ดำเนินกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมในแนวบูรณาการ และจากท้องถิ่นมุ่งสู่สากล

การเสวนาคณบดีครั้งที่ ๗/๒๕๕๓ มีสำนักวิชาศิลปศาสตร์เป็นเจ้าภาพ ศ.พิเศษ ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา คณบดีสำนักวิชาศิลปศาสตร์ เตรียมการต้อนรับไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่การส่งเอกสารบอกข้อมูลที่จะนำเสนอมาให้ก่อน สอบถามเรื่องชา-กาแฟที่อยากจะดื่ม และเมื่อไปถึงที่ประชุมก็ต้อนรับด้วยอาหารว่าง

วันนี้ ศ.ดร.ธีระยุทธ กลิ่นสุคนธ์ รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ประธานที่ประชุมมาช้ากว่าปกติ เนื่องจากติดภารกิจประเมินผลการปฏิบัติงานประจำปีของคณบดี ศ.พิเศษ ดร.ชลธิรา สัตยาวัฒนา จึงนำเสนอเรื่องราวการทำงานที่ต้องการจะเสนอไปก่อน

สำนักวิชาศิลปศาสตร์ ไม่มีผู้บริหารระดับรองคณบดี คณบดีจึงแต่งตั้งผู้ช่วยคณบดี ๓ คน (ไม่อยู่ในโครงสร้างปกติของมหาวิทยาลัย) มาช่วยทำงานด้านพัฒนาหลักสูตร ด้านวิชาการ และกิจการพิเศษ ศ.พิเศษ ดร.ชลธิรา กล่าวว่าเรื่อง “เป็นหลักในถิ่น เป็นเลิศสู่สากล” เป็นโจทย์ใหญ่สำหรับคณบดี สักวันหนึ่ง มวล.จะทำสิ่งนี้ได้และสำนักวิชาศิลปศาสตร์จะมีส่วนร่วมอย่างสำคัญ...อยากให้มี Hall of frame สำหรับผู้มีชื่อเสียง เช่น อังคาร กัลยาณพงศ์ กวีที่ยิ่งใหญ่

เรื่องการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม พยายามเติมเต็มสิ่งที่ยังขาด...ตอนที่อาศรมวัฒนธรรมยังไม่มีสถานะเป็นศูนย์ มีการทำหนังสือเยอะ แต่ยังไม่ถึงระดับชาติและนานาชาติ แต่สิ่งที่ทำอยู่แล้วก็น่าชื่นชม... ได้มีการเคลื่อนไหว จัดการอ่านบทกวี ๕ ภาษา อยากให้ช่วยกันผลักดันงานทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมให้ไปถึงระดับสากล

สำนักวิชาฯ ได้เปิดสอนวิชาภาษาญี่ปุ่นเป็นวิชาเลือกเสรี ขอเชิญชวนให้นักศึกษามาเรียน มีกิจกรรมพับกระดาษ...เด็กมุสลิมได้สิ่งดีๆ จากงานนี้ กิจกรรมอื่นก็มี เช่น พิธีชงชา การจัดดอกไม้ การเขียนพู่กัน ซึ่งมีรางวัลด้วยและไม่ได้ประกวดแต่เพียงลายมือ แต่ให้เอาปรัชญามาด้วย สำนักวิชาศิลปศาสตร์พยายามดำเนินกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมในแนวบูรณาการ และจากท้องถิ่นมุ่งสู่สากล

ด้านความเป็นนานาชาติ มีการจัดประชุม/สัมมนาวิจัย...สิ่งที่รองรับความเป็นนานาชาติอีกอย่างคือได้จัดทำ Selected Readings on Thai Studies สำหรับเด็กต่างชาติที่มาเรียน กำลังจะมี Selected Works on Thai Studies Vol.3 เพื่อต้อนรับ Exchange visiting Professor จากมาเลเซียที่จะผลัดกันมาอยู่ที่ มวล. คนละ ๑ เดือน โดยจะมาช่วยสอนภาษามาเลย์ และเอาโครงการวิจัยมาด้วย จะมีการจัดพิมพ์หนังสือร่วมกัน ทางมหาวิทยาลัยก็ได้จัดเตรียม International guest house ไว้รองรับ

การพัฒนาด้านการวิจัย พบว่าอาจารย์ของสำนักวิชาฯ ส่วนใหญ่ยังขาดประสบการณ์การวิจัย ในปีนี้จึงมีการจัดกิจกรรม SLA In-house Seminar for Advance Research Empowerment ทั้งจากภายนอก สู่ภายใน และภายในและภายนอก ขึ้น เป็นกิจกรรมที่มีชื่อดีทีเดียว ข้อมูลกิจกรรมนี้ที่ผ่านมายังมีอาจารย์เข้าร่วมไม่มากนัก

เป้าหมายสำคัญที่สุดคือการดูแลนักศึกษาไปสู่ความเป็นเลิศทุกด้าน สำนักวิชาฯ จึงมีโครงการ Dean’s Lists หลายด้านคือ A = Academic Excellence, B = Best Performance, C = Communal Spirit’ D = Double Check, E = Economic Shortage, F = Failure เริ่มเปิดตัวกิจกรรม Dean’s Lists A ในสาขาวิชาภาษาอังกฤษ เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๕๓ และ Dean’s Lists D ในภาคการศึกษาที่ ๒/๒๕๕๓

ด้านการบริหารจัดการความเสี่ยง ใช้ QA มาจับ ให้คนภายในดูแลควบคุมกันเอง มีการประเมินความเสี่ยงทุกหลักสูตรและสำนักงานธุรการ

การนำเสนอภาพการทำงานที่ดูดีของสำนักวิชาศิลปศาสตร์ ใช้เวลามากกว่า ๑ ชม. ศ.พิเศษ ดร.ชลธิรา มีเทคนิควิธีการที่ทำให้พูดได้นานๆ ผู้ฟังจับประเด็นเรื่องการดูแลนักศึกษามาอภิปรายและเสนอความคิดเห็นกันต่อ มีทั้งเรื่องการจะหานักศึกษาที่ไม่ขัดสนมาเรียน ซึ่งมหาวิทยาลัยต้องพัฒนาด้าน Infra-structure รองรับ

คณบดีหลายสำนักวิชาบ่นว่าเด็กบางส่วนกู้เงินเรียนแล้วไม่ขยัน ไม่ทำงานส่ง สงสัยเป็น “แรงงานแฝง” ต้องตั้งมาตรการบางอย่างที่อาจจะดูเหมือนขาดหลักเมตตาธรรม เช่น ถ้าเกรดไม่ถึง ๒ จะไม่เซ็นต์ให้กู้เงิน บางท่านบอกว่านักศึกษาไม่ค่อยใฝ่รู้ เลียนแบบรุ่นพี่ รุ่นพี่-รุ่นน้องไม่ค่อยสัมพันธ์กัน

ดิฉันมองต่างออกไปว่าสำนักวิชาต้องดูแลนักศึกษาให้ดีตั้งแต่ปี ๑ ปี ๒ ทั้งในเรื่องการเรียนและการใช้ชีวิต เล่าว่าเราจัดกิจกรรมอย่างไรบ้าง และให้อาจารย์ที่ปรึกษาดูแลอย่างจริงจังด้วย ดิฉันไม่อยากให้เราบ่นกันมาก อยากให้มีมุมมองเชิงบวกกับเด็กนักศึกษา ต้องฟังเขา เก็บข้อมูลจากเขา และช่วยเขาด้วย

คณบดีสำนักวิชาการจัดการบอกว่าสิ่งที่ QA ต้องการวัดเรื่องการดูแลนักศึกษา คือการมีระบบและกลไก สามารถเอามาเป็นแนวทางการดำเนินงานได้ ซึ่งท่านรองอธิการบดีฝ่ายวิชาการบอกว่าจะต้องมีงบประมาณสนับสนุนการดำเนินงานด้วย มีผู้เสนอเรื่องการล็อกระบบการลงทะเบียนเพื่อให้นักศึกษามาพบอาจารย์ที่ปรึกษา ซึ่งในความเป็นจริงทุกสำนักวิชาสามารถดำเนินการได้ทันทีอยู่แล้ว แต่ควรทำความเข้าใจกับอาจารย์และนักศึกษาก่อน

เรามีข้อมูลว่าอาจารย์ในหลายสำนักวิชามีการดูแลนักศึกษาอย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก แต่ผลงานด้านวิจัยและอื่นๆ ของสำนักวิชายังไม่ค่อยก้าวหน้า คณบดีบางท่านสรุปว่าปัญหาทั้งหมดคือนักศึกษาไม่มีวินัย การดูแลเรื่องนี้โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบอาจต้องมีการคุยร่วมกัน เรื่องนี้มีการคุยกันเยอะและมีข้อแนะนำเล็กๆ น้อยๆ เช่น การพบนักศึกษาที่มีเกรดต่ำเป็นระยะๆ การดูแลนักศึกษาที่ผลการเรียนยังไม่ดี ไม่ให้ลงทะเบียนในบางรายวิชา ให้กู้สถานะของตนเองก่อน ฯลฯ เป็นต้น

รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ ชื่นชมว่าสำนักวิชาศิลปศาสตร์เป็นหัวหอกที่ดีในเรื่องความเป็นสากลและการแลกเปลี่ยนอาจารย์ ปิดท้ายด้วยการเน้นย้ำเรื่อง QA ที่จะมีการเปลี่ยนแปลง การจัดทำยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยไปสู่สำนักวิชา เรื่อง faculty exchange, student exchange สหกิจศึกษาในต่างประเทศ การจัดหลักสูตรระยะสั้นให้กลุ่มที่ต้องการ

วัลลา ตันตโยทัย