บทความเรื่อง What’s So Great About Organic Food? ในนิตยสาร ไทม์ ฉบับวันที่ ๖ ก.ย. ๕๓ ข้อโต้แย้งในบทความด้านที่ไม่ชื่นชมอาหารอินทรีย์คือมันแพงโดยไม่จำเป็น หรือไม่คุ้มค่า เพราะสิ่งที่อาหารอินทรีย์มี โดยอาหารธรรมดาไม่มีนั้น แตกต่างกันน้อยมาก
ผมคิดต่าง เหตุผลที่ผมอยากกินอาหารอินทรีย์อยู่ที่ “ไม่มี” เป็นหลัก คือ (๑) ไม่มีสารพิษแถมมาให้เรากิน (๒) ไม่มีการทำลายสิ่งแวดล้อม ซึ่งตรงกับข้อความในบทความนี้พอดี ว่าเวลานี้อาหารกำลังฆ่าเรา และฆ่าโลกด้วย
ที่ว่าอาหารฆ่าคนนั้น เขาให้หลักฐานว่าคนกำลังเดือดร้อนจากการกินอาหารมากเกินไปทำให้อ้วน ใน สรอ. คนร้อยละ ๒๗ อ้วน ในยุโรปก็มีคนอ้วนเกินร้อยละ ๒๐ เขามีตัวเลขว่าอุตสาหกรรมผลิตอาหารของสหรัฐผลิตอาหารมากเกินไป คือผลิตสำหรับกินคนละ ๓,๘๐๐ กิโลแคลอรี่ต่อวัน ในขณะที่ความต้องการเพียง ๒,๓๕๐ ผลิตเกินจำเป็นกว่าร้อยละ ๖๐ ปัญหามันอยู่ที่ระบบ
เพื่อให้ได้ผลผลิตสูง การผลิตพืชและสัตว์จึงใช้สารเคมี และสารเคมีตกค้างเหล่านี้กำลังฆ่าเรา รวมทั้งฆ่าระบบนิเวศตามธรรมชาติของโลกด้วย
เขาบอกว่า มีขบวนการปลูกผักสวนครัวในสวนหลังบ้าน แต่มันก็ไม่ค่อยแพร่หลาย เพราะกินเวลามาก
ผมคิดว่า สำหรับบ้านเรา ขบวนการอาหารอินทรีย์ควรดำเนินการ โดยร่วมมือกัน ๓ ฝ่าย คือฝ่ายผู้ผลิต ผู้บริโภค และผู้ตรวจสอบคุณภาพ ผู้ผลิตรวมตัวกันเป็นกลุ่ม และผู้บริโภคก็รวมตัวกันเป็นกลุ่ม สองฝ่ายร่วมมือกันเป็นเครือข่าย เพื่อให้ผู้ผลิตมีลูกค้าประจำ ผู้บริโภคได้บริโภคอาหารที่มีคุณภาพเชื่อถือได้ และส่งถึงมืออย่างสม่ำเสมอตรงเวลา และมีฝ่ายตรวจสอบคุณภาพร่วมมืออยู่ด้วย คอยรับประกันคุณภาพ ซึ่งจะเห็นว่า ระบบ โลจิสติกส์ เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
เครือข่ายผู้ผลิต-ผู้บริโภค-ผู้ตรวจสอบคุณภาพ-ผู้จัดจำหน่ายแบบส่งถึงที่ ของอาหารอินทรีย์ น่าจะเป็นทางออกอย่างหนึ่ง เรื่องนี้น่าจะเป็นโจทย์วิจัยได้ เป็นงานวิชาการเชิงประยุกต์ ต้องใช้หลายศาสตร์ เป็นผลงานวิชาการสายรับใช้สังคมไทย
วิจารณ์ พานิช
๑๒ ก.ย. ๕๓