ขอฝากเป็นข้อคิดสำหรับท่านสุภาพสตรีทั้งหลาย หากท่านมีครอบครัวแล้วและมีลูกด้วยกันหากท่านยังไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับฝ่ายชายไม่ว่าด้วยเหตุประการใดก็ตาม ขอให้คิดตระหนักถึงสิทธิอันจะยังประโยชน์ที่ควรมีควรได้ของลูกที่จะได้รับจากผู้เป็นพ่อด้วย ให้รีบจัดการให้ผู้เป็นพ่อรับรองบุตรเสียให้ถูกต้อง
เชื่อหรือไม่ DNA.คือลายแทงขุมทรัพย์
ไม่ต้องสงสัยครับ ขอให้ท่านผู้อ่านเชื่อเถอะว่า DNA. คือลายแทงขุมทรัพย์จริงๆ ก่อนจะรู้เรียนว่ามันเป็นลายแทงขุมทรัพย์อย่างไร ขอทำความเข้าใจตามหลักวิชาเสียก่อนว่า DNA.คืออะไร (ถ้าความหมายอย่างย่อที่ผมชี้แจงนี้ผิด ขอความกรุณาท่านกูรูโปรดแก้ไขให้ด้วยจะเป็นพระคุณแก่ท่านผู้อ่านและต่อตัวผม ก็ขอขอบพระคุณไว้ ณ.ที่นี้ด้วยครับ)
DNA. เป็นคำเรียกที่ย่อมาจากคำว่า Deoxyribonucleic acid คำนี้อ่านว่า ดีอ๊อกซีไรส์โบร์นิวส์คลีอิกส์ เอสิกด์ ซึ่งเป็นชื่อของสารพันธุกรรม ที่สามารถตรวจพบได้จากในใจกลางของเซลล์สิ่งมีชีวิตทุกชนิดไม่ว่าจะเป็น คน หรือ พืช หรือ สัตว์ ก็สามารถตรวจหา DNA. หรือสารทางพันธุกรรมได้ ในทางหลักการทางวิทยาศาสตร์สารพันธุกรรมนี้สามารถถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตรุ่นถัดไปได้จึงทำให้ทราบถึง พ่อ แม่ ลูก ซึ่งในทางกฎหมายยอมรับเป็นพยานหลักฐานที่จะทำให้ศาลพิจารณาสืบค้นหาความจริงได้อีกส่วนหนึ่ง อันนี้ผมยืนยันนะครับว่า DNA. เป็นเพียงส่วนหนึ่งของพยานหลักฐานเท่านั้น DNA. เพียงอย่างเดียวยังไม่อาจจะรับฟังเพื่อชี้ถูกหรือผิดได้ทันที ยังจะต้องมีหลักฐานและพยานอื่นอีกที่จะทำให้เชื่ออย่างเจือสมกันศาลจึงจะเชื่อถือเอา DNA. มาเป็นข้อพิจารณาตัดสินคดี
เอาพอเข้าใจนะครับ เพราะผมเองก็เรียนรู้ทำความเข้าใจมาแค่พอเป็นแนวทางในการสอบและสืบพยานในศาลเท่านั้น มิได้ศึกษาเรียนรู้จนถึงขั้นต้องไปบอกออกข่าวให้ใครต้องตรวจวิเคราะห์หาสาร DNA. เสียก่อนจึงจะยอมรับว่ารู้เรื่อง DNA.อย่างลึกซึ่ง.....แฮ.....(ผมไม่ได้คิดถึงใครเลยนะ....ท่านคิดทำไม.....ฮิ.ฮิ.)
พักสายตาหน่อยเป็นไร.....

กลับมาเข้าเรื่องที่จะเล่า DNA. คือลายแทงขุมทรัพย์
เออ...มันเกี่ยวกับลายแทงขุมทรัพย์ตรงไหน...งง...คิดไม่ออกหละซิ......ฮิ.ฮิ.
เรื่องมีอยู่ว่า....ประมาณปี 2527 ผมได้รับการว่าจ้างให้เป็นผู้สืบค้นขุมทรัพย์ของบุรุษผู้มีฐานะท่านหนึ่ง ซึ่งท่านเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ โดยบุรุษท่านนี้ไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะเข้าทำการรักษาตัวอยู่ได้ประมาณ 7 วัน ในวันสุดท้ายที่บุรุษท่านนี้เสียชีวิต ผมกับท่านสุภาพสตรีพร้อมกับบุตรชายหนึ่งคน อายุ 4 ขวบ และบุตรหญิงหนึ่งคน อายุ 3 ขวบ ซึ่งจากหลักฐานการแจ้งเกิดระบุว่าบุรุษท่านที่กล่าวนี้เป็นบิดา แต่เด็กทั้งสองเป็นบุตรนอกสมรสของบุรุษท่านนี้ เมื่อได้ไปแสดงตัวกับครอบครัวภรรยาหลวงของบุรุษท่านนี้ซึ่งมีทะเบียนสมรสอย่างถูกต้อง และมีบุตรด้วยกัน สี่ คน พอภรรยาหลวงทราบว่าสามียังมีภรรยาน้อยอีกคนและมีบุตรด้วยกัน สอง คน ก็เกิดข้อโต้แย้งกันพอสมควร เพราะฝ่ายภรรยาหลวงไม่เคยรับรู้รับทราบมาก่อน (รักษาความลับได้ยอดจิงจิง....เป็นความสามารถเฉพาะตัว คุณผู้ชายไม่ควรอ่านโดยปลอดคำชี้แนะจากคุณผู้หญิงครับ...ฮิ.ฮิ.) ผมจึงขอนัดเจรจากันหลังจากจัดการงานศพตามประเพณีเสร็จสิ้นแล้ว และแจ้งไว้ว่าฝ่ายภรรยาหลวงควรมีทนายความอยู่ด้วยในระหว่างเจรจากัน ศึกครั้งนี้จึงพักลงชั่วคราว
ก่อนไปต่อขอทำความเข้าใจกับคำว่า บุตรนอกสมรสของฝ่ายชาย ซักกะหน่อย เอาแบบที่เข้าใจง่ายๆจะไม่อธิบายแบบตอบข้อสอบกฎหมายนะครับ
“ บุตรนอกสมรสของฝ่ายชาย ” คือบุตรซึ่งเกิดจากพ่อแม่ที่ไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันตามกฎหมายเมื่อมีลูกกัน ภาษากฎหมายจึงเรียกว่าบุตรนอกสมรสของฝ่ายชาย หรือเป็นบุตรที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชายนั้นเอง แต่ถือเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายหญิงเสมอ ฝ่ายหญิงจึงมีอำนาจปกครองบุตรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเพลานี้หนุ่มสาวไทย หลายคู่อยู่กินกันอย่างสามีภรรยา ทั้งเปิดและปิด โดยไม่มีการจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมายหากฝ่ายชายสิ้นอายุขัยไปก่อนก็จะเกิดผลเสียต่อผู้เป็นลูกและฝ่ายที่ยังมีชีวิตอยู่ในเรื่องของทรัพย์มรดกของฝ่ายชาย ในความเห็นของผมโดยส่วนตัวแล้วขอแนะนำให้จดทะเบียนสมรสให้ถูกต้องเสียเถอะครับ เพื่อสิทธิต่างๆบรรดามีต่อทรัพย์สินเงินทองภายหน้าที่คู่สมรสอาจสิ้นอายุขัยลงจะสามารถจัดการได้โดยง่ายผมเชื่อว่ามีหนุ่มสาวน้อยรายที่อยู่กินอย่างสามีภรรยาแล้วเมื่อไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันจะคิดจัดการทรัพย์สินเผื่อตายโดยจัดทำพินัยกรรมไว้
พักปัสสาวะแล้วดื่มน้ำ ห้ามพักดื่มน้ำปัสสาวะครับ ผิดขั้นตอน....ฮา.....
กลับมาเข้าเรื่องต่อนะ
ด้วยเหตุที่ภรรยาน้อยมาทีหลังจดทะเบียนสมรสซ้อนก็ไม่ได้เป็นโมฆะเป็นได้แค่บ้านเล็ก บ้านใหญ่เป็นได้เฉพาะภรรยาที่จดทะเบียนสมรส...เออ....ฝ่ายชายทำธุรกรรมในอ้อมแขนทุกอย่างแบบเดียวกับบ้านใหญ่แต่ได้สิทธิตามกฎหมายไม่เท่ากันแปลกจิงจิง....แต่เท่าที่เห็นผมบ้านก็หลังใหญ่อยู่นะมีเนื้อที่ สามร้อยกว่า ตารางวา ใหญ่กว่าบ้านผมตั้งเยอะ เรียกบ้านเล็กได้ไง....ผมก็งง....ฮา.....
เมื่อจดทะเบียนสมรสไม่ได้จึงก่อเกิดปัญหาบุตรนอกสมรสของฝ่ายชายขึ้นบุตรขาดสิทธิในการรับมรดกของฝ่ายชาย ทีนี้จะทำอย่างไรหละ.......คบกับผมแล้วมีหรือจะไม่หาเรื่องให้.......ฮิ.ฮิ....
เสร็จจากการจัดการงานศพตามประเพณีแล้ว เวลาผ่านไปประมาณ สอง เดือน เหมาะควรจะต้องเรียกร้องสิทธิในทรัพย์มรดกให้แก่บุตรนอกสมรสทั้งสองแล้ว จึงนัดหมายเจรจากัน ในการเจรจาฝ่ายบ้านเล็กเสนอข้อเรียกร้องตามการให้คำชี้แนะของผมดังนี้
1.ขอให้กองมรดกส่งเสียให้การศึกษาแก่บุตรนอกสมรสทั้งสองเป็นรายเดือนๆละ 10,000.บาทต่อคนพร้อมทุนการศึกษาปีละ 100,000.บาทต่อคนโดยกองมรดกจะต้องจ่ายให้จนกว่าจะจบการศึกษาปริญญาตรี หรือจนกว่าเด็กทั้งสองจะอายุครบ 25 ปี ตามแต่อย่างใดจะถึงก่อน
2.ขอให้เปิดบัญชีเงินฝากประจำไว้ให้แก่เด็กทั้งสองคนละ 5,000,000.บาท และให้เด็กทั้งสองมีสิทธิเบิกจ่ายได้เมื่ออายุ 20 ปี
นี้คือข้อเสนอ ซึ่งผมเห็นว่าไม่ได้เรียกร้องเกินจำเป็น ทั้งนี้เพราะกองมรดกกองนี้มีทั้งเงินฝากธนาคารหลายร้อยล้าน หุ้นในบริษัทที่เป็นกิจการหลักมียอดขายปีละกว่า พัน ล้าน และยังมีที่ดินอีกมาก แต่ผมได้แนะนำให้ขอแต่เพียงน้อยอาจได้รับความกรุณาจากบ้านใหญ่โดยไม่ต้องฟ้องร้องกัน และอีกประการผมเห็นว่าหากให้ฝ่ายบ้านเล็กใช้สิทธิเรียกร้องเต็มตามกฎหมาย ด้วยมูลค่าของกองมรดกที่มากกว่าสองสามพันล้าน เด็กทั้งสองและบ้านเล็กอาจไม่ปลอดภัย
เมื่อเสนอไปแล้ว
คำตอบที่ได้รับจากทนายของบ้านใหญ่คือ ไม่ตกลง เพราะบ้านใหญ่ไม่เชื่อว่าเด็กทั้งสองเป็นลูกของสามี
มีหรือที่ผมจะยอม...ฮิ.ฮิ....กลัวไม่จ่ายค่าทนาย.....ฮา......เรื่องจึงไปถึงศาล โดยผมได้ยื่นคำร้องต่อศาลข้อให้ศาลมีคำสั่งว่า เด็กทั้งสองเป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของฝ่ายชาย ขอให้ศาลทำการไต่สวน (คดีประเภทนี้ต้องเสนอคดีต่อศาลเป็นคำร้องครับไม่ได้ทำเป็นคำฟ้อง เข้าใจตามนี้ก็พอผมจะไม่อธิบายนะครับเดี๋ยวยาว.....ฮิ.ฮิ....ที่อ่านมาแล้วสั้นตายหละ....ฮา....)
เมื่อยื่นคำร้องไปแล้ว ก่อนถึงวันนัดไต่สวนคำร้อง ฝ่ายบ้านใหญ่ก็ยื่นคำคัดค้านเข้ามาในคดี เป็นคดีมีข้อพิพาท ศาลก็ทำการสืบพยานทั้งสองฝ่าย
ทางฝ่ายผมมีหลักฐานเด็ดที่นำมาแสดงคือ
1.หลักฐานใบแจ้งเกิดและทะเบียนบ้าน ซึ่งฝ่ายชายเป็นผู้ไปแจ้งเกิดเอง และเป็นผู้แจ้งว่าตัวเป็นพ่อของเด็กและให้ใช้นามสกุลของฝ่ายชาย
2.หลักฐานจากโรงพยาบาลที่ฝ่ายชายเป็นผู้จ่ายเงินค่าทำคลอดและค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งหลักฐานการเซ็นอนุญาตให้แพทย์ทำการผ่าตัดทำคลอดเด็กทั้งสอง
3.หลักฐานกรุ๊ปเลือดของเด็กทั้งสอง เป็นเลือดกรุ๊ป O ส่วนของฝ่ายชายเป็นเลือดกรุ๊ป A และตัวภรรยาน้อยเป็นเลือดกรุ๊ป A
ผลคำพิพากษาของศาล
เด็กทั้งสอง เป็นบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายครับ เหตุเพราะหลักฐานทั้งสามอย่างเจือสมกันจนทำให้ศาลเชื่อว่าเด็กทั้งสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย เพราะผู้ตายรับรองแล้ว (ผู้ตายในที่นี้คือฝ่ายชายซึ่งเป็นสามีของบ้านใหญ่ครับ)
เพื่อความเข้าใจอีกหน่อย...ผมขอยกเอาประมวลกฎหมายแพ่ง มาตรา 1555 มาให้อ่านเล่นๆ พอรู้เรียนว่าทำไมศาลจึงตัดสินให้เด็กทั้งสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตายมีตามนี้ครับ (เอาตามที่แก้ไขใหม่แล้วนะครับเพราะอาจยังประโยชน์ต่อคู่สมรสบางท่าน)
มาตรา 1555 ในคดีฟ้องขอให้รับเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเด็กเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมายของชายเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(1) เมื่อมีการข่มขืนกระทำชำเรา ฉุดคร่า หรือหน่วงเหนี่ยวกักขังหญิงมารดาโดยมิชอบด้วยกฎหมายในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
(2)เมื่อมีการลักพาหญิงมารดาไปในทางชู้สาวหรือมีการล่อลวงร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้
(3)เมื่อมีเอกสารของบิดาแสดงว่าเด็กนั้นเป็นบุตรของตน
(4)เมื่อปรากฏในทะเบียนคนเกิดว่าเด็กเป็นบุตรโดยมีหลักฐานว่าบิดาเป็นผู้แจ้งการเกิดหรือรู้เห็นยินยอมในการแจ้งนั้น
(5)เมื่อบิดามารดาได้อยู่กินด้วยกันอย่างเปิดเผยในระยะเวลาซึ่งหญิงมารดาอาจตั้งครรภ์ได้
(6)เมื่อได้มีการร่วมประเวณีกับหญิงมารดาในระยะเวลาซึ่งหญิงนั้นอาจตั้งครรภ์ได้ และมีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเด็กนั้นมิได้เป็นบุตรของชายอื่น
(7)เมื่อมีพฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตร
พฤติการณ์ที่รู้กันทั่วไปตลอดมาว่าเป็นบุตรนั้น ให้พิจารณาข้อเท็จจริงที่แสดงความเกี่ยวข้องฉันบิดากับบุตร ซึ่งปรากฏในระหว่างตัวเด็กกับครอบครัวที่เด็กอ้างว่าตนสังกัดอยู่ เช่น บิดาให้การศึกษา ให้ความอุปการะเลี้ยงดูหรือยอมให้เด็กนั้นใช้ชื่อสกุลของตนหรือโดยเหตุประการอื่น
ในกรณีใดกรณีหนึ่งดังกล่าวข้างต้น ถ้าปรากฏว่าชายไม่อาจเป็นบิดาของเด็กนั้นได้ให้ยกฟ้องเสีย
พักสายตาอีกทีนะครับ

มาต่อกันครับ
คราวนี้มาที่ผลของการตัดสินคดีของศาลชั้นต้น ฝ่ายบ้านใหญ่ยังสงสัยติดใจและเห็นแย้งกับคำพิพากษา เพราะยังเชื่อว่าเด็กทั้งสองไม่ใช้ลูกของสามีตัวเอง เหตุเพราะเด็กมีเลือดกรุ๊ป O ส่วนสามีตัวเองมีเลือดกรุ๊ป A จึงอุทธรณ์คำพิพากษาต่อไป และเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้นคือ เด็กทั้งสองเป็นบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้ตาย ก็มีการฎีกาต่อไป แต่ก่อนที่จะมีการอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา ทั้งสองฝ่ายได้มีทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน เด็กทั้งสองจึงได้รับเงินเพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวคดีจึงจบลง
ท่านอาจสงสัยว่าบ้านใหญ่ต้องยอมความ ทำไมไม่ฟังคำพิพากษาของศาลฏีกา เพราะฝ่ายผมอาจแพ้คดีก็ได้ ใจเย็นโยม......สาเหตุมันมีครับ....แฮ....
จากการที่ผมได้เจรจากับท่านทนายฝ่ายบ้านใหญ่ เราต่างมีความคิดเห็นคล้ายกันว่ามันเป็นเยี่ยงนี้ครับ
1.จากหลักฐานการรับรองบุตร จากการไปแจ้งเกิดด้วยตนเองของสามีบ้านใหญ่มันเข้ากับข้อสันนิษฐานของกฎหมายอย่างแจ้งชัด ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ก็พิจารณาตรงส่วนนี้เห็นตรงกัน
2.หลักฐานจากการเซ็นยินยอมให้ทำการผ่าตัดทำคลอดเด็กทั้งสองก็เจือสมกันกับหลักฐานการแจ้งเกิดของเด็ก
3.กรุ๊ปเลือดของเด็กทั้งสองแม้จะเป็น กรุ๊ป O แต่จากการเบิกความโดยผู้เชี่ยวชาญที่เป็นผู้ตรวจพิสูจน์ ก็เบิกความยืนยันตามหลักวิชาการว่า มีความเป็นไปได้ที่ กลุ่มเลือดกรุ๊ป A กับ A จะถ่ายทอดสายเลือดไปเป็น O หรือ A ก็ได้ เว้นแต่กรุ๊ปเลือดของเด็กทั้งสองจะเป็นกรุ๊ปเลือด B หรือ AB เท่านั้นจึงจะนำเอากรุ๊ปเลือดมาสืบพิสูจน์เป็นทางปฏิเสธได้ว่าเด็กไม่ใช่ลูก (การถ่ายทอดสายเลือดระหว่าง พ่อ แม่ ลูก มีกำหนดไว้ถึงความเป็นไปได้ในทางวิชาการหลายกลุ่มหากท่านใดต้องการทราบก็ต้องค้นหาเอาเองนะครับ เพราะหากให้ผมอธิบายจะยาวมากๆ.....ไม่รู้เป็นงัยกลัวยาว....ฮิ.ฮิ...)
4.ตัวผมเองได้แจ้งกับท่านทนายฝ่ายบ้านใหญ่ให้ทราบว่าหากเราชนะคดีในชั้นศาลฎีกาอีก ฝ่ายเราจะใช้สิทธิการเป็นทายาดผู้มีสิทธิรับมรดกอย่างเต็ม 100 % ซึ่งกองมรดกขณะนั้นมีประมาณ สามพันกว่าล้าน ทายาดกองมรดกเดิมมีอยู่ 5 ท่านจะได้แบ่งกันคนละประมาณ หกร้อยล้าน เมื่อศาลพิพากษาคดีถึงที่สุดฝ่ายผมชนะคดีเสร็จเด็ดขาดแล้ว ทายาดจะเพิ่มเป็น 7 ท่าน จะได้แบ่งกันเพียง สี่ร้อยกว่าล้าน ซึ่งฝ่ายผมจะได้มาประมาณ แปดร้อยกว่าล้าน (ถ้าไม่ถูกทำให้สิ้นอายุขัยเสียก่อน....เสียววุ้ย.....ผมไม่เกี่ยวเน่อ.....ฮา.....)
ด้วยเหตุที่ว่ามานี้หละครับ ฝ่ายบ้านใหญ่จึงยอมจบคดีโดยจ่ายเพิ่มให้เด็กทั้งสองคนละ 20,000.บาท/เดือน ทุนการศึกษาคนละ 200,000.บาท/ปี จนกว่าจะจบ ปริญญาเอก หรือจนกว่าอายุครบ 27 ปี แล้วแต่อย่างใดจะถึงกำหนดก่อน และมีเงินฝากประจำให้อีกคนละ สิบล้านบาท กำหนดให้เบิกถอนได้เมื่ออายุครบ 20 ปี
ในส่วนของบ้านเล็กเอง
ผมแนะนำให้ยินยอมรับข้อตกลงนี้ เพราะผมพิจารณาจากรูปการต่างๆแล้ว หากจะเรียกร้องสิทธิตามกฎหมายให้ได้เต็มร้อย คงต้องต่อสู้คดีกันต่อไปอีกหลายปี และผมเชื่อว่าโอกาสที่ฝ่ายบ้านเล็กและเด็กทั้งสองจะหมดอายุขัยก่อนวัยที่สมควรเป็นไปได้มากถึงมากที่สุด
หยุดพักดื่มกาแฟหรือปัสสาวะก็ไม่ผิดครับนะครับหมายถึงดื่มเฉพาะกาแฟนะ ฮิ.ฮิ...

นักเรียนหลังห้อง รีบมาจองเก้าอี้ค่ะ ;) ยินดี ท่านทนายแปดฯ มาแบบเอาใจวัยสะรุ่นมากๆ๕ ๕ ;) โห คดีตั้งแต่ปี ๒๗ แถมมีบ้านใหญ่ บ้านเล็กด้วย .. เรื่องยาวจริงๆ ค่ะ นร. หลังห้อง ขอชมภาพดอกไม้งามๆ อิ่มเอมใจ ก่อน ระหว่างรอบรรดานร. แถวหน้ามา ;)
สวัสดีครับคุณ
poo ดำอันดามัน
ฮิ.ฮิ. ไม่ได้สัมมนาด้วยเป็นเวลานาน นี้รีบมาจองโต๊ะหลังห้องไว้ก่อนเลยนะ
คุณปูสบายดีนะครับ ผมติดค้างค่าแจ้งข่าวไว้จะรีบจัดค่าจ้างงามๆไปให้ครับ
ขอบคุณครับที่เป้นแฟนพันแท้โดยไม่ต้องตรวจ ดีเอ็นเอ.....ฮา....
อ้าว..จบแล้วเหรอ...
โทษที ๆ เผลอหลับไป..
ว่าแต่...
ค่าทนายนะ..มั้งดิ..อิอิ..
สวัสดีครับท่าน
เกษตร(อยู่)จังหวัด
ท่านเกษตรสบายดีนะครับ ผมหายไปนานมัวไปตรวจหา ดีเอ็นเอ. อยู่ขออภัยด้วยนะครับที่ทำให้การอ่านบทความขาดตอนไป
ฮิ.ฮิ....เจอหน้าก้คิดจะแบ่งค่าทนายให้อยู่...แต่เห็นนั่งหลับ..เลยให้แค่ ห้า บาท แต่ต้องทอน สิบบาท นะครับท่าน....แฮ....ว่าแต่ท่านไม่เถอะมีใครเรียกร้องให้ไปตรวจ ดีเอ็นเอ. ป่าวยากรู้จัง....ฮา....
ขอบพระคุณครับที่ติดตามให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ
26 ปี เด็กๆทั้ง 2 ก็เบิกเงินได้แล้วนะคะ
พักสายตาชมดอกไม้งามๆดีจังค่ะ
ได้ความรู้เพิ่มขึ้นขอบคุณมากค่ะ
โห.....คุณทนาย
หายไปนานนนนนนคิดถึงจัง...
กลับมาคราวนี้เลยยาวเลย....หมายถึงเนื้อหานะคะอิ อิ
ได้ความรู้ทางกฎหมายเพิ่มเติมให้สมองบ้างครั้งละนิดสองนิด อีกหน่อยก็เก่งเองเนาะ
บางครั้งบ้านใหญ่อาศัยบ้านหลังเล็กๆ แต่..บ้านเล็กอาศัยบ้านหลังหญ่ายๆอยู่ก็มีมากมาย มันอยู่ที่พ่อเจ้าประคุณคนกลางด้วยแหละ....ไร้มาตรฐาน หุ หุ
คุณทนายบันทึกเรื่องได้ทันสมัยเปี๊ยบเลย เพราะเรื่องนี้กำลังดังเปรี้ยงปร้างชนิดข่าว แข่งเทนนิสระดับประเทศชิดซ้ายไปเลย....แล้ว....แล้ว...หากว่า DNA มันไม่ใช่ขุมทรัพย์ล่ะ คงไม่มีใครดิ้นรนที่จะตรวจหรอกนะคะว่าไหม??
คุณทนายคงสบายดีนะคะ...
แค่อ่านก็ยังมึนกับขุมทรัพย์ เพียงแค่ตัวเลขมหาศาลนะคะ มิน่าเค้าจึงพยายามอยากจะตรวจดีน่า กันจัง ;) ... ส่วนแฟนพันธุ์แท้ ไม่ยอมค่ะ ไม่ยอมให้ตรวจเด็ดขาด เพราะเกรงใจ ไงๆ ก็มั่นใจเกินล้าน แบบไร้ขุมทรัพย์มีแต่ลายแทง ... งงๆ เขียนเองยังงงๆ เอง กฏหมายทำเอา หัวหมุน มึน ยากมากมาย ไว้อยู่เฉยๆ รอค่าจ้างงามๆ อย่านานนะคะ ดอกเบี้ยเพิ่ม ;)
ว้า แล้วเด็กหลังห้อง ก็มาจองที่นั่งประจำคนแรกอีกแล้ววันนี้ .. ครูขา สงสัยว่า นักเรียน จะหายไปกันหมดแล้ว .. อ๋อๆ อยู่ช่วงปิดเทอมนี่เอง ค่ะ เอ รึ อาจจะไปตามลายแทงขุมทรัพย์ เพื่อมาสัมมนา ก็มิรู้ได้ อิ อิ .. ว่าแล้วก็ ไปชมทะเลสาบ ดีกว่าค่ะครู อิ อิ ;)
เมนท์หน้านี้ หน้าโน้นมา ไม่ทราบไปนอนหลับอยู่ที่ไหน ช่วยลบ หน่อยนะจ๊ะ (รวมทั้งเมนท์นี้ด้วย) มันมากไป..เดี๋ยวคนจะหมั่นไส้ขว้างบ้านเอา..5555555
สวัสดีครับคุณ
กานดา น้ำมันมะพร้าว
ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณย้อนไปเมื่อกาลก่อน (ดู ศิราพัชรฯ.มากไป ฮิ.ฮิ..)เรื่องที่คุณกานดาส่งหนังสือ ไปให้ สาม เล่ม เป็นประโยชน์อย่างมากครับ แทนคำขอบคุณผมขอตั้งจิตเพื่อขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณกานดานับถือบูชาโปรดประทานพรให้คุณกานดาไกล้ห่างจากโรคาพยาธิทั้งปวงนะครับ
เด็กทั้งสองเบิกเงินได้หลายปีแล้วครับ และเมื่อ ปีที่แล้ว คุณแม่ของเด็กทั้งสองได้พาเด็กทั้งสองแวะมาเยี่ยมผม ทราบว่าน้องผู้หญิงจบ แพทย์ ส่วนน้องผู้ชายมีคำนำหน้าว่า ดร. ครับ
ขอบพระคุณอีกครั้งครับที่ติดตามอ่านบันทึกและให้กำลังใจตลอดมา
สวัสดีครับคุณ
krugui Chutima
คุณครูกีร์สบายดีนะครับ ผมหายไปนานคิดถึงชาว G2K มากครับ เมื่อภาระกิจเสร็จสิ้นก็รีบเขียนบันทึกทันที นี้ก็ยังไม่ได้เข้าไปตอบความเห็นในบันทึกก่อนหน้านี้เลย อีกสักวันสองวันคงได้มีเวลาเข้าไปตอบความเห็นในบันทึกก่อนนี้ครับ
ผมรับทำคดีนี้นี้เพราะคิดถึงสิทธิประโยชน์ของเด็กที่ควรมีควรได้ พ่อ-แม่ ของเด็กจะกระทำในสิ่งที่ถูกควรหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่เด็กที่เกิดมามีกฎหมายรับรองสิทธิให้กับเด็ก ผมไม่รับมาทำ ทนายท่านอื่นก็ต้องทำให้อยู่ดี เพียงแต่ผมไม่ได้ให้เด็กใช้สิทธิเต็มตามกฎหมายเท่านั้นเพราะผมมองในมุมที่ว่าจะไม่เป็นธรรมกับบ้าน
เมื่อปีก่อนได้พบกับเด็กทั้งสองผมถามว่าติดใจหรือไม่ที่ผมทำมาให้เพียงเท่านี้ เด็กทั้งสองยังบอกว่าอยากจะไปกราบขอบพระคุณทางบ้านใหญ่ ที่เมตตาต่อเขา
ฮิ.ฮิ...ผมบันทึกเรื่องสิทธิของ บุตรนอกสมรสของฝ่ายชาย ให้ได้รับทราบกันเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาให้ชายใดไปตรวจ DNA.ซักกะหน่อย....คุณครูคิดไปเอง....แฮ....
ขอบพระคุณที่ติดตามให้กำลังใจครับ
สวัสดีครับ คุณ
poo ดำอันดามัน
ดีใจจังที่เด็กหลังห้องตั้งใจมาหลับอย่างเป็นสุข แล้วฝันถึงทะเลสาป ชวนคุณครูดาวเรืองฝันไปด้วยซิครับ เห็นนั่งหลับอยู่ใกล้กัน...ฮิ.ฮิ..
ขอบคุณสำหรับภาพทะเลสาปสวยๆครับ เห็นแล้วรักทะเลอีกเป็นกอง
พรุ่งนี้จะส่งค่าจ้างไปให้ครับ
สวัสดีครับคุณครู
ดาวเรือง
คุณครูสบายดีนะครับ.....เห็นสวยขึ้น....ไปแอบทำสวยที่ไหนมาครับ.....แฮ....
ฮิ.ฮิ...แค่ สาม เมนท์ เองครับมีคนไปขวางบ้านยังครับ บางที่เขาไม่รู้จักบ้าน เดี๋ยวผมหาแผนที่ให้ก็ได้ครับ.....ฮา....
แฮ....ข้อหาหมิ่นประมาท......ค่าจ้างฟ้องแพงนะ.....ฮิ.ฮิ..ยอมพักดื่มน้ำปัสสาวะไปก่อนเถอะครับจะได้ไม่ต้องเสียตังค์.....ฮา....
เห็นคุณครูบอกว่าจะจ้างทนายให้ฟ้องบ้านเล็ก.....นึกดีใจว่าจะได้ค่าจ้างเงินล้าน (ตาลายนะ) พอเห็นแอบอยู่หลังห้องกับคุณปูดำอันดามัน ชักไม่แน่ใจอ่านอีกที....ฮิ.ฮิ....แบ่งหนี้ให้...หลายล้าน...ผมจะรับมาก็เกรงใจลูกๆของคุณครู....แฮ....และอีกอย่างทราบข่าวว่า....คนข้างกายคุณครู..ยิงแม้น...ใช่ป่าว....เออ...ขอไปตรวจอายุขัยก่อนรับคดี.....หากDNA. ไม่ตรงเห็นทีอายุขัยจะหมดอายุแบบทันด่วน...ฮา...
ผมรับทำคดีนี้ไม่ได้คิดว่าใครเป้นบ้านเล็ก หรือบ้านใหญ่เลย คิดแต่สิทธิประโยชน์ของ ลูกนอกสมรสของฝ่ายชายที่ควรมีควรได้ ตามที่กฎหมายรับรองไว้เท่านั้นครับ
บ้านใครที่คุณผู้ชายดุ....ให้ล้ามโซ่ไว้ให้มั่นคงนะครับ...อย่าให้โซ่หลุดเน่อ...เดียวหาว่าไม่เตือนกัน.....ฮา...
ภาพที่ส่งเข้าประกวด...งามครับ ตรงดอกลีลาวดีมีประกายดาวด้วย...ถ่ายได้ดีครับ
ขอบพระคุณครับที่ติดตามให้กำลังใจ
สวัสดีค่ะ
มาหาขุมทรัพย์ค่ะ...ดีเอ็นเอ นี่ก็ช่วยคนได้มากมายดีนะคะ ถ้าไม่มีมันหลายๆคนคงเเย่เเน่เลย
สวัสดีครับคุณ
มนัสนันท์
ไม่ได้พบกันนาน คุณแมวสบายดีนะครับ
ใช้ครับ ดีเอ็นเอ.สามารถช่วยคนได้มากครับ หากนำมาใช้ในแง่ของนิติวิทยา
หลายคดีที่ ดีเอ็นเอ.สามารถกำหนดความยุติธรรมได้อย่างแจ้งชัด
ขอบคุณที่ติดตามอ่านบันทึกและให้กำลังใจตลอดมานะครับ
ว้าว คุณครูทนายฯกลับมาจากสะสาง เรื่องลายแทงฯ แล้วนะคะ ห้องเรียน เงียบๆ ฝั่งลาดพร้าวน้ำท่วมไหมคะ
สวัสดีค่ะ
๕ ๕ อ่านสำนวนครูกะพี่สาวดาวเรืองใหญ่ โต้ไปมา หนุกกว่าดูละครเยอะเล้ย ;) แต่เอ ค่าจ้าง ผ่านไปก็นานอักโข ดอกเบี้ยบานเท่าบ้านดอกเห็ดแล้วค่ะ .. อิ่มหรอยมือ้เย็นค่ะ