สถิติในการใช้งานเบื้องต้น
  1. สถิติ หมายถึง              1.)  ตัวเลขแทนปริมาณจำนวนข้อมูล หรือข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ที่คนโดยทั่วไปต้องการศึกษาหาความรู้ เช่นต้องการทราบปริมาณน้ำฝนที่ตกในกรุงเทพมหานครปี 2541 เป็นต้น
2)            ค่าตัวเลขที่เกิดจากการคำนวณมาจากกลุ่มตัวอย่าง(Sample)  หรือคิดมาจากนิยามทางคณิตศาสตร์ เช่นคำนวณหาค่าเฉลี่ย  ค่าความแปรปรวน ค่าที่คำนวณได้เรียกว่าค่าสถิติ ( A Statistic) ส่วนค่าสถิติทั้งหลายเรียกว่า ค่าสถิติหลาย ๆ ค่า (Statistics) 
3)            วิชาการแขนงหนึ่งที่จัดเป็นวิชาวิทยาศาสตร์ และเป็นทั้งวิทยาศาสตร์บริสุทธิ์และวิทยาศาสตร์ประยุกต์ และยังหมายรวมถึงระเบียบวิธีการสถิติอันประกอบไปด้วยขั้นตอน 4 ขั้นตอนที่ใช้ในการศึกษาได้แก่
  1. การเก็บรวบรวมข้อมูล(Collection of Data)
  2. การนำเสนอข้อมูล(Presentation of Data )
  3. การวิเคราะห์ข้อมูล (Analysis of Data)
  4. การตีความหมายของข้อมูล (Interpretation of Data )
2.  ข้อมูล(Data) หมายถึง  รายละเอียดข้อเท็จจริงของสิ่งต่าง ๆ ทั้งที่เป็นรูปธรรม
     และนามธรรมซึ่งตรงกับสิ่งที่ผู้วิจัยต้องการศึกษา
3.  ประเภทของวิชาสถิติ แบ่งประเภทตามลักษณะของข้อมูลได้เป็นสองประเภทคือ
3.1                  สถิติเชิงอนุมาน(Inductive Statistics)  หมายถึง สถิติที่ใช้จัดกระทำกับข้อมูลที่ได้มาเพียงบางส่วนของข้อมูลทั้งหมด
3.2                  สถิติเชิงบรรยาย(Descriptive Statistics) หมายถึง สถิติที่ใช้จัดกระทำกับข้อมูลที่ได้มาเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
4.  การนำเสนอข้อมูล  หมายถึง  การจัดระบบข้อมูลให้เป็นหมวดหมู่ เป็นประเภท
     ตามลักษณะของการวิจัย  เพื่อความชัดเจนในการวิเคราะห์ข้อมูลและการแปล
     ความหมายของข้อมูล
5.  การแจกแจงความถี่ (Frequency distribution table) จำแนกออกเป็น 2 
     ลักษณะ คือ
5.1                              แจกแจงข้อมูลเป็นตัว ๆ ไป ใช้กับข้อมูลดิบที่มีจำนวนไม่มากนัก
5.2                              แจกแจงข้อมูลเป็นช่วงคะแนน (อันตรภาคชั้น) เช่น
 
คะแนน
จำนวนนักเรียน
20-29
30-39
40-49
50-59
60-69
รวม
8
12
17
10
8
55
 
หลักการสร้างตารางแจกแจงความถี่
  1. พิจารณาจำนวนข้อมูลดิบทั้งหมดว่ามีมากหรือน้อยเพียงใด
  2. หาค่าสูงสุดหรือต่ำสุดของข้อมูลดิบที่มีอยู่
  3. หาค่าพิสัยของข้อมูลนั้นจากสูตร 
พิสัย  =   ค่าสูงสุด  -  ค่าต่ำสุด
  1. พิจารณาว่าจะแบ่งเป็นกี่ชั้น(นิยม 5 - 15  ชั้น)
  2. หาความกว้างของแต่ละอันตรภาคชั้น จากสูตร
 
ความกว้างของอันตรภาคชั้น =           พิสัย
                                                                                จำนวนชั้น
                                นิยมปรับค่าให้เป็น 5 หรือ 10
  1. ควรเลือกค่าที่น้อยที่สุด หรือค่าที่มากที่สุดของอันตรภาคชั้นให้เป็นค่าที่
สังเกตได้ง่าย ๆ
6.  ฮิสโตแกรม (Histogram) หรือแท่งความถี่ คือ  การแจกแจงความถี่ข้อมูลโดย
     ใช้กราฟแท่ง เพื่อให้เกิดความเป็นรูปธรรมของข้อมูลมากยิ่งขึ้นและง่ายต่อการ
     วิเคราะห์ หรือตีความหมายข้อมูล
 
7.  ค่ากลางของข้อมูล มีทั้งหมด 6 ชนิด
7.1                              ค่าเฉลี่ยเลขคณิตหรือตัวกลางเลขคณิต(arithmetic  mean)
7.2                              มัธยฐาน(median)
7.3                              ฐานนิยม(mode)
7.4                              ตัวกลางเรขาคณิต(geometric mean)
7.5                              ตัวกลางฮาโมนิค (harmonic mean)
7.6                              ตัวกึ่งกลางพิสัย(mid-range)
 
8.  ค่าเฉลี่ยเลขคณิตหรือตัวกลางเลขคณิต(arithmetic  mean)
หลักในการหาค่าเฉลี่ยเลขคณิต
  1. นำข้อมูลทั้งหมดมารวมกัน
  2. นำผลรวมที่ได้จากข้อ 1 มาหารด้วยจำนวนข้อมูลทั้งหมด
  3. ผลหารที่ได้ในข้อ 2 คือ ค่าเฉลี่ย
 
 
9. มัธยฐาน(median)  คือ ค่ากลางของข้อมูลที่อยู่กึ่งกลางของข้อมูลทั้งหมดหลัง
    จากเรียงลำดับข้อมูลจากน้อยไปมากหรอจากมากไปน้อย
                ตัวอย่าง  จงหาค่ามัธยฐานของข้อมูล   3 , 7 19, 25, 12, 18 , 10
                วิธีทำ  เรียงข้อมูลจากน้อยไปมากได้   3 , 7, 10, 12, 18, 19, 25
ข้อมูลมีทั้งหมด 7 ตัวเรียงข้อมูลแล้วตัวเลขที่อยู่ตรงกลางคือตัวเลขตำแหน่งที่ 4  \ตัวเลขตำแหน่งที่ 4 คือ 12 เป็นมัธยฐาน
10. ฐานนิยม(mode) คือ ค่ากลางของข้อมูลที่มีความถี่สูงสุดในชุดข้อมูลนั้น