"กระเพราควาย"


เก็บภาพ "กระเพราควาย" จาก บ้านกำนันทัศนีย์ แก่นสาร ตำบลพรานกระต่าย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 3 ต.ค.53 นี้ครับ....

                                 -ใครรู้จัก "กระเพราควาย "บ้างครับ???? ถามแบบนี้หลายคงคงจะสงสัยว่า "กระเพราควาย" จะเหมือนกับ "กระเพรา" ที่เราเคยเห็นรึเปล่า...หนอ????...ลำพังแค่ "กระเพราแดง" และ "กระเพราขาว" ก็ยังจะแยกไม่ค่อยจะออกอยู่แล้ว....แต่วันนี้...ผมจะพาท่านไปรู้จัก "กระเพราควาย" ครับ!!!!!

 

1.นี่ไงครับ "กระเพราควาย" ใบจะใหญ่กว่ากระเพราที่เราเคยเห็น....ต้นนี้...ผมเก็บภาพมาจาก "บ้านกำนันทัศนีย์  แก่นสาร" ตำบลพรานกระต่าย ครับ....

2.หาข้อมูลในอินเตอเน็ต ก็ยังไม่ค่อยมีให้ศึกษาเท่าไหร่..เอาเป็นว่าใครเคยเห็นและ "เคยกิน" .."กระเพราควาย" แล้วละก็ ...อย่าลืมนำมาเล่าสู่กันฟังด้วยนะครับ.....ส่วนข้อมูลที่ผมได้มาก็คือ....."กระเพราควาย" ใช้ทำอาหารได้หลาย ๆ อย่าง โดยเฉพาะอาหารประเภท "เนื้อ" หรือ "ปลา" และ อาหารที่มีกลิ่น "คาว" กำนันบอกว่า "ผัดเผ็ดปลาดุกใส่กระเพราควาย" เผ็ด......ร้อน....สะใจ.....จริง ๆ ครับ.....

สำหรับวันนี้.....หลายท่านคงจะได้รู้จัก "กระเพราควาย" กันแล้ว......แต่ถึงอย่างไร....เรื่องสมุนไพรในชื่อว่า "กระเพรา" ก็คงจะไม่แตกต่างกัน...วันนี้เลยขอนำเอาสรรคุณของ "กระเพรา" มาให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษากันต่อที่นี่ครับ..... http://www.samunpri.com/herbdrug/?p=37 หรือ http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_24.htm 

                                                                           สวัสดีครับ...

                                                                                        เพชรน้ำหนึ่ง

                                                                                         06/10/2553 

ปล.ขอขอบคุณข้อมูล "กระเพรา" จาก www.samunpri.com  และ  www.rspg.or.th มา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ....

หมายเลขบันทึก: 401249เขียนเมื่อ 6 ตุลาคม 2010 16:50 น. ()แก้ไขเมื่อ 24 มิถุนายน 2012 02:19 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (23)

ทำไมถึงเรียก "กระเพราควาย" อยากรู้จัง

  • ที่บ้านไร่พนมทวนผมเรียกว่า ยี่หร่า
  • ใช่อย่างเดียวกันไหมครับ
  • ดูใบแล้วเหมือนๆๆกันเลยครับ
  • ที่บ้านเอาไปแกงปลา แกงเนื้อ อร่อยมากๆๆ

ขอบคุณค่ะ..มีความสงสัยชื่อนี้..ดูอย่างไรก็ไม่มีเค้าเหมือน"ควาย" ??..แต่ชอบใบกระเพรามากค่ะ..

สวัสดีค่ะIco64

   กระเพาช้างไม่ได้เหรอคะ ทำไมต้องเป็นกระเพาควาย อิอิ

สวัสดีค่ะ

       พี่ดาไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย มีด้วยหรือ แล้วกลิ่นหอมเหมือนกระเพราขาว-แดงหรือเปล่า คล้ายใบยี่หร่านะดูจากภาพ  พาอีก 4 สาวน้อยหน่อยมาชมด้วยค่ะ

           

Ico64

 เฮ้อ คุณยายตกภาษาไทยอีกแล้ว เขียนแค่นี้ก็ผิด ท่านเพชรน้ำหนึ่งช่วยแก้ไขให้คุณยายทีเถอะ ลบทิ้งโลดอายคนอื่นเค๊า ไม่อยากโทษเม๊านะว่าเค๊าเต้นไปเต้นมาดี๊ดี ถ้าไม่ทบทวนผิดยาวเลยล่ะค่ะ

สวัสดีครับคุณเพรชน้ำหนึ่ง

  •  เป็นต้นกระเพราะควายหรือยี่หร่าในภาคกลางครับ
  •  มีสรรพคุณในทางเภสัชศาสตร์แผนไทยช่วยในการขับลมในกระเพาะอาหาร เเก้จุกเสียดเเน่น ปรับธาตุ แก้ลมกองละเอียด ใช้ผสมเกลืออุดฟันบรรเทาอาการปวด
  • เเละที่สำคัญ เป็นสมุนไพรที่ขาดไม่ได้ในการปรุงอาหารที่มีกลิ่นคาวเเรงๆ เพราะช่วยดับกลิ้นได้เป็นอย่างดีครับ

     

               

คุณเพชรน้ำหนึ่งท่าจะชอบกินกะเพรามากๆๆๆๆๆ

นั่นเลย แบบ  ดร.ขจิตท่านว่า

ใส่แกงเนื้อ ดับคาว

บ้านพี่ก็มีเรียก..ใบแกงเนื้อ..ชัดดี

  • ขอแจมด้วยคนค่ะ
  • ที่บ้านอยุธยา ก็เรียกยี่หร่า
  • ใส่ผัดเผ็ดคางคกสุดยอดเลยค่ะ

กระเพราควาย เพิ่งเคยได้ยินครับ

บ้านผมน่าจะเรียกยี่หร่า...กินกับผัดเผ็ด ฯ อร่อยครับ

ใช่ๆที่ถ้ำทะลุเรียกว่า "ใบรา" หรือก็ "ใบยี่หร่า"ค่ะ

บ้านKrudala บ่ได้ฮ้องกะเพราควายเน้อ...แต่ฮ้องว่าอะหยังน้อ....กึดก่อบ่ออก...ก้อมก้อยักษ์...อี้กาหา...เกยกินเปิ้นเอามากับลาบ หรือใส่แกงอ่อมไก่เมือง มันเผ็ดฮ้อนทำฮื้อกิ๋นข้าวลำ เจริญอาหาร ....ว่าอั้นนา

                     

-สวัสดีครับ

1.คุณกอหญ้า....."กระเพราควาย" คนที่พรานกระต่ายเรียกแบบนี้จริง ๆ ครับ.....สงสัยว่าใบมันท่าจะใหญ่..และมีกลิ่นแรง....น่ะครับ....

2.อาจารย์ขจิตครับ..."ใบยี่หร่า" หรือ "กระเพราควาย" หลาย ๆ คนบอกว่า "เป็นชนิดเดียวกัน" แกงใส่เน้อ/ปลา อร่อยครับ.....

3.คุณนงนาท....สงสัยชื่อนี้.....ผมต้อง...ตามหา...แต่เท่าที่เดา ๆ คำตอบก็ตามที่บอกคุณกอหญ้านะครับ...55

4.คุณยายครับ...."กระเพราควาย"ยังขนาดนี้...ผมว่า...หากเจอใบกระเพราที่ใหญ่กว่านี้ ก็เรียก "กระเพราช้าง"ได้เลยครับ.....

5.พี่กานดาครับ...กลิ่นของกระเพราควายจะแรงกว่ากระเพราแดง/ขาว ครับ......

 6.คุณหลวงเวชการ....ขอบคุณที่มาเยี่ยม/บอกสรรพคุณเพิ่มเติม...ยินดีที่ได้ร่วมแบ่งปันครับ....

7.คุณมดตะนอย....ผมชอบ "ผัดกระเพรา" จริง ๆ ซะด้วยหละครับ....555

8.ครู ป.1 ตามที่ อ.ขจิตบอก......ใช่เลย....สุพรรณเรียก "ใบแกงเนื้อ...ขอบคุณที่ทำให้รู้จักชื่ออีก 1 ชื่อครับ...

9.คุณเก๋...อยุทธยา "ผัดเผ็ดคางคก" เมนูนี้.....น่าสนใจครับ 5555

10.คุณนกขมิ้น...ที่บ้านเรียก "ยี่หร่า" ต้นเดียวกันครับ...ผ้ม...

11.พี่หนูรีครับ....ที่ถ้ำทะลุเรียกว่า "ใบรา" หรือก็ "ใบยี่หร่า" .....ได้รู้จักชื่อเพิ่มคือ ..."โบรา" ครับ....

12.KRUDALA ...ครับ....ตังเหนือเปิ้นฮ้องจะไดผมกะบ่ฮู้.....ที่บ้านเมืองเถิน.....บ่เกยหัน...กะลังหันบะเดียวนี้ละครับ.....

-ขอบคุณทุกท่านที่มาเยี่ยมชมนะครับ......

สวัสดีค่ะ ใบแบบนี้ที่กระบี่เรียกว่า "ใบรา"หรือใบยี่หร่าค่ะ

ใช้ใส่แกงคั่ว หรือแกงกะทิค่ะ สามารถใช้ดับกลิ่นคาวได้ดี

หรือถ้าเด็กทารกท้องอืด ก็ใช้ "ใบรา" นี้ละค่ะขยี้ให้ละเอียด

ใส่ผ้าขาวบางประคบที่ท้องจะหายท้องอืดค่ะ

ปักษ์ใต้เรียกยี่หร่าเหมือนน้องหนูรีว่ามาครับ

สวัสดีค่ะ คุณเพชรน้ำหนึ่ง ตามมาดูช้าไปนิดนึง

ที่ปักษ์ใต้เรียกใบรา หรือยี่หร่า เหมือนน้องหนูรีและคุณวอญ่า

พี่เองก็เรียกใบยี่หร่า

-สวัสดีครับ.....

1.คุณสายใจ.....ใบรา...ชื่อเพราะดีนะครับ ทำให้นึกถึง "โนรา" น่ะครับ.....

2.คุณวอญ่า....ยี่หร่า.....หอม ๆ ใส่ผัดเผ็ดปลาดุก.......เผ็ดร้อน......จริง ๆ ครับ....

3.คุณนานา....ใบยี่หร่า....ชื่อนี้สรุปแล้ว มีคนรุ้จักเยอะเหมือนกันนะครับ.....ไม่เหมือน "กระเพราควาย" คงจะมีแต่ที่พรานกระต่ายเรียกน่ะครับ...5555

-ขอบคุณที่มาเยี่ยมชมนะครับ.....

ที่ตากก็เรียกกระเพราควายเหมือนกันค่ะ

ใส่ผัดเผ็ดเนื้ออร่อยที่ซุ้ด

ใบกระเพาควาย ใบยี่หร่า ที่มาของชื่อกระเพาควาย เมื่อสมัยก่อน 50 กว่าปีผมเป็นเด็กเกิดในชนบท บ้านในชนบทจะเลี่้ยงควายไว้ไถนา ไถไร่ มีควายจำนวนมาก เมื่อควายล้ม(ตาย) ก็แบ่งปันกันทั้งเนื้อทั้งเครื่องใน กินกันทั้งหมู่บ้าน เนื้อควายมีกลิ่นคาวต้องใช้ใบยี่หร่าหรือกระเพาควายนี่แหละใส่ในแกงควาย ก็เลยเรียกว่ากระเพาควาย

-สวัสดีครับคุณวันชัย...

-ขอบคุณสำหรับเรื่องราว/ที่มาของชื่อกระเพราควาย ครับ...

-จะนำเก็บไป เล่าต่อ ครับ......

อยากได้เมล็ดพันธุ์เราหาซื้อได้จากที่ไหนคะ

อารีรัตน์ วุฒิสินธ์

ใบกะเพราควายนี้สรรพคุณที่รู้มาจากคุณย่าเป็นที่สุดยอดจริงๆ คือใส่แกงคั่วราดหัวกะทิโรยพรืกขี้หนูสวนข้าวสวยร้อนๆสุดยอดจังเลย สรรพคุณช่วยขยายหลอดเลือด หายหวัด แก้คัดจมูก ที่สำคัญคุณย่าบอกทานบ่อยๆ จะไม่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ ไม่หน้ามืดวิงเวียนศรีษะ ขอให้ทุกท่านแสวงหาปลูกเพื่อขยายพันธุ์ และน่าจะเป็นพืชเศรษฐกิจในอนาคตต่อไป

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี