ไม่คิดถึงบ้านหรือ ไม่หรอก นานจนลืม

มีความสันโดษ-2

โสภณ เปียสนิท

...........................    

 

            ลุงคล้าเงยหน้ามองเห็นเณรน้อยจึงส่งยิ้มให้ อวดฟันสีดำเคลือบคราบหมาก “20 กว่าปีแล้วเณร” “ไม่คิดถึงบ้านหรือ” “ไม่หรอก นานจนลืม” “แล้วมาอยู่วัดทำไม่เล่าลุง” “อยู่วัดแล้วสบายดี” “ไม่มีครอบครัวหรือ” “มีแต่มันอยู่ด้วยกันไม่ได้ คิดไม่เหมือนกัน” “ไม่เหมือนกันอย่างไรครับลุง” “เขาว่าผมขี้เกียจ ไม่ขยันหาเงิน” “อ้าว...แล้วไม่จริงหรือ” “ไม่รู้จะหาไปทำไม เงิน” “เอาไว้ใช้จ่ายไงลุง” “หากเราไม่ประหยัด หาเท่าไรก็ไม่พอหรอก” “ลุงเลยไม่หาเงิน” “หานะ หาแต่พอดี เอาเวลาเข้าวัดเข้าวาศึกษาหลักธรรมดีกว่า” “ลุงทำงานอะไร ตอนนั้น” “รับราชการ” “แสดงว่าลุงเรียนสูง” “ก็แค่ปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ” 

            “โฮ้....”  เณรทำหน้าเหมือนเห็นพระอินทร์องค์เขียวๆ ปรากฏตรงหน้า “ไปเรียนอังกฤษใช้เงินมากนะ” “พ่อแม่ส่งครับ” “ครอบครัวลุงมีเงินมากซิ” “พอมี พ่อผมเป็นขุนนาง” เณรยิ่งทำหน้าไม่ถูก ยิ่งคุยยิ่งแปลกใจ ชายชราร่างแกร่งผอมบาง ผิวสีคล้ำ วันๆ เอาแต่กวาดลานวัด ถูกุฏิวิหารโบสถ์ศาลา ล้างจานล้างส้วม แต่งสวน ปลูกต้นไม้ ทุกคนในวัดเรียกใช้โดยสะดวก กลายเป็นลูกเจ้าขุนมูลนาย มีการศึกษาระดับปริญญาโทจากอังกฤษ

                ลุงคล้าเดินมานั่งข้างๆ แล้วกล่าวต่อ “ผมไม่ค่อยคุย เณรอย่าเล่าให้ใครฟังล่ะ” เณรน้อยพยักหน้าเพราะยังงงไม่หาย “ชีวิตมันก็แค่นี้แหละเณร เกิดแล้วตาย ยากดีมีจนขุนน้ำขุนนาง ตายเกลี้ยง” “ทางบ้านไม่แบ่งทรัพย์สินให้บ้างหรือ” เณรห่วงทรัพย์สินแทนลุง “แบ่ง แต่ผมยกให้วัดหมด” “อ้าว..” เณรงงจนทำหน้าไม่ถูกอีกครั้ง ลุงไม่เหมือนคนอื่น จนเพราะอยากจน “ไม่เสียดายหรือลุง” “นิดๆ นะเณร แต่คิดไปคิดมาทำบุญดีกว่า ผมพอแล้ว” “คนอื่นเขาอยากได้ แต่ลุงไม่อยากได้” “ความอยากได้ของคนไม่สิ้นสุด” “ก็จริงอย่างลุงว่า” เณรเห็นด้วย

                “มหาตมะ คานธี มหาบุรุษของอินเดีย กล่าวว่า ทรัพยากรมีเพียงพอสำหรับคนทั้งโลก แต่ไม่พอสำหรับคนโลภ คนเดียว” เณรน้อยใช้ความคิดอย่างหนัก ลุงถือโอกาสคุยต่อ “ทะเลไม่อิ่มน้ำฉันใด จิตใจย่อมไม่รู้จักพอฉันนั้น” “ลุงพูดคำคมดี ผมชอบ” “ผมไม่ได้พูดเองหรอกเณร” “ลุงเอามาจากไหนครับ” “พระสอนไว้” “พระองค์ไหนเล่าลุง” เณรคิดไปถึงหลวงปู่ หลวงตาบางองค์ “พระพุทธเจ้าโน่น” “ลุงเข้าใจหลักธรรมได้ดี” “ผมอยู่วัดนานแล้ว ถือว่าธรรมดา”