เรียนรู้วิธีการฝึกหัดเพลงอีแซว
จากจุดเริ่มต้นจนถึง
ขั้นการแสดงอาชีพ
ตอนที่ 15 ฝึกหัดเพลงอีแซว
อย่างไร ไปไม่ถึงมืออาชีพ (เพราะขาดความมั่นใจ)
โดย ชำเลือง มณีวงษ์ กลุ่มกิจกรรมการแสดงเพลงอีแซว
เครือข่ายนันทนาการต้นแบบประเทศไทย รุ่นที่1
นักแสดงทุกแขนงจะต้องมีความพร้อมในการนำเสนอผลงานต่อหน้าท่านผู้ชมที่มาให้กำลังใจด้วยความเข้มแข็ง อ่อนช้อยสวยงามมั่นใจเด็ดเดี่ยว การแสดงเพลงอีแซวก็เช่นเดียวกัน ผู้แสดงจะต้องมีความกล้าที่จะแสดงออกมิใช่ทำตัวเป็นคนขี้อาย เล่นได้ก็ไม่เต็มที่อย่างนี้ก็ยังไม่ใช่มืออาชีพ มุมมองในบทความนี้ เป็นการนำเสนอบทความที่เกิดจากประสบการณ์ในการทำวงเพลงแล้วมีงานแสดงในสถานที่เวทีต่าง ๆ มาอย่างต่อเนื่อง ผมขอมองที่ไปความมั่นใจ

ความมั่นใจ เป็นการแสดงออกในความกล้า มีความมั่นใจที่จะกระทำหรือแสดงออกในบทบาทหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างมีความสุขใจ สิ่งที่จะติดตามมาก็คือ ความสำเร็จในการกระทำต่อสิ่งนั้น ๆ การได้รับการยอมรับ คำยกย่องสรรเสริญ การให้กำลังใจไปจนถึงให้รางวัล มาจากความสำเร็จของนักแสดง
นักแสดงที่จะก้าวไปสู่ระดับมืออาชีพ นอกจากไม่มีความประหม่า ตื่นเต้นจนผู้ชมเห็นได้ชัดเจนว่า ไม่มีความมั่นใจ นักแสดงทุกคนทุกตำแหน่งหน้าที่จะต้องมีความมั่นใจในตนเอง ในบทความนี้ผมขอกล่าวถึงความสามารถของนักแสดงใน 2 แง่มุม เพราะอาจเป็นข้อมูลให้เกิดแง่คิดได้ทั้ง 2 ประเด็นว่า การที่เราฝึกหัดเพลงพื้นบ้าน โดยเฉพาะเพลงอีแซวแล้วยังไปไม่ถึงระดับอาชีพเพราะอะไร หรือประเด็นที่ผมมองอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ท่านคิดก็เป็นได้ เพราะนี่เป็นเพียงการนำเอาประสบการณ์ที่ประสบความสำเร็จมานำเสนอซึ่งท่านอื่นก็อาจจะเดินทางอื่นแล้วประสบความสำเร็จก็อาจเป็นได้
ความมั่นใจในตนเอง
การที่จะฝึกหัดการแสดงให้กับเด็ก ๆ จนประสบความสำเร็จ สิ่งที่จะต้องคำนึงถึงมากที่สุดคือ เวลาและการรอคอยที่จะได้เห็นการเจริญเติบโตของพวกเขาที่มีพร้อมด้วยคุณสมบัติของนักแสดง ผมเริ่มต้นฝึกหัดเพลงฉ่อยให้กับเด็ก ๆ เมื่อต้นปี พ.ศ.2535 ใช้เวลาฝึกหัด 7 วัน เด็ก ๆ ก็นำเอาความสามารถไปแสดงในกิจกรรมเข้าค่ายยุวกาชาดเอเซียแปซิฟิก ที่จังหวัดชลบุรีได้ แต่ว่าจะได้ในระดับใด อยู่ที่ผู้ชมให้การตัดสินใจ แต่พวกเราที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็ภาคภูมิใจไปกับความสามารถของเด็ก ๆ 12-15 คนมาก (ในวันนั้น)
ความมั่นใจในตนเองของนักแสดงจะเกิดขึ้นได้จะต้องมีองค์ประกอบหลายประการเข้ามาเกี่ยวข้อง ได้แก่
1. มีการเตรียมตัวมาดี มีข้อมูลที่ชัดเจนอยู่ในตนเองหรือของตนเอง มีการฝึกซ้อมและทบทวนจนกระทั่งมีความแม่นยำอยากที่จะนำเสนอ เรียกว่ามีความฮึกเหิมอยากที่จะแสดงออกอย่างเห็นได้ชัด
2. มีความหนักแน่น ไม่หวั่นไหวถึงแม้ว่าจะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในทางใส่ร้ายก็จะต้องเก็บอารมณ์ ไม่แสดงอาการสะทกสะท้านออกมาให้เห็น จะต้องวางเฉย ไม่ต้องมีการโต้ตอบ เพราะโดยธรรมชาติของมนุษย์คงไม่มีใครอยากให้คนอื่นได้ดีกว่าตนเอง แต่เราจะต้องทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุดจึงต้องข่มใจ
3. ทำจิตใจให้โล่งเปิดประตูสู่เวทีการแสดงที่สวยงามด้วยรอบยิ้มอย่างมั่นใจ นักแสดงที่ดีหากทำหน้าตาเฉยก็หมดงาม รอยยิ้มจึงเป็นช่องทางในการผูกมิตรไมตรีที่ดีต่อท่านผู้ชม จะเป็นการเพิ่มเสน่ห์ให้ในตัวของเรา อันจะนำไปสู่ความมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันตลอดไปอีกยาวนาน เพราะผลกระทบที่มาจากสายตาของท่านผู้ชมทุกคู่ทำให้นักแสดงมีกำลังใจ
4. มีความอ่อนน้อมถ่อมตัวฝากเนื้อฝากตัวเอาไว้กับท่านผู้ชมหน้าเวที ขอให้ท่านได้อุปการะอุ้มชูในบทบาทการแสดงด้วยสักคน ไม่โอ้อวดว่าตนเองทำได้อย่างถูกต้องและเก่งกว่าผู้อื่น เพราะแทนที่จะได้รับความเมตตา กลับจะทำให้การดูดีในตัวเองหมดไปด้วย
5. ค้นหาและนำเอาจุดเด่นของตนเองมานำเสนอ เพื่อลดจุดด้อยที่มีอยู่ในตัวตนให้เหลือน้อยลงหรือหมดไป ไม่เฝ้าจับผิดผู้อื่นหรือแม้แต่จะจับผิดตนเอง คนเราทุกคนต่างก็มีทั้งข้อดีและข้อบกแต่งต่างกันไป
ถ้าจะกล่าวโดยสรุปรวม ๆ แล้ว ความมั่นใจในตนเองจะต้องมีในสิ่งต่อไปนี้ ผู้แสดงจะต้องมีความคิดที่รอบคอบ มีสติที่มั่นคง มีความกล้าที่จะแสดงออก ไม่วิตกกังวน มีการวางแผนฝึกซ้อมมาอย่างดี มีเหตุมีผล มีความอ่อนน้อมถ่อมตัว มีเป้าหมายในการแสดงออก มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ รักพวกพ้องรักหมู่คณะไม่สร้างความเสื่อมเสียให้วงการ และความมีน้ำใจ
ความไม่มั่นใจในตนเอง
เกิดจากหลายประเด็น ความไม่มั่นใจในตนเองที่สำคัญมาจากความหวั่นเกรง ไม่กล้าที่จะแสดงออก ยิ่งเป็นนักแสดงหากทำหน้าที่ได้ไม่เต็มร้อยก็ดูจะยังเป็นนักแสดงที่ดีไม่ได้ ผู้ที่ขาดความมั่นใจในตนเองอาจมาจากเป็นคนเรียบ ๆ เงียบ ๆ เก็บตัวไม่ค่อยสนิทกับใคร เวลาทำการแสดงมักจะเกิดอาการประหม่า มือสั่น หน้าแดง จนทำให้ผู้ชมรู้ว่าผู้แสดงคนนี้ยังไม่มีความมั่นใจ เช่น
- บางคนเวลาร้องเพลงอีแซวจะต้องรำตลอดเวลา พอหยุดรำก็จะต้องหยุดร้องในทันที ร้องต่อไปอีกไม่ได้
- นักแสดงบางคนออกมาร้องไมโครโฟนอยู่ต่ำในระดับหน้าอกแกก็ก้มหน้าลงมาร้อง จนหลังหงอเพื่อที่จะให้ปากตรงกับไมโครโฟน (ทำได้อย่างไรถ้ามีความมั่นใจในตนเอง)
- นักแสดงบางคนท่องบททำปากงุบงิบตลอดเวลาที่นักแสดงผู้อื่นทำการแสดงเพราะใกล้เวลาที่จะถึงคิวของตน (เป็นการเตรียมตัวแบบกลัว ๆ กล้า ๆ) พอตนเองร้องจบแบบหน้าตาซีด ๆ ก็รีบกลับเข้าที่แบบโล่งอกไปที ดังนั้นความไม่มั่นใจมีที่มาจากหลายประเด็น
- ผู้ที่ทำหน้าที่ให้จังหวะ บางคนพอจะเริ่มแสดงมือไม้สั่นไปหมดจนตีกลอง ตีตะโพนออกมาได้เสียงที่ไม่สดไม่ชัดเจน จนถึงตีไม่ได้เลยก็มี ผมยกเอาปัญหาหรืออาการ “ความไม่มั่นใจ” มากล่าวในบางสิ่งบางอย่างที่พบเห็น ได้แก่
1. อาการหวั่นวิตก ไม่ทำจิตใจให้โล่ง จะฝืนยิ้มก็ยิ้มไม่ออกหน้าตาเฉยเมย ไม่มีความเบิกบาน ทำเหมือนว่ามีความคับข้องอยู่ในใจเก็บความทุกข์เอาไว้มากมายเพียงคนเดียว ทั้งที่ไม่ใช่ความทุกข์ของตนเองเลย
2. ชอบจับผิดตนเองว่าทำไม่ได้ ไม่เก่งจริง ไม่ดีพอ เป็นการมองฝ่ายเดียว ข้อเสนอแนะ คำตำหนิติชมทำได้ แต่ควรอยู่ในกฎ กติกา มารยาทที่เหมาะสม ยิ่งเป็นการจับผิดตนเองด้วยแล้วจะต้องเร่งรีบแก้ไข มิเช่นนั้นจะไม่สามารถพัฒนาฝีมือได้เลย
3. เป็นคนหัวแข็ง (คนดื้อ) ไม่มีความอ่อนน้อมถ่อมตน มีความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองได้รับมาและยังคงฝังแน่นอยู่ในความคิดเดิม ๆ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งที่โลกได้เปลี่ยนแปลงอะไรต่อมิอะไรไปไกลมากแล้ว
4. มีความอ่อนไหวไปตามคำวิพากษ์วิจารณ์ กรณีนี้หากเป็นเด็กๆ มีผลกระทบมาก ขาดความมั่นใจไปเลย ถ้าในระดับผู้ใหญ่พอทนได้ เพราะคำวิพากษ์วิจารณ์เป็นการแสดงความเห็นไปในทางที่ชอบ ไม่ชอบ แต่จะต้องคิด วิเคราะห์ว่า เขาผู้นั้นพูดแบบเห็นแก่ตัวเองหรือแบบสร้างสรรค์ ที่เคารพสิทธิของผู้อื่นด้วย
5. ขาดการเตรียมตัวที่ดี คนเก่งอาจจะใช้เวลาเตรียมตัวเพียงการฝึกซ้อม 1-2 วันก็แสดงได้ แต่คนที่ยังไม่เก่งมากนัก อาจจะต้องใช้เวลาในการฝึกซ้อมหลาย ๆ วัน จะใช้เวลาเท่ากันแล้วมีการพัฒนาความสามารถทัดเทียมกันย่อมเป็นไปไม่ได้
เราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ยังคงต้องเผชิญกับคำติฉินนินทาใส่ร้ายจากบุคคลรอบข้าง ความนิ่งอย่างมีสติ มีสมาธิจะช่วยให้เกิดความหนักแน่น ไม่อ่อนไหวไปตามสระแสกลลวงจนทำให้เกิดอาการเสียขวัญ เสียรูปขบวนจนถึงทำการแสดงไม่ได้ดังที่ผมเคยกล่าวเอาไว้ในตอนที่ผ่านมาว่า “การประกวดแข่งขันมีผลออกมา 2 ทาง คือดีใจกับเสียใจ จะต้องทำใจให้ได้จึงจะสามารถเข้าร่วมกิจกรรมนั้น ๆ ได้อย่างคนปกติ” ในการแสดงแต่ละเวทีก็เช่นเดียวกัน มิใช่ว่านักแสดงจะประสบความสำเร็จไปเสียทุกงาน การหาทางบำบัดจิตใจเป็นสิ่งที่จะต้องกระทำโดยเร่งด่วน มิเช่นนั้นความไม่มั่นใจก็จะติดตามตัวเราไปตลอด หากมีอารมณ์อ่อนไหวมากจนเกินไป คงไม่สามารถที่จะเป็นนักแสดงอาชีพได้แน่
การก้าวไปเป็นนักแสดงอาชีพ หมายถึงการมีงานหา จ้าง วานไปทำการแสดง ณ สถานที่ต่าง ๆ ทุกคนสามารถทำได้หากมีความพร้อมที่จะยอมรับและเชื่อมั่นในความสามารถของเรา ขอให้เริ่มต้นกับความคิดและมุมมองในแง่ดี ๆ ที่จะทำให้เรามีความสุขกับงานแสดงมากขึ้น อย่ามัวไปเสียเวลากับการมองคนอื่นจนหมดเวลาของตนเองไปโดยไม่เกิดประโยชน์ ขอให้หันกลับมามองที่ตัวเราแล้วสร้างความเชื่อมั่น มุ่งมั่นที่จะคิดสร้างสรรค์ผลงานที่ดีตามรูปแบบของเราสิ่งใดจะถูกหรือผิดมากน้อยแค่ไหน รอเวลาให้ท่านผู้ชมเป็นผู้ชี้ขาด เพราะนั่นคือ ผู้อุปการะที่จะทำให้ศิลปินอยู่รอดได้อีกยาวนาน
เส้นทางของอาชีพนักแสดง มิได้ฝึกกันเพียงแค่ข้ามวันข้ามคืน หรือข้ามเดือน แต่จะต้องใช้เวลาแรมปีหรือหลาย ๆ ปี กว่าที่จะได้ทีมนักแสดงที่มีคุณภาพเป็นที่ยอมรับของประชาชนหรือท่านผู้ชม แนวคิดวิธีการเป็นอิสระในการนำเสนอโดยมีต้นแบบดั้งเดิมให้ได้ศึกษา แต่เนื่องด้วยความถนัดของคนเราไม่เหมือนกันจึงได้ปรากฏผลงานออกมาใน 3 รูปแบบ ดังนี้
- ผลงานการแสดงเพลงพื้นบ้านที่ยังคงรูปแบบลักษณะดั้งเดิมทุกประการ ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของเก่าเอาไว้ให้เห็นแบบย้อนอดีต
- ผลงานการแสดงเพลงพื้นบ้านที่มีการประยุกต์บางสิ่งบางอย่างเข้าไปทำให้สามารถร่วมยุคร่วมสมัยได้กับทุกวัยและตามกาลเวลา
- ผลงานการแสดงเพลงพื้นบ้านที่อาศัยรูปแบบเดิมเพียงบางส่วนแต่งเติมเสริมใส่ความคิดสร้างสรรค์เข้าไปจนดูเป็นสิ่งแปลกใหม่


ผมหวังว่า คงมองเห็นเส้นทางที่เหมาะสมในการก้าวขึ้นไปสู่การเป็นนักแสดงอาชีพที่สำคัญที่สุดคือ ประชาชนยอมรับ มีงานแสดงเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รูปแบบของการแสดงอาจมีการเปลี่ยนแปลงไปบ้างตามกระแสของสังคมและความต้องการ หากยังคงยึดติดแบบเดิม ๆ ไม่ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้เข้ากันได้กับยุคสมัยนิยมบ้าง ศิลปะการแสดงนั้นก็อาจจะจางหายไปในที่สุด แต่ในส่วนตัวผมยังให้ความเคารพสิทธิของแต่ละบุคคล เป็นสิทธิของทุกท่านที่จะคิดสร้างสวรรค์ผลงานการแสดงออกมาแล้วเกิดประโยชน์ต่อผู้ชม เกิดประโยชน์ต่อสังคม โดยไม่ทอดทิ้งศิลปะที่เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่นดั้งเดิม หากผลงานออกมาผิดเพี้ยนเปลี่ยนไปบ้าง ผมหวังว่า คงได้รับความเมตตาจากทายาทตัวจริง ขอให้คิดเสียว่าเป็นคนละแนวทาง คนละเวอร์ชั่น (คนละคัมภีร์) ท่านผู้ชมจะเป็นผู้ตัดสินใจเลือกว่าท่านต้องการให้การสนับสนุนการแสดงแบบใด ผมมิใช่ผู้ชี้ว่า ต้องทำอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้น เป็นมุมมองที่ต้องการสะท้อนให้เห็นในหลาย ๆ ช่องทาง
บนพื้นที่แสดงความเห็นทางวิชาการอย่างสร้างสรรค์ตรงนี้ ยังมีผู้ที่มีประสบการณ์ตรงและทุกท่านก็ได้รับความสำเร็จอันเกิดจากความคิดสร้างสรรค์จนเป็นที่ยอมรับในสังคมในรับที่สูงส่ง ท่านได้นำเอาความจริงมาเล่าเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อวงการศึกษา วงการอาชีพและในชีวิตจริง เส้นทางแห่งความสำเร็จของแต่ละคน ของแต่ละกลุ่มบุคคลเป็นบทเรียนอันล้ำค่า ยากที่จะหาได้ในโลกแห่งความมืดมิดหรือปิดประตูยอมรับ หากเปิดใจยอมรับ คลังความรู้บนเว็บไซต์ gotoknow.org แห่งนี้มีให้ท่านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างกว้างขวางเพียงพอ