วันนี้ตื่น 5.30 น. หลังจากได้หลับอย่างสบาย ตื่นมาสดชื่น อาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ก็จัดของ เช็คเอาท์จากที่พัก เดินลากกระเป๋าไปยังสถานีรถไฟเคียงจู ตอนออกมาหน้าโรงแรมเห็นแท็กซี่ผ่านไปก็นึกเสียดายว่าน่าจะเรียกให้ไปส่งที่สถานีรถไฟจะได้ไม่ต้องลากกระเป๋า เพราะไม่แน่ใจว่าจะใกล้ไกลแค่ไหน ถึงแม้ว่า Mr. Kim (คนขับแท็กซี่เมื่อวาน) จะบอกว่าโรงแรมอยู่ห่างจากสถานีรถไฟแค่ห้าร้อยเมตรเองก็ตาม ออกจากโรงแรมเลี้ยวซ้ายถึงถนนใหญ่เลี้ยวซ้ายตรง 7-eleven เดินไปไม่นานก็เห็นสถานีรถไฟอยู่ทางขวามือ เอ้อ ไม่ไกลจริงๆ ด้วย ข้ามถนนตรงแยกไฟแดง ข้ามไปก็พบกับ Mr. Kim และภรรยาที่มีซื้อของแถวสถานีรถไฟ (ช่างบังเอิญจริงๆ) หลังจากทักทายกันก็มีการถ่ายรูปร่วมกันเป็นที่ระลึก
จากนั้นพวกเราก็เข้าไปยังสถานีรถไฟ เพื่อไปเอาตั๋วรถไฟ รอเจ้าหน้าที่สักพักหนึ่ง เอา KR Pass ไปให้เขาออกตั๋ว เขาจัดให้นั่งรถไฟไปลงที่เมืองทงเดกูเพื่อที่จะต่อรถ KTX ไปกรุงโซล พอได้รับตั๋วรถไฟมาในนั้นระบุว่าออกจากเคียงจูเวลา 7.46 น. ถึงทงเดกู 8.55 น. ไปต่อ KTX ออกเวลา 9.05 น. ถึงโซล 10.40 น. พวกเราก็เกิดวิตกจริตว่าแล้วจะต่อรถไฟทันหรือ มีเวลาแค่สิบนาทีเท่านั้น ไหนจะต้องลากกระเป๋าไหนจะต้องหาว่า KTX อยู่ชานชลาไหน เลยถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วรถไฟว่าไม่มีขบวนที่สายกว่านี้หรือ เพราะกลัวว่าเวลาแค่สิบนาทีจะไปต่อรถไม่ทัน โชว์ให้เขาเห็นว่าพวกเรามีกระเป๋าเดินทางนะ แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังคงยืนยันด้วยการพยักหน้าพร้อมพูดว่าโอเค (คงเนื่องจากพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง ขี้เกียจอธิบายให้พวกเราฟัง) เราจะเซ้าซี้ถามอะไรอีกก็ไม่ได้ เพราะเริ่มมีคนมาต่อคิวซื้อตั๋วรถไฟ ก็เลยต้องล่าถอยออกมาทั้งที่ยังไม่หายข้องใจ
หลังจากได้ตั๋วมาเป็นที่เรียบร้อย (บวกความกังวลใจเรื่องเปลี่ยนขบวนรถเล็กน้อย) เมื่อดูนาฬิกาเห็นว่ามีเวลาเหลือครึ่งชั่วโมงก่อนที่รถจะออก ตอนที่เดินมาจากที่พักเห็นมุมถนนตรงข้ามสถานีรถไฟมีคนคึกคักมาก ผมอยากจะไปถ่ายรูป ครั้นจะลากกระเป๋ากระเตงกันไปสองคนก็คงไม่สะดวก สุนิตเลยรับอาสานั่งเฝ้าสัมภาระให้ ผมเดินข้ามไปตรงที่เขาขายของกัน ถ่ายรูปอย่างเมามัน เพราะต้องการถ่ายทอดบรรยากาศการใช้ชีวิตของคนเมืองนี้ ตอนที่เดินกลับมาสถานีแวะร้าน Family Mart ซื้ออาหารเช้ามากิน มีโยเกิต นม กาแฟ ข้าวใส่มะม่วง (คล้ายๆ พุดดิ้ง) ทานกันที่สถานีรถไฟนั่นแหละ วันนี้รถไฟที่นั่งต่างจากเมื่อวานที่นั่งมาจากพูซาน ช่วงระหว่างเก้าอี้สำหรับวางเท้าค่อนข้าง ถึงแม้เบาะนั่งจะดูไม่ใหม่ แต่ก็สะอาดใช้ได้ เป็นการเดินทางที่แสนสะบาย ชมวิวทิวทัศน์ข้างทางเป็นที่เจริญตาเจริญใจ
พอรถเริ่มเข้าใกล้เมืองทงเดกูก็เห็นตึกสูงมีมากขึ้น ตอนถึงสถานีทงเดกูก็ลุ้นกันว่าจะทันไหมนะ ต้องลากกระเป๋าเปลี่ยนชานชลาไหนบ้าง จะหลงทางไหม จะ . . . (คิดสารพัด เห็นความคิดต่างๆ โผล่ออกมาเป็นชุดๆ) แต่พอลงจากรถไฟมองไปอีกด้านหนึ่งของชานชลา (เดียวกัน) ก็เห็นป้าย KTX ก็ยังไม่เชื่อสายตาว่าใช่ ยังไปถามคนเกาหลีอีกหลายคนเพื่อให้แน่ใจว่าใช่ บอกเราให้ไปยืนให้ตรงกับหมายเลขโบกี้ที่เราจะนั่งซึ่งก็คือหมายเลข 12 ซึ่งระบุอยู่ในตั๋วรถไฟ สักพักก็มีเสียงประกาศว่า KTX กำลังเข้ามายังชานชลาที่ 10 (track 10) เมื่อเราขึ้นรถไฟนั่งเรียบร้อยดูเวลายังเหลือเวลาอีกห้านาทีกว่ารถจะออก แสดงว่าที่เรากังวลไปก่อนหน้านั้นเสียเปล่า เพราะมันไม่จริงเลย ของจริงไม่ได้เลวร้ายตามที่นึกคิดเลย เห็นสัจธรรมก็ตรงนี้แหละ
วิวข้างทางที่มองจากหน้าต่างรถไฟ . . .