การเดินทางในลอนดอนวิธีนี้น่าจะประหยัดที่สุดค่ะ

Oyster card  เป็นบัตรที่จะทำให้เราเดินทางในลอนดอนด้วยราคาค่าโดยสารที่ถูกที่สุด

 

               หาซื้อได้ทั่วไปตามจุดที่มีสัญลักษณ์ของ Oyster card การจะซื้อจะต้องไปคุยกับพนักงานขายที่จะอยู่หลังกระจกและคุยกับเราผ่านไมค์  ค่าธรรมเนียมการใช้บัตร (ค่ามัดจำ) 3 ปอนด์ และก็แจ้งคนขายไปว่าเราจะเติมเงินไว้กี่ปอนด์ เราเติมไว้กันคนละ 25 ปอนด์ค่ะ  จากการที่เราผจญภัยอยู่กับเจ้าบัตรอันนี้หลายวันทำให้เราได้รู้ว่า

-          เวลาที่เราแปะเจ้าบัตรนี้กับเครื่องตอนที่จะออกจากสถานีรถใต้ดิน หรือรถบัส  มันจะแจ้งมูลค่าของบัตรทุกครั้งว่าเหลือเงินอยู่เท่าไหร่ อย่าลืมเงยหน้าดูจอด้วยนะคะ เพราะตอนแรกๆ เราจะจ้องแต่ช่องประตูว่ามันจะเปิดให้เราผ่านไปได้มั๊ย (กลัวออกไม่ได้แล้วฝรั่งที่เป็นเจ้าหน้าที่จะต้องมาคุยกับเราค่ะ)

-          ไม่ต้องกลัวว่าจะออกจากช่องประตูไม่ได้แม้ว่าเงินจะไม่พอ  มันจะแจ้งมูลค่าติดลบได้ด้วย

-          การเติมเงินง่ายดายมาก  เติมจากเครื่องเติมเงินอัตโนมัติ ด้วยเงินสด หรือบัตรเครดิตก็ได้  ขั้นตอนคร่าวๆ เป็นแบบนี้ค่ะ

  • เลือกว่าจะทำอะไรที่หน้าจอ touch screen เราก็เลือก top up
  • เลือกมูลค่าจะเติมเงินเท่าไหร่ เราก็เลือกมูลค่าตามต้องการ เช่น  5 pound
  • จ่ายเงินโดยสอดเงิน หรือเสียบบัตรเครดิตที่ช่องรับบัตร จากนั้นเครื่องจะบอกให้เรา remove บัตรของเราออก ก็ดึงบัตรออก
  • เครื่องจะบอกให้เราเอา oyster card แปะที่เครื่องเพื่อ update ก็ต้องรีบเอาไปแปะนะคะ ถ้าช้าจะไม่ทันมันจะบอกว่า fail แล้วก็เสียเงินฟรี  พอแปะเสร็จแล้ว เครื่องก็จะบอกว่า เรียบร้อย ทดสอบโดยการถามมูลค่าเงินโดยการแปะ oyster card กับเครื่องอีกครั้งเพื่อความชัวร์ค่ะ

อันที่จริงก็ไม่ได้ยากมากมายค่ะ  คอยอ่านจากจอให้ดี ตั้งสติให้ดี ก็ทำเป็นละ ชิว ชิว

ส่วนเจ้านี่เป็นเครื่องที่เราจะต้องเอา oyster card ไปแปะ ทั้งเวลาจะเข้า และ ออก รวมทั้งเวลาขึ้นรถเมล์ในลอนดอนด้วย

                และก็ก่อนกลับเมืองไทย  อย่าลืม refund เงินมัดจำคืนด้วยนะคะ  เราจะได้รับเงินมัดจำและเงินที่เหลืออยู่ในบัตรคืนทั้งหมดค่ะ  แต่ต้องอดทนกับการต่อคิวเล็กน้อยเพราะจุดที่เราจะ refund  เป็นจุดเดียวกับที่เราซื้อตั๋วที่สนามบิน Heathrow  แถวจะยาวมากเพราะเค้าอยากให้เราเก็บบัตรไว้เป็นที่ระลึก

                หลังจากที่เราได้ตั๋วเดินทางในลอนดอนแล้วก็มุ่งหน้ากันไปที่พักค่ะ  ที่พักของเราอยู่โซน 2 ตอนที่เลือกที่พักก็เอาถูกเงินไว้ก่อนและขอให้มีอาหารเช้าด้วย ที่สำคัญใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน  ก็ได้ที่พักชื่อ City view Roman Road อยู่ใกล้ๆ กับสถานี Bethnal green พัก 5 คืน รวมจ่ายทั้งหมด 11,258 บาท ห้องก็โอค่ะ มี 2 เตียง กว้างพออยู่ได้  มีอาหารเช้าที่เกินความคาดหมายเพราะกะว่าเค้ามีแค่กาแฟกับขนมปัง แต่ที่นี่มีไส้กรอก  ไข่ดาว ให้ด้วย   โรงแรมในลอนดอนส่วนใหญ่จะให้ check in ประมาณบ่ายสองโมง  ทีนี้เราไปถึงกันประมาณ 11.00 น.  ก็ต้องฝากของเอาไว้ก่อน  และขอใช้ห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟัน  จากนั้นก็เริ่มต้นเที่ยวกันได้เลย.....

สิ่งนี้จำเป็นมากมากต้องมีค่ะ  สายรถไฟใต้ดิน  ขอได้จากที่ขายตั๋วรถไฟใต้ดินสนามบิน Heathrow และที่ขายตั๋ว รวมทั้ง information center ต่างๆ ด้วยค่ะ

การจะเที่ยวในลอนดอนให้ครบ  จะต้องวางแผนการท่องเที่ยวให้ดี และที่สำคัญที่จะต้องรู้ก่อนก็คือ ที่เที่ยวบางที่จะมีเก็บค่าเข้าชมด้วย  ซึ่งจะต้องคำนวณดูว่าถ้าซื้อบัตรลอนดอนพาสจะคุ้มค่าหรือไม่  ลอนดอนพาสก็คือบัตรที่จะทำให้เราเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวที่เก็บเงินได้ฟรี แถมยังไม่ต้องเข้าคิวซื้อตั๋ว จะมีทางลัดให้เราเข้าไปแลกตั๋วเข้าชมได้ก่อน เวลาจะแลกตั๋วเข้าชมเราก็โชว์บัตรลอนดอนพาสให้เจ้าหน้าที่ดู   แต่ทีนี้เราต้องซื้อบัตรก่อนค่ะ  มูลค่าของบัตรก็คิดตามวัน เราซื้อกันแบบ 2 วัน ราคา 55 ปอนด์ จริงๆ ถ้าจะให้คุ้มต้องซื้อแบบ 3 วันขึ้นไปค่ะ  แต่เราคำนวณกันแล้วว่าเราจะมีเวลาเที่ยวกับลอนดอนพาสแค่ 2 วัน ก็เลยซื้อกันแบบนี้  วิธีซื้อก็ซื้อทาง internet จ่ายเงินผ่านบัตรเครดิต  แต่จะต้องไปรับตั๋วที่ลอนดอน   โดยจะมี  Confirmation of London Pass Purchase  ตอบเราทาง e-mail แจ้ง order reference แล้วเราก็ print out ไว้เพื่อแสดงกับเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในลอนดอน  เค้าจะบอกสถานที่ให้เราไปรับหาไม่ยากค่ะ ก็คือที่ Britain Visitor Centre. No. 1 Regent Street, London, SW1Y 4XT.  ในเมืองจะมีแผนที่ให้ดูตามจุดต่างๆ  แล้วชาวลอนดอนเค้าก็จะใจดีกับนักท่องเที่ยวมาก ถ้าเค้าเห็นเราถือแผนที่และทำหน้างงๆ จะเข้ามาถามทันทีว่า "Do you need some help? เข้าทางค่ะ ถามเค้าได้เลย...

ตอนหน้าเราจะเริ่มเที่ยวกันแล้ว  เริ่มจาก Madame Tussauds ละกันค่ะ อ้อ เดือนหน้าเค้าจะมาเปิดที่เมืองไทยแล้วนะคะ