย์ สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ ความฉลาดทางอารมณ์ แรงจูงใจ เป็นต้น                    

5) ตัวแปรอินทรีย์ (Organismic variable) เป็นตัวแปรที่เกี่ยวกับคุณลักษณะของบุคคล  ที่มีติดตัวมาตั้งแต่เกิด เช่น เพศ สีผิว หมู่เลือด แรงจูงใจ ความวิตกกังวล เป็นต้น

ประเภทของตัวแปร แบ่งตามลักษณะการเกิดขึ้นของตัวแปร

1) ตัวแปรนำ (Antecedent variable) เป็นตัวแปรที่เกิดขึ้นก่อนตัวแปรที่ผู้วิจัยสนใจทำการศึกษา ซึ่งจะมีผลต่อตัวแปรที่ศึกษา                                                            

2) ตัวแปรดัน (Distorter variable) เป็นตัวแปรที่ส่งผลร่วมต่อตัวแปรที่ศึกษาให้มีความสัมพันธ์กันสูงขึ้น ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงตัวแปรต้นและตัวแปรตามมีความสัมพันธ์กันต่ำ

3) ตัวแปรแทรกซ้อน (Extraneous variable) คือ เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่ได้สนใจศึกษา แต่มีผลต่อตัวแปรที่ศึกษา

4) ตัวแปรสอดแทรก (Intervening variable) เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยไม่ได้สนใจศึกษา เป็นตัวแปรที่ร่วมกับตัวแปรอิสระส่งผลต่อตัวแปรตามที่ศึกษา ไม่สามารถควบคุมได้                                       

5) ตัวแปรกลาง (Moderator variable) ใช้เรียกแทนตัวแปรแทรกซ้อนได้ เป็นตัวแปรที่ผู้วิจัยสามารถควบคุมไม่ให้ส่งผลร่วมกับตัวแปรต้นและตัวแปรตามได้                                       

6) ตัวแปรรบกวน (Nuisance variable) ใช้เรียกแทนตัวแปรสอดแทรกได้ เป็นตัวแปรชนิดเดียวกัน

7) ตัวแปรกด (Suppressor variable) เป็นตัวแปรแทรกซ้อนอีกชนิดหนึ่ง จะมีผลทำให้ความสัมพันธ์ของตัวแปรต้นและตัวแปรตามต่ำ ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงตัวแปรต้นและตัวแปรตาม มีความสัมพันธ์กันสูง

     จะเห็นว่าชื่อตัวแปรมีความหลากหลายมาก ดังนั้นการเลือกใช้ตัวแปรต้องขึ้นอยู่กับความต้องการและความเหมาะสมกับงานวิจัยที่ทำ  เลือกใช้ให้ถูกต้องนะคะ